วัดดาวดึงษาราม ริมเจ้าพระยาฝั่งธนฯ วันนี้บูรณปฏิสังขรณ์ใหม่สดใส พระอุโบสถโอ่อ่าสง่างามตระหง่าน ภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือ คงแป๊ะ จิตรกรเอกสมัยรัชกาลที่ 3 ยังเหลือไว้ให้ดูค่อนผนังในด้านหน้าพระพักตร์ องค์พระประธานปูนปั้น ช่างสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ฝากฝีมือไว้งดงามเรียกศรัทธาให้ก้มกราบในบรรดาสารพันสรรพสิ่ง...เรียงรายบนฐานพระประธาน ดูเผินๆก็เหมือนๆวัดทั่วๆไป หลุดสายตาไปริมฐานชุกชี...มีสิ่งสะดุดตา กระจกกรอบไม้ลวดลายลงรักปิดทองบานใหญ่บนขาตั้งไม้ ซ้ายขวา สองบานสะกิดใจกระจกส่องหน้ามาเกี่ยวอะไร กับกิจกรรมศรัทธาในโบสถ์ด้วย?ถามพระ...ผู้ดูแลรักษาโบสถ์...พระปลัดวีระ ท่านพอมีคำตอบให้บ้างตามประวัติวัดจากหนังสือ... เจ้าจอมแว่น พระสนมโปรดของรัชกาลที่ 1 ที่ผู้คนในวัง เรียก“คุณเสือ” สร้างถวายอุทิศพระราชกุศล บนบานถวายพระเจ้าอยู่หัวให้หายประชวร ราวหนึ่งปีก่อนสวรรคตบังเอิญสมภารวัดเป็นพระลาว ที่คนลาวละแวกนั้นนับถือว่าขลังนัก ท่านชื่อ“อิน” ชื่อวัดจึงเป็นดาวดึงษาราม ให้เข้าเค้ากับสวรรค์ชั้นของพระอินทร์ถึงรัชกาลที่ 3 เสนาสนะในวัดทรุดโทรมมีประวัติชัดเจน พระยาพลเทพ (ปาน) ต้นสกุล ปาณิกบุตร เป็นเจ้าภาพปฏิสังขรณ์ พลิกสภาพวัดให้รุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นอีกเวลาผ่านมาเนิ่นนาน ปี พ.ศ.2501-2 ตอนที่ “เจ้าเปี๊ยก” เณรวัดดาวดึงษ์ เรียนนักธรรมตรี วัดมหาธาตุ จำวัดที่โบสถ์นี้กับ“หลวงพี่ทองคำ” สภาพโบสถ์เก่าคร่ำ หลังคาเป็นรังของค้างคาวฝูงใหญ่เสารอบโบสถ์โด่เด่ไม่มีหลังคา ฝนตกน้ำก็รั่วหยดลงพื้นข้าวของในโบสถ์รกรุงรัง พระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ (จีวรดอก) วางเรียงรายบนฐานชุกชี เณรเปี๊ยกนึกไม่ออกกระจกสองบานใหญ่ ตรงหน้าวันนี้ วันนั้นอยู่ที่ไหนพระปลัดวีระท่านเมตตา ต่อจิ๊กซอว์ความจำเรื่องเล่าสมัยพระครูบุศย์ (สมภารวัดดาวดึงษ์ต่อจากพระครูโวทานธรรมาจารย์) พ.ศ.2503-4 กระจกสองบานถูกขโมยไป แต่ไม่นานเจ้าขโมยก็เอามาคืนขโมยสารภาพเสียงผู้ชายจากกระจกสั่ง นับแต่นั้นกระจกสองบานนั้นก็ถูกรับรู้เป็นกระจกขลัง เป็นกระจกมีเจ้าของระหว่างการปฏิสังขรณ์โบสถ์ กระจกสองบานลงรักปิดทองใหม่ สดใสกาววาวตั้งอยู่ซ้ายขวาฐานพระประธาน จนมาถึงวันนั้น ในปี 2559 โยมพร้อยอายุตอนนั้น 80 ชาวบ้านใกล้วัด นั่งพับเพียบ รอฟังพระเทศน์อยู่ที่มุมประตูขวาเหลือบตาเยื้องไปทางกระจกบานทางซ้าย เห็นผู้หญิงแต่งชุดไทย เดินเข้ามานั่งรอฟังพระเทศน์อยู่ใกล้ๆ แต่ครู่เดียวผู้หญิงคนนั้นก็หาย...โยมพร้อยสงสัย...ลุกเดินไปถาม พระปลัดวีระกำลังปัดกวาดพื้นโบสถ์ เห็นผู้หญิงคนนั้นไหม? พระถามคนไหน “คนที่แต่งชุดไทย” พระปลัดวีระตอบ “ไม่เห็น”ถึงวันนี้โยมพร้อยเสียชีวิตไปแล้ว พยานคนเดียวที่อยู่ร่วมเหตุการณ์คือตัวพระปลัดวีระเองผมถกแถลงเรื่องผีมีจริงหรือไม่? กับพระปลัดวีระอีกหลายคำ ท่านมีวุฒิทางพระปริญญาโท ไม่มีวี่แววงมงายไร้เหตุผล ท่านพยายามเชื่อมโยงวันสองวันก่อนหน้า มีผู้หญิงนักท่องเที่ยวชุดไทย มาเดินดูในโบสถ์อาจเชื่อมโยงไปเป็นเรื่องมโน เห็นผู้หญิงชุดไทยจากกระจก ได้ทางหนึ่งแต่อดีตเณรเปี๊ยกผู้เคยจำวัดในโบสถ์นี้ทั้งพรรษา มโนไปไกลกว่ากระจกบานนั้นมีเจ้าของ และเจ้าของจะเป็นใครที่ไหน เจ้าจอมแว่น...ผู้มีศรัทธาสร้างวัดดาวดึงษ์มาบอกเองฉันยังอยู่นี่ ฉันยังไม่ได้ไปไหน?”กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม