นายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตยานนาวา กล่าวว่า ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว และประชากรกำลังเข้าสู่ภาวะสูงวัยอีกจำนวนมาก สิ่งที่ กทม.จะต้องให้ความสำคัญ และเตรียมพร้อม คือการดูแลคุณภาพชีวิต สร้างคุณค่าให้แก่ตัวผู้สูงอายุ โดยในเขตยานนาวามีการก่อตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุยานนวา ดำเนินงานโดยภาคเอกชน และมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาช่วยกำกับดูแลเพื่อส่งเสริมพัฒนาศักยภาพผู้สูงวัย มีการจัดทำหลักสูตรความรู้ด้านวิชาชีพ วิชาการ และเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบให้ผู้สูงอายุมีทักษะด้านอาชีพ ฝึกการดูแลตัวเองและพึ่งพาตัวเองได้ รวมทั้งเป็นสถานที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์เพื่อให้ผู้สูงอายุจาก หลากหลายพื้นที่ได้หลอมรวมเป็นสังคมที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ปัจจุบันโรงเรียนผู้สูงอายุยานนาวาเป็นต้นแบบให้หน่วยงานที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน ขณะที่ผู้สูงอายุที่เข้าศึกษามีสุขภาพจิต สุขภาพใจที่ดี และกำลังรวมตัวกันก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ยานนาวารักษามรดกวัฒนธรรมของชุมชนเอาไว้ด้วยนายพุทธิพัชร์กล่าวต่อว่า นอกจาก กทม. มีศูนย์เด็กอ่อน-เด็กเล็ก มีสโมสรกีฬาแล้ว ตนอยากนำเสนอให้ กทม.เพิ่มเติมการจัดตั้งศูนย์พัฒนาผู้สูงอายุ ให้การสนับสนุนงบประมาณ และเข้าไปมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุให้มากขึ้น เพื่อให้ความสำคัญและรองรับการดูแลผู้สูงอายุ อาทิ การตรวจสุขภาพ ควรให้สำนักอนามัยเข้าไปดูแล หาครูพี่เลี้ยงมาช่วยเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุในชุมชนต่างๆ สนับสนุนวัสดุ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์สำหรับฝึกทักษะวิชาชีพ เป็นต้น วันนี้ กทม.ยังละเลยเรื่องนี้ ควรต้องมองว่าการศึกษาไม่มีวันสิ้นสุด ผู้สูงอายุต้องการการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ หากได้รับการดูแลที่ดีก็จะทำให้มีความสุข อยู่กับครอบครัวและสังคมอย่างมีคุณค่า มีสุขภาพจิตดี ไม่เป็นโรคซึมเศร้า หรือลดทอนคุณค่าในตัวเอง แต่กลับสร้างประโยชน์ให้กับสังคมเพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ตาม หาก กทม. สามารถจัดทำศูนย์พัฒนาผู้สูงอายุให้ชาวกรุงเทพฯ ได้ จะเป็นประโยชน์มาก ทำให้ผู้สูงอายุมีความรู้สึกว่าได้กลับมาสู่วัยเด็กอีกครั้ง และเป็นการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง และจะเป็นตัวนำร่องสร้างต้นแบบให้กับท้องถิ่นอื่นๆต่อไปได้ด้วย.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่