ฝ่ายค้านยื่นญัตติเดือดซักฟอกเดี่ยวนายกฯ “ณัฐพงษ์” ซัดไม่มีภาวะผู้นำ ไร้ความรู้ ความสามารถ เป็นนายกฯหุ่นเชิดให้บิดาชี้นำชักใย ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ พฤติการณ์เอาเปรียบสังคม โกหกหลอกลวง ไม่ทำตามนโยบายที่ให้สัญญาประชาชน บริหารบ้านเมืองผิดพลาดล้มเหลวร้ายแรง เป็นนั่งร้านต่างตอบแทนกลุ่มปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย ขาดคุณสมบัติชัดเจน “วันนอร์” เผยรัฐบาลพร้อมตอบ 24 มี.ค. “นายกฯอิ๊งค์” ลั่นไม่เกินคาด พร้อมตอบทุกคำถาม ไม่หวั่นถล่มพ่อ มั่นใจพรรคร่วมฯไม่ลอยแพ อ้อนวงดินเนอร์พรรคร่วมฯโดนครั้งแรก ขอทุกคนช่วยกันชี้แจง “ประเสริฐ” ยกข้อบังคับนายกฯมอบ รมต.ตอบได้ “อนุทิน” การันตี ภท.พร้อมซัพพอร์ต ยันนายกฯโดนคือทั้งรัฐบาล สว.ยื่น ป.ป.ช.สอย “ทวี-ยุทธนา” ฟัน ม.157 พ่วงผิดจริยธรรม กลั่นแกล้งดันคดีโพยฮั้ว สว.เป็นคดีพิเศษพรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว ระบุเหตุผลเชื่อว่าปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน เกิดจากการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว ทุกปัญหาเกิดจากนายกฯขาดภาวะผู้นำ ขาดความรู้ความสามารถ ไม่สามารถควบคุมเสียงรัฐบาลได้ ประพฤติตนเสมือนนายกฯหุ่นเชิดยินยอมให้บิดาชี้นำชักใย ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ โกหกหลอกลวงไม่ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชนฝ่ายค้านขึงพืดซักฟอกนายกฯคนเดียวเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ก.พ. ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน นำคณะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ โดยนายณัฐพงษ์แถลงว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านลงรายชื่อ 166 คน ประกอบด้วยพรรค ปชน. 143 คน พรรคเป็นธรรม 1 คน พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 19 คน และพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) 3 คน ขออภิปราย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ แต่เพียงผู้เดียว เนื้อหาการอภิปรายครอบคลุมทุกประเด็น หลายกระทรวง หลายพรรคร่วมรัฐบาล เชื่อว่าปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน เกิดขึ้นจากการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วที่ผ่านมา นายกฯขาดภาวะผู้นำ ไม่สามารถควบคุมเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลได้ ขาดวุฒิภาวะขาดความรู้ความสามารถ มีการแต่งตั้งบุคคลที่เขาขอมา มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ยอมให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีอำนาจเหนือตนเอง รวมถึงยินยอมให้ผู้เป็นบิดาสามารถชักนำ จูงใจ มีส่วนให้บริหารราชการแผ่นดินได้ เราเชื่อว่าทุกปัญหาเกิดจากนายกฯ ไม่มีประโยชน์ที่จะอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เพราะปัญหาทั้งหมดอยู่ที่รัฐมนตรีเพียงผู้เดียว และต้องตอบชี้แจงด้วยตนเองเท่านั้นปัดเกลือเป็นหนอน ข้อสอบรั่วผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งใจอภิปรายนายกฯเพียงคนเดียวตั้งแต่แรก หรือแก้เกมข้อสอบรั่ว นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เราตั้งใจอภิปรายนายกฯเพียงคนเดียวตั้งแต่แรก ส่วนกระแสข่าวที่มีข้อสอบรั่ว เป็นเพียงกระแสข่าว ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เมื่อถามว่าญัตติที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้เป็นเฟกนิวส์หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าทางผู้สื่อข่าวได้ข้อมูลมาจากไหน แต่ขณะนี้ข้อเท็จจริงเปิดเผยตามที่เรายื่นญัตติยันเอ่ยชื่อ “ทักษิณ” ไม่ผิดข้อบังคับเมื่อถามว่า ไม่กล้าอภิปรายพรรคร่วมรัฐบาล เพราะเขาส่งข้อมูลให้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นการวิเคราะห์ทางการเมือง ขอให้ติดตามเนื้อหาอภิปราย เพียงแต่ว่าการลงมติลงแค่นายกฯคนเดียว เมื่อถามว่าอภิปรายนายกฯคนเดียว จะกว้างออกทะเลไปหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อยากให้ติดตามเป็นประเด็นที่เจาะจง มีหลักฐานค่อนข้างชี้ชัด เชื่อพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมเนื้อหามาอย่างดี พรรค ปชน. เตรียมเนื้อหามาอย่างดีเยี่ยมเช่นกัน ตัวเนื้อหาในญัตติค่อนข้างครอบคลุมหลายประเด็น อยากให้แยกการอภิปรายและการลงมติ กรอบญัตติสะท้อนปัญหาทุกอย่างของรัฐบาล อภิปรายได้ครอบคลุมแน่นอน ส่วนการลงมติจะพุ่งเป้าไปที่นายกฯเราตรวจสอบทุกอย่างตรงไปตรงมา เมื่อถามว่า การเอ่ยชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะผิดข้อบังคับหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในตัวญัตติมีการเขียนเอาไว้ชัดเจน เรื่องนี้อยู่ที่ประธานสภาฯเอง เมื่อพิจารณาญัตติแล้ว เชื่อว่าไม่ได้ขัดข้อบังคับ ถ้าบรรจุญัตติได้ตามนี้ แปลว่าพูดถึงนายทักษิณได้ เพราะเป็นปัญหาสำคัญของประเทศในปัจจุบันหลักฐานชัดนายกฯขาดคุณสมบัติเมื่อถามว่าต้องถึงขั้นยื่นถอดถอนนายกฯหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า โดยกระบวนการปกติของสภาฯจะลงมติไม่ไว้วางใจก่อน แต่แน่นอนทุกครั้งสามารถดำเนินการอื่นๆได้ เช่น กรณีอดีตพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ยื่นถอดถอนนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม เมื่อถามว่าหวังผลถึงขนาดยุบสภาฯเลยหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในอดีตเคยเกิดขึ้นมาแล้ว เชื่อว่าเนื้อหาที่เราเตรียมมาเข้มข้น และพุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีหลายคน รวมถึงนายกฯเอง ส่วนมีข้อมูลชี้ชัดถึงการทุจริตคอร์รัปชันเลยหรือไม่ มีหลักฐานที่ชี้ชัดให้เห็นถึงการขาดคุณสมบัติของนายกฯปัดซูเอี๋ยไม่ซักฟอกพรรคร่วม รบ.เมื่อถามว่าการอภิปรายนายกฯ คนเดียวแบบนี้ ถือว่ากตัญญูต่อพรรคร่วมรัฐบาลเลยไม่ซักฟอกหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน พรรคร่วมฝ่ายค้านเรามองที่เนื้อหาเป็นหลัก แต่ตัดสินใจยื่นอภิปรายนายกฯคนเดียว เพราะรากเหง้าปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาลมาจากนายกฯ ก่อนจะตัดสินว่ามีการต่อรองกัน ระหว่างฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลในการแลกเนื้อหา จนทำให้เราไม่สามารถอภิปรายพรรคร่วมรัฐบาลได้ อยากให้มองที่เนื้อหาว่าเราดำเนินการทุกอย่างตรงไปตรงมา ขอให้รอดูคนที่อภิปรายต่อไปว่าเนื้อหาจะเข้มข้นแค่ไหน“วันนอร์” เผย รบ.พร้อม 24 มี.ค.นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า จะนำญัตตินี้ไปตรวจสอบตามระเบียบข้อบังคับ จากนั้นจะส่งญัตติไปให้รัฐบาล เพื่อให้แจ้งมาว่าพร้อมเมื่อไหร่ แต่รัฐบาลได้แจ้งไว้แล้วว่าพร้อมให้อภิปรายวันที่ 24 มี.ค. จะใช้เวลาอย่างไร ผู้นำฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต้องไปตกลงกัน ได้มอบหมายให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุม หวังว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นไปได้ด้วยดีและเป็นประโยชน์กับประชาชนไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตที่ประจักษ์ผู้สื่อข่าวรายงาน ภาพรวมญัตติ ไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ระบุด้วยว่า น.ส.แพทองธารไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์เอาเปรียบประชาชน เอาเปรียบสังคม โกหกหลอกลวง ไม่ดำเนินการตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน เป็นนั่งร้านช่วยเหลือต่างตอบแทนกลุ่มบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย บริหารบ้านเมืองผิดพลาด ล้มเหลวอย่างร้ายแรงในด้านการเมือง การปฏิรูปกองทัพ ความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม ทำลายนิติรัฐ ทำลายระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา นอกจากนี้ ยังสมัครใจยินยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นบิดาชี้นำชักใยให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันเป็นเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมือง ประพฤติตนเป็นเสมือนนายกฯหุ่นเชิด โดยมีบิดาเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจยื่นสอบ “สุชาติ” ประธาน ป.ป.ช.จากนั้นนายณัฐพงษ์ พร้อมตัวแทน สส.ฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือต่อประธานสภาฯ เรื่องขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ประกอบมาตรา 234 วรรคหนึ่ง (1) กล่าวหา กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยมีเหตุอันควรสงสัยว่า กรรมการ ป.ป.ช.กระทำการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านเข้าชื่อ 145 ชื่อ ประกอบด้วยพรรค ปชน. 143 คน พรรคเป็นธรรม 1 และ สว. 1 คน เนื้อหาคำร้องตามมาตรา 236 ประกอบไปด้วยหลักฐาน 18 รายการ และยังมี 3 ประเด็นหลัก คือ 1.ข้อกล่าวหา 5 ป.ป.ช. ต่อกรณีมีมติยุติการสืบหาข้อเท็จจริงของทรัพย์สิน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. กรณีแหวนเพชรและนาฬิกา 2.ข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. 9 คน ที่ดำรงตำแหน่งช่วง 16 มี.ค.66-13 พ.ค.67 เป็นข้อกล่าวหาเฉพาะตัว ป.ป.ช.ที่ลงมติไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองเรื่องการเปิดเผยรายละเอียดของคดีดังกล่าวของ พล.อ.ประวิตร 3.ข้อกล่าวหาต่อนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช.กรณีคลิปหลุด ล่าสุดที่มีการเข้าพบประธานรัฐสภาพร้อม พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.“โรม” โอ่ดุเดือดสมราคารอคอยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน (ปชน.)กล่าวยืนยันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เราจัดเต็มแน่นอน เตรียมข้อมูลดีกว่าหลายครั้ง ได้รับข้อมูลจากหลายทิศทางทำให้มีข้อมูลเข้มข้นดุเดือดสมที่ประชาชนรอคอย และไม่ใช่แค่ความดุเดือดในเนื้อหา แต่คิดว่าคือความร้ายแรงที่ประเทศเราต้องแบกรับภาระด้วย ที่มีข่าวว่าญัตติซักฟอกหลุดออกไป คิดว่าไม่กระทบมาก ยืนยันการทำหน้าที่อภิปรายหรือเนื้อหาสาระของพวกเรา ยังไม่มีอะไรหลุดพปชร.ปัดถูกดูดเป็นรัฐบาลที่รัฐสภา นายชัยมงคล ไชยรบ สส.สกลนคร รองหัวหน้าพรรค พปชร. พร้อม สส.พรรค แถลงว่าพรรค พปชร.ยืนยันการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ พร้อมร่วมมือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านตรงไปตรงมาและจริงใจ เตรียมทั้งข้อมูลเนื้อหา ผู้อภิปรายเรียบร้อย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคยืนยันจะเข้าร่วมรับฟังการอภิปรายด้วย แต่คงไม่ได้ร่วมอภิปราย แต่ให้ข้อมูล กำหนดแนวทางทั้งหมด ส่วนกระแสข่าวพรรค พปชร.ถูกดูดไปเป็นฝ่ายรัฐบาล ยืนยันพรรคยังเหนียวแน่นจุดยืนก้าวเดินไปด้วยกัน เป็นฝ่ายค้านมีคุณภาพ ไม่ได้เกี่ยงต้องเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เรามีข้อมูลเพียงพอชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐบาล การขาดภาวะผู้นำของนายกฯเปิดเวทีซักฟอกวันแรก 24 มี.ค.นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯให้สัมภาษณ์ว่า ตามประวัติศาสตร์มีบ่อยที่ฝ่ายค้านอภิปรายรัฐมนตรีคนเดียว วิป 3 ฝ่าย และ ครม.ตกลงกันแล้วว่าจะเริ่มอภิปรายวันที่ 24 มี.ค. จะใช้เวลากี่วันขึ้นอยู่กับญัตติและการตกลงร่วมกัน คงไม่มีปัญหา ส่วนกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจะตั้งวอร์รูมแถลงตอบโต้หากถูกพาดพิง การตั้งวอร์รูมเป็นเรื่องแต่ละพรรค แต่หากพาดพิงถึงบุคคลภายนอกดำเนินคดีได้ ข้อกังวลอภิปรายนายกฯคนเดียวอาจบานปลายไปถึงครอบครัว หรือบุคคลคนภายนอกมีกติกาอยู่แล้ว ต้องว่าไปตามข้อบังคับและข้อกฎหมาย ประชาชนมีความรู้เรื่องการเมืองมากขึ้น จะชั่งน้ำหนักเองว่าสมเหตุสมผลหรือไม่“อิ๊งค์” ไม่เกินคาด-พร้อมตอบทุกข้อสำหรับความเคลื่อนไหว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เมื่อเวลา 10.47 น. นายกฯเดินทางเข้าอาคารรัฐสภา เพื่อตอบกระทู้ถามสดปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยนายกฯมอบหมายให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.เป็นประธานการประชุมกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 2/2568 ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. แทน ทั้งนี้ นายกฯให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯเพียงคนเดียวว่า ทราบข่าวเมื่อวันที่ 26 ก.พ. แต่ความจริงวางแพลนจะเข้าสภาฯไว้แล้ว ตั้งแต่ช่วงปีใหม่ จิ้มวันที่ไว้แล้วเป็นเรื่องบังเอิญที่ออกข่าวมา เราต้องดูภารกิจด้วย จะหาวันเข้าให้ได้ ถือเป็นฤกษ์งามยามดีไม่เกินคาดหมายเลย เป็นสิทธิฝ่ายค้านอยู่แล้ว พูดคุยกันอยู่แล้วว่าอาจเป็นแบบนี้ ตั้งแต่วันที่ไปทานอาหารกับพรรคร่วมฯที่มีรายชื่อออกมาก่อนเป็น 10 ท่าน รับทราบตามนั้น ใช่ ตอบได้ทุกข้อ ถ้าอันไหนเกี่ยวกับกระทรวงไหน มีรายละเอียดลงมา คงให้รัฐมนตรีกระทรวงนั้นช่วยกันตอบ แต่ถ้าเป็นภาพรวม พร้อมตอบอยู่แล้วไม่หวั่นโยงพ่อ มั่นใจพรรคร่วมฯเมื่อถามอีกว่าโยงถึงการเป็นนั่งร้านให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ก็เตรียมตอบ สิ่งที่ถามมาเตรียมตอบเท่านั้นเอง เมื่อถามว่าข้อกล่าวหาที่จะพุ่งเป้าไปที่นายทักษิณกังวลอะไรบ้างหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ไม่เลยค่ะ ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย แน่นอนว่าไม่ว่าจะพูดอะไรอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าจะถามว่ากระทบต่ออะไรบ้าง หากเราไม่มีหลักยึดเรื่องกฎหมายมันจะแย่ แต่ถ้ามีหลักยึดแล้วว่ามันเป็นไปตามกฎหมาย ก็โอเค พร้อมตอบอยู่แล้ว ที่ระบุว่าขาดภาวะผู้นำ ทำลายภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นประเทศ ต้องดูข้อมูลจริงประกอบด้วยว่าต่างชาติไม่เชื่อมั่นหรืออย่างไร ถามมาตอบได้อยู่แล้ว แต่จะชอบคำตอบหรือเปล่าไม่ทราบ ส่วนทีมองครักษ์มีตั้งแน่ ทุกคนต้องช่วยกัน คนเดียวอาจคอแห้งนิดนึง คุยกันในพรรคร่วมฯ ถ้าเกี่ยวข้องกับกระทรวงใด เชื่อว่าทุกกระทรวงอยากตอบแน่ เพราะเป็นผลงานเขา” เมื่อถามว่าพรรคร่วมฯไม่น่าปล่อย ลอยแพใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า พรรคร่วมฯไม่ปล่อยลอยแพ ได้ส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือจากทุกคนแล้วว่ามือใหม่ยังไม่เคยโดนอภิปรายมาก่อน ทุกคนพร้อมจะสนับสนุน แน่นอนพรรคร่วมฯเราได้พูดคุยน้อยกว่าพรรคตัวเองอยู่แล้ว แต่พอมีโอกาสได้คุยได้รับการสนับสนุน ความอบอุ่น ความน่ารักจากทุกหัวหน้าพรรคถือเป็นกำลังใจมาก”ขอกำลังใจ “ทักษิณ” ให้ รมต.ช่วยตอบเมื่อถามว่านายทักษิณจะเป็นหัวหน้าองครักษ์พิทักษ์นายกฯเองหรือไม่ น.ส.แพทองธารร้อง “โอ๊ย ไม่แล้วค่ะ ท่านทักษิณจะมาเป็นองครักษ์คงไม่ใช่เรื่องมาตอบในสภา ท่านจะตอบคำถามเมื่อเราถาม และเมื่อเราอยากทราบว่าถ้าเป็นพ่อจะทำอย่างไรเดินอย่างไร ขอคำปรึกษาอันนั้นให้อยู่แล้ว 100% ท่านโทรศัพท์มาตั้งแต่เช้า แต่ยังไม่ได้รับสาย พอโทร. กลับไปท่านยังไม่ได้รับ ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะวันนี้ยังไม่ได้คุยกันเลย” เมื่อถามว่าจะขอคำแนะนำหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ขอคำแนะนำเดี๋ยวรอดู อาจจะขอเป็นธรรมดา แต่ขอกำลังใจขอแน่นอนผู้สื่อข่าวรายงานว่า การทานอาหารค่ำของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 25 ก.พ. นายกฯได้พูดคุยเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจเวลานั้นยังเป็นชื่อ 10 รัฐมนตรี และประเด็นที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกมาอภิปราย เช่น การแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยเฉพาะกาสิโน MOU 44 โครงการดิจิทัลวอลเล็ตไม่ตรงปก ฝุ่น PM 2.5 นายกฯได้บอกกับพรรคร่วมฯว่า เป็นครั้งแรกของตนในการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอให้ทุกคนช่วยกันตอบ ขอให้ทุกคนทำงานไปในทิศทางเดียวกัน“ทักษิณ” เข้าบ้านพิษณุโลกถกที่ปรึกษาสำหรับความเคลื่อนไหวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อเวลา 10.00 น. นายทักษิณเข้าบ้านพิษณุโลกหารือกับคณะที่ปรึกษานโยบายของนายกฯ ทั้งนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานคณะที่ปรึกษานโยบายของนายกฯ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธาน นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษา นายธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษา และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ที่ปรึกษา รวมถึง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดชเลขาธิการนายกฯ นานกว่า 3 ชั่วโมง จากนั้นเวลา 13.00 น.นายทักษิณเดินทางกลับไป มีรายงานว่า เป็นการมาให้ความรู้แลกเปลี่ยนสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทยและสถานการณ์โลก ที่ผ่านมานายทักษิณเคยหารือลักษณะนี้แล้วหลายครั้ง ขณะที่ น.ส.แพทองธารจะมาประชุมกับคณะที่ปรึกษาฯช่วงเวลา 15.00น. จากเดิมนัดประชุมทุกวันพฤหัสบดีเวลา 10.00 น.นายกฯออกจากสภาเข้าบ้านพิษฯต่อมาเวลา 14.45 น.z น.ส.แพทองธารออกจากรัฐสภาหลังเข้ามาตอบกระทู้สดและรับฟังการประชุมสภา ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง นายกฯยิ้มตอบว่า “เป็นอย่างที่เห็นจ๊ะ” จากนั้นเดินทางเข้าไปที่บ้านพิษณุโลกร่วมประชุมกับคณะที่ปรึกษานโยบายของนายกฯประจำสัปดาห์ กระทั่งเวลา 15.05 น. นายกฯ ไปถึงมีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เข้าร่วมประชุมด้วย คาดว่ามีการหารือแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทั้งนี้ เวลา 15.28 น. นายกฯโพสต์ภาพประชุมร่วมกับ สส.พรรค พท. ที่รัฐสภา พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ถือโอกาสเข้าสภามาพูดคุยกับ สส.พรรค พท.ที่นำเสียงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาบอกเล่า สะท้อนปัญหา ขอยืนยันว่าทุกเสียงที่พี่น้องฝากมา ได้รับฟังแน่นอน เราพูดคุยกันหลายประเด็น ทั้งราคาข้าว ราคาสินค้าเกษตร ปุ๋ย น้ำท่วมและน้ำแล้ง ปัญหาของพี่น้องและประเด็นเอสเอ็มอี ปัญหาเหล่านี้จะถูกนำไปแก้ไข“ประเสริฐ” ชี้นายกฯมอบ รมต.แจงได้ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า นายกฯเป็นหัวหน้ารัฐบาล ฝ่ายค้านอภิปรายได้ครบทุกมิติ นายกฯจะตอบเองหรือมอบหมายรัฐมนตรีท่านอื่นที่เกี่ยวข้องตอบได้ตามข้อบังคับ ไม่ผิดอะไร ไม่เป็นห่วง ยืนยันนายกฯพร้อมไม่มีปัญหาอะไรเลย และ ครม.เตรียมประเด็นที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องไว้อยู่แล้ว การอภิปรายนายกฯคนเดียว 1-2 วันก็เยอะแล้วไม่ควรเกิน 2 วัน ส่วนเสียงสนับสนุนที่จะยกมือให้นายกฯ รับรองเป็นปึกแผ่น ยืนยันรัฐบาลเหนียวแน่น ข้อกล่าวหานายกฯที่ระบุว่าปล่อยให้บิดาชักใย เป็นข้อกล่าวหาเฉยๆ นายกฯต้องตอบ การอภิปรายคงระบุชื่อนายทักษิณได้เท่าที่จำเป็น ต้องไม่ให้เขาเสียหาย ตามปกติในสภาไม่พูดถึงบุคคลที่ 3 เลย หากพูดผิดข้อบังคับสมาชิกมีสิทธิ์ประท้วง ประธานสภาฯมีหน้าที่ควบคุม จึงไม่ห่วงหากมีอะไรผิดข้อบังคับ สมาชิกคอยช่วยดูได้“อนุทิน” ลั่น ภท.พร้อมซัพพอร์ตผู้นำนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท.กล่าวว่า การอภิปรายนายกฯคนเดียว ก็หมายถึงรัฐบาลทั้งรัฐบาล อย่าไปคิดว่าเป็นนายกฯคนเดียว ทุกกระทรวงต้องเตรียมตัวชี้แจง เพราะนายกฯไม่มีกระทรวง แต่ดูภาพรวมทั้งหมด หากพาดพิงไปโดนกระทรวงใดต้องช่วยกันสนับสนุน ชี้แจงให้เข้าใจ ที่ฝ่ายค้านตั้งเป้าถึงขั้นยุบสภา รัฐบาลนายกฯแพทองธารมีเสถียรภาพ เรามีกลุ่มไลน์รัฐมนตรี เมื่อทุกคนใน ครม.ทราบว่านายกฯจะถูกอภิปรายคนเดียว ทุกคนใน ครม.ส่งข้อความแสดงความพร้อมจะสนับสนุนชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฉะนั้นไม่มีมูลเหตุหรืออะไรที่ไปไกลถึงขั้นยุบสภา เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่านายกฯส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือ ครม. นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี ทำไมท่านต้องขอความช่วยเหลือ เป็นหน้าที่พรรคร่วมรัฐบาลที่จะซัพพอร์ตหัวหน้ารัฐบาลอยู่แล้ว หมายความว่าต้องให้ข้อมูลทั้งหมด เพราะนายกฯผลักดันนโยบายผ่านทุกกระทรวงทั้งหมด ถ้าถูกอภิปรายพาดพิงถึงกระทรวงไหน กระทรวงนั้นต้องเตรียมตัวมาชี้แจง ใช้สิทธิ์ชี้แจงได้อยู่แล้ว สำหรับพรรคภท.แน่นอนว่าเราสนับสนุนนายกฯ เพราะเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลโชว์หล่อนายกฯโดนคือทั้งรัฐบาลเมื่อถามย้ำว่ายืนยันได้หรือไม่เสียง สส.ภท.จะไม่ขาดแม้แต่เสียงเดียว นายอนุทินหัวเราะกล่าวว่า “ถ้าเกิดเกินล่ะ” เมื่อถามอีกว่า การที่ฝ่ายค้านเปลี่ยนเป้ามาโฟกัสล็อกตัวที่นายกฯเพื่อหวังสร้างแรงกระเพื่อมให้พรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ นายกฯโดน คือรัฐบาลโดนทั้งรัฐบาล ยังไงต้องรับผิดชอบร่วมกันอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าจะดีใจว่าเราไม่โดนอภิปราย แต่เราโดนเต็มๆเลย เพราะนายกฯโดนคือรัฐบาลโดน” เมื่อถามว่าที่ฝ่ายค้านบอกว่าอภิปรายครั้งนี้จะทำให้เห็นรอยร้าวพรรคร่วมฯ นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลไม่มีรอยร้าว บรรยากาศการประชุมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่ผ่านมาชัดเจน นายกฯได้แสดงให้เห็นชัดเจนว่ากำกับการบริหารราชการแผ่นดิน ในนามรัฐบาลได้อย่างดี ไม่มีรอยร้าว มีแต่รอยรักสว.ยื่น ป.ป.ช.สอย “ทวี–ดีเอสไอ”เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว.พร้อมคณะ สว.ยื่นหนังสือต่อนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ให้พิจารณาส่งเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และผิดจริยธรรมกรณี กล่าวหาฮั้วเลือก สว.เข้าข่ายความผิดอั้งยี่และฟอกเงิน โดย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษกล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ที่เลื่อนพิจารณาคดีดังกล่าวไป อ้างต้องรอ กกต.มาชี้แจง เป็นข้ออ้างเลื่อนลอย ที่ไม่กล้ามีมติเพราะฮั้วกันไม่เสร็จใช่หรือไม่ ไม่อยากพูดว่าใครอยู่เบื้องหลัง พยานหลักฐานที่ดีเอสไออ้างไม่ชัดเจน เป็นการกลั่นแกล้ง สว. นำประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.มาบังคับใช้ข้ามแดน ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ถึงขั้นเป็นการล้มล้างการปกครอง จำเป็นที่ สว.ต้องส่งเรื่องให้ประธานวุฒิสภาส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบต่อไปลุยยื่นญัตติเรียก “ทวี” ซักฟอกไม่ลงมติพล.ต.ต.ฉัตรวรรษกล่าวว่า วันที่ 4 มี.ค.จะยื่นญัตติต่อที่ประชุมวุฒิสภาขอเปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติ พ.ต.อ.ทวีและอธิบดีดีเอสไอ ให้ที่ประชุมได้อภิปรายแสดงความเห็นถึงปัญหาการทำงานของ ดีเอสไอหลายกรณี ขึ้นอยู่กับความเห็นที่ประชุมจะให้เรียก พ.ต.อ.ทวีมาชี้แจงหรือไม่ สว.ปฏิบัติหน้าที่สุจริต แต่ถูกกล่าวหาเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร ดีเอสไอทำงานดีหรือยัง ถ้าสิ่งที่ดีเอสไอดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถือว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ สว.ทุกคนพร้อมรับการตรวจสอบ แต่กลับถูกกล่าวหาลอยๆ เลือกปฏิบัติกับ สว.เฉพาะกลุ่ม การอ้างว่ามีโพยเยอะแยะ ถ้ามีหลักฐานพอ กคพ.คงไม่เลื่อนลงมตินายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่าจะรับเรื่องไว้ไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป ส่วนหาก กคพ.ไม่รับคดีฮั้วเลือก สว.เป็นคดีพิเศษ สว.จะยกเลิกการตรวจสอบ พ.ต.อ.ทวีและดีเอสไอหรือไม่ ไม่สามารถตอบได้เป็นเรื่องอนาคต เรายินดีให้ความร่วมมือ หากเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย ในฐานะประธานวุฒิสภา ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ แต่จะมาให้แสดงความเห็นต่างๆคงพูดไม่ได้ แต่ทุกคนมีสิทธิ จะไปละเมิดสิทธิของใครไม่ได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่