รัฐบาลยกระดับปราบภัยไซเบอร์ ครม.ไฟเขียวดีอีออก พ.ร.ก.ขจัดอาชญากรรมออนไลน์และมิจฉาชีพ “นายกฯ อิ๊งค์” รอถก “สี จิ้นผิง” เด็ดหัวแก๊งคอลฯให้สิ้นซาก “ประเสริฐ” ลั่นสถาบันการเงิน-ค่ายมือถือลอยตัวไม่ได้แล้ว เพิ่มโทษคนขายข้อมูลส่วนบุคคล ธปท.เด้งรับจ่อประกาศคำสั่งแบงก์ต้องร่วมรับผิดชอบ “โรม” ข้องใจที่ผ่านมาหน่วยงานเกียร์ว่าง ตร.ถก “บิ๊กฝ่ายมั่นคงจีน” ผนึกความร่วมมือ ล้างถิ่นอิทธิพลสีเทา “เมียวดี-ปอยเปต-สามเหลี่ยมทองคำ” จีนพร้อมร่วมมือกับไทยทุกด้าน “จุลพันธ์” แจงสัดส่วนกาสิโนไม่เกิน 10% ในเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ กฤษฎีกาตั้งชุด “วิษณุ-บวรศักดิ์” ขัดเกลากฎหมายร้อน ฝ่ายค้านสงสัยแจกเงินหมื่นบังหน้าตกเขียวอบจ. “โรม” ปูดเริ่มมีร้องซื้อเสียงแล้ว ผู้ว่าฯขอนแก่นเด้งปลัดอำเภอเอียงข้างเข้ากรุ เลขาฯ ป.ป.ช.แบะท่าบุก รพ.ตร.สอบชั้น 14ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เสนอขอออก พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯประกาศ จะนำปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไปหารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน“อิ๊งค์” ประชาสัมพันธ์ตรุษจีน 68เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะเข้าพบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์ การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2568 มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ประชาชนจีนประจำประเทศไทย น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้บริหารระดับสูง มีการแสดงโชว์จากคณะหุ่นละครเล็ก การแสดงชุด “เสียงพิณดีดกังวานถึงหน้าประตูบ้านคุณ” จากมณฑลยูนนาน และมณฑลเจ้อเจียง ขณะที่นายหาน จื้อเฉียง มอบตุ๊กตางูสีแดง สัญลักษณ์ปีมะเส็งให้นายกฯ เป็นที่ระลึก โดยนายกฯ มอบส้มสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ตอบกลับเอกอัครราชทูตจีน ต่อมา พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำคณะเข้าพบนายกฯ มอบดอกป๊อปปี้ ดอกไม้ที่ระลึกเนื่องในวันทหารผ่านศึก ประจำปี 2568 และจำหน่าย “ดอกป๊อปปี้” โดยนายกฯร่วมบริจาคซื้อดอกป๊อปปี้รอถก “สี จิ้นผิง” เด็ดหัวแก๊งคอลฯต่อมาเวลา 12.20 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ แถลงผลประชุม ครม.ว่า จากปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มีเยอะ ครม.มีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เสนอขอออก พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่เป็นการเพิ่มเติมมาตรการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และมิจฉาชีพ เมื่อถามถึงกรณีเตรียมเดินทางเยือนจีน วันที่ 5-8 ก.พ. จะหารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐ ประชาชนจีน เกี่ยวกับการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า เป็นประเด็นที่จะนำไปหารือ จีนเองก็อยากได้ความร่วมมือจากเรา รวมถึงกรณีที่โลกโซเชียลของจีนเผยแพร่ข้อมูลของไทยไม่ตรงกับความจริง แน่นอนว่าไปเองต้องขอความร่วมมือเรื่องนี้ ต้องพูดคุยในภาพรวมกับนายสี จิ้นผิง แต่คงไม่ได้ลงรายละเอียดมาก เพราะเป็นเรื่องที่กระทรวง ดีอีต้องไปคุยต่อ นอกจากนี้เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ยังบอกว่าคลิปที่ตนอัดเสียงและใช้ AI แปลเป็นภาษาจีน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีไฟเขียวปราบอาชญากรรมไซเบอร์นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแถลงว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวมีสาระสำคัญ 5 ประเด็น คือ กำหนดความรับผิดชอบร่วมของสถาบันการเงิน เครือข่ายมือถือ และสื่อสังคมออนไลน์ กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น กำหนดหน้าที่ของผู้ให้บริการโทรคมนาคม ต้องมีหน้าที่ระงับการใช้งานซิมการ์ดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทันที เร่งรัดกระบวนการคืนเงินให้ผู้เสียหาย เพิ่มหน้าที่ให้ธนาคารต้องส่งข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีที่มีความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิด ไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบและคืนเงินผู้เสียหายโดยเร็ว อาจคืนได้ทันทีถ้าข้อมูลยืนยันครบถ้วน เพิ่มอำนาจดำเนินการกับแพลตฟอร์มให้ต้องร่วมรับผิดชอบป้องกัน และตรวจสอบการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นในระบบของตน เพิ่มบทลงโทษสำหรับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ทางกฤษฎีกาขอดูรายละเอียดอีกเล็กน้อย คาดว่าใช้เวลาไม่นานธปท.เด้งรับแบงก์ร่วมรับผิดชอบนางรุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน กล่าวว่า ธปท.สนับสนุนหลักการร่าง พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความเห็นเพื่อปรับร่าง พ.ร.ก. ให้สามารถนำมาใช้ยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้อย่างมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น รวมถึงการกำหนดกลไกที่ผู้ให้บริการต้องร่วมรับผิดชอบ และชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น หากละเลยการปฏิบัติตามมาตรฐานที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด ซึ่งเป็นทิศทางนโยบายที่ ธปท.ให้ความสำคัญ และอยู่ระหว่างการผลักดันร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชนมาต่อเนื่อง ในส่วนของ ธปท.จะมีการประกาศกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบที่สถาบันการเงินพึงปฏิบัติให้ชัดเจน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกับผู้ให้บริการด้านอื่น ที่เกี่ยวข้องภายใต้ พ.ร.ก.ฉบับนี้ และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป“โรม” ข้องใจหน่วยงานเกียร์ว่างด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายพงษ์ประพันธ์ นิตยารัมภ์พงศ์ และประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มาเรียกร้องให้ กมธ.ช่วยเหลือ เพื่อฟ้องหน่วยงานที่รับผิดชอบทำงานไม่รอบคอบ ทำให้มีผู้เสียหายวันละเป็นพันคน ความเสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่อปีอยู่ที่ 7-8 หมื่นล้านบาท แต่ตัวเลขจริงอาจทะลุแสนล้านบาท ถือเป็นภัยคุกคามประเทศและประชาชน หลายภาคส่วนต้องเข้ามาเกี่ยวข้องมีมาตรการป้องกัน เช่น ธนาคาร ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นผลโดยตรงจากระบบธนาคารอ่อนแอ ปล่อยให้มิจฉาชีพมาใช้ประโยชน์ได้ ขณะที่หน่วยงานรัฐไม่ตื่นตัวจริงจัง นี่คือวาระประเทศไทยต้องจัดการอย่างจริงจัง และเรื่องนี้ถ้ามีความร่วมมือกับจีนน่าจะมีความชัดเจนเพิ่มขึ้น ต้องดูว่าสุดท้ายแล้วจะเกิดผลในการปฏิบัติหรือไม่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ได้ตั้งอยู่โดดๆ ต้องกินต้องใช้ มีอาหาร ปัจจัย 4 สิ่งเหล่านี้มาจากไทย แต่ไม่เข้าใจหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงรออะไรอยู่ตร.ถก “บิ๊กมั่นคงจีน” ยกระดับร่วมมือช่วงบ่ายที่ห้องพรหมนอก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช.และ ผอ.ศตคม.ตร. และ ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผบช.ส. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สทส.รรท.รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวสิน รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.สุระพันธุ์ ไทยประเสริฐ ผบก.ตท. พ.ต.อ.ทรงกลด เกริกกฤตยา รอง ผบก.อก.บช.ส. รรท.ผบก.ปคม. ร่วมหารือกับนายหลิว จงอี้ (Mr.Liu Zhongyi) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้บัญชาการสำนักงานสอบสวนอาชญากรรม และคณะ เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ในการปราบปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในฝั่งเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ทั้งการป้องกัน การปราบปราม จับกุม การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน การติดตามจับกุม 30 ผู้ต้องหาที่ทางการจีนออกหมายจับคดีหลอกลวงนายหวังซิง นักแสดงชาวจีน ซึ่งทางการจีนจับกุมได้แล้ว 20 คน การช่วยเหลือบุคคลสูญหายหรือถูกกักไว้โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในฝั่งเมียวดี การตัดระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น น้ำ ไฟ สัญญาณอินเตอร์เน็ต และการเสริมสร้างกลไกความร่วมมือ การบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นปัดกวาดถิ่นอิทธิพลสีเทาให้สะอาดพล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า ทางการจีนมีข้อเสนอให้จัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วมระหว่างไทย-จีน แก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอทางการจีนไปว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยมีการประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย และประสานความร่วมมือกับประเทศต่างๆในการร่วมมือกันป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ทางสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เชิญตนเป็นผู้นำหน่วยปฏิบัติเฉพาะกิจด้านการหลอกลวงทางไซเบอร์ และการค้ามนุษย์แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Lead the Specialized Cyber Scam and Trafficking in Persons for Forced Criminality Taskforce) จะมีการประสานการทำงานร่วมกันในระดับสากล เรายินดีหากทางการจีนเข้าร่วมกับศูนย์ประสานดังกล่าว เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงจะปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในฝั่งเมียวดี เมียนมาเท่านั้น แต่จะร่วมมือกันขยายผลปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในฝั่งประเทศกัมพูชา และบริเวณสามเหลี่ยมทองคำในพื้นที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอีกด้วยจีนประกาศพร้อมร่วมมือไทยทุกด้านพล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และตัดระบบสาธารณูปโภค เช่น ซิม สาย เสา น้ำ และไฟฟ้ามาตลอด ตามยุทธการ “ระเบิดสะพานโจร” และประสานความร่วมมือกับกองทัพบกและฝ่ายปกครองในการลาดตระเวนตลอดแนวชายแดน ป้องกันการลักลอบให้บริการจากฝั่งไทย ยืนยันยังไม่พบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีการกระทำความผิดในประเทศไทย จึงมีความจำเป็นต้องประสานข้อมูลจากทางการจีน เรื่องของคนร้ายที่กระทำผิด เพื่อกรณีมีคนร้ายเข้ามาในประเทศไทย แม้ไม่มีหมายจับ แต่ทางการไทยจะใช้ พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ เพิกถอนวีซ่า และประสานส่งตัวกลับประเทศต้นทางได้ทันทีขณะที่นายหลิว จงอี้กล่าวว่า ทางการจีนขอบคุณและชื่นชมสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย และทางการไทย ที่ให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง และจริงใจ ทางการจีนยินดีให้ความร่วมมือกับไทยในทุกด้าน เพื่อการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไปคลังชี้สัดส่วนกาสิโนไม่เกิน 10%วันเดียวกัน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการกำหนดสัดส่วนกาสิโนในร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่า ที่ไม่กำหนดสัดส่วนกาสิโนไว้แต่ต้น เพราะไม่แน่ใจสุดท้ายผู้กำหนดนโยบายในขณะนั้นจะกำหนดอย่างไร จึงเปิดกว้างไว้ แต่หากต้องกำหนดให้สัดส่วนไม่เกิน 10% สามารถดำเนินการได้ไม่กระทบอะไร เมื่อถามว่าในอนาคตกาสิโนอาจมีสัดส่วนเกิน 10% ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ ตอบว่าโมเดลธุรกิจไม่เกินอยู่แล้ว มาตรฐานทั่วโลกไม่เกิน 5% ไม่ใช่ใครจะสามารถทำเป็นกาสิโน 100% แล้วจะเป็นองค์ประกอบของเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ได้อย่างไร อย่าจินตนาการเกินเลย เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ถูกจับตาเรื่องกาสิโน นายจุลพันธ์ตอบว่า ไม่ได้กังวล ทำตามหน้าที่และขั้นตอน เมื่อถามว่าสถานที่กำหนดไว้ในกฎหมายหรือไม่ นายจุลพันธ์ตอบว่าไม่ได้เขียนไว้ ขึ้นอยู่กับซุปเปอร์บอร์ดตัดสินใจ ยังไม่รู้ว่ารอบหน้าใครมาเป็นรัฐบาล ไม่รู้ว่าในเวลาข้างหน้าเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์มันตอบไม่ได้กฤษฎีกาแจงยังไม่มีอะไรชัดเจนนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ระบุกฎหมายจะไม่มีการกำหนดสัดส่วนกาสิโนลงไปว่า ยังไม่ถึงขนาดนั้น เมื่อถามว่ากฤษฎีกามองว่าควรมีการบัญญัติสัดส่วนของกาสิโนลงไปในกฎหมายเลยหรือไม่ เพราะอาจเป็นช่องว่างทางกฎหมายได้ นายปกรณ์ตอบว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงแค่นายจุลพันธ์มาชี้แจงและเล่าให้ฟัง แต่ยังไม่ได้ข้อยุติขนาดนั้น“วิษณุ–บวรศักดิ์” นั่งเองปรับแก้ ก.ม.ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะพิเศษขึ้นมา 1 ชุด เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรโดยเฉพาะ มีนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 2 (เกี่ยวกับบริหารราชการแผ่นดิน) เป็นประธาน และมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 13 (เกี่ยวกับการบริหารจัดการภาครัฐ) ร่วมเป็นกรรมการ ฝ่ายรัฐบาลส่งนาย ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ และนายฉัตริน จันทร์หอม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมชี้แจงหลักการและแนวคิดของรัฐบาล มีการประชุมกันไปแล้วหลายครั้งเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง คือนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง และกระทรวงมหาดไทย เข้าชี้แจงแล้ว ล่าสุดมีรายงานว่าจากการเร่งเดินหน้าเรื่องดังกล่าว อาจทำให้การพิจารณาร่างกฎหมายเสร็จเร็วกว่ากรอบ 50 วัน ที่จะครบกำหนดในช่วงต้นเดือน มี.ค.นี้กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนก็ได้เงินหมื่นนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กล่าวถึงการลงทะเบียนรับสิทธิ 1 หมื่นบาท โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจกลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยไม่ได้ไปยืนยันรับสิทธิในแอปพลิเคชันทางรัฐไว้แต่ต้นว่า ถือเป็นการลงทะเบียนตามขั้นตอนไม่ครบ จะถือว่าเป็นผู้ไม่ได้รับสิทธิ ส่วนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนหลังจากนี้จะมีประกาศขั้นตอนว่าจะดำเนินการอย่างไร ใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน ยืนยันว่าได้สิทธิรับเงิน 1 หมื่นบาทแน่นอน ไม่จำเป็นว่าต้องได้พร้อมกับกลุ่มเฟส 3 อาจแยกกันสำหรับเฟส 3 เมื่อถามว่าผู้ที่ลงทะเบียนไม่ผ่าน สามารถอุทธรณ์อย่างไรบ้าง นายเผ่าภูมิตอบว่า สามารถติดต่อได้ไปที่สายด่วน 1111 โดยกระบวนการตรวจสอบตรงไปตรงมาผ่านหน่วยงานภาครัฐ อาทิ เงินฝากตรวจสอบจากธนาคารต่างๆ อายุ กรมการปกครอง รายได้ตรวจสอบกรมสรรพากรมีคนสงสัยแจกหมื่นบังหน้าตกเขียวที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า กรณีมีผู้ตั้งข้อสังเกตการแจกเงินหมื่นเฟส 2 ของรัฐบาล อาจทำให้พรรคประชาชนเสียเปรียบในการเลือกตั้งนายก อบจ.ได้นั้น คงเลี่ยงไม่ได้ที่ถูกตั้งคำถามว่าการแจกเงินเฟส 2 ช่วงใกล้เลือกตั้ง เรียกว่าซื้อเสียงหรือไม่ แม้เป็นนโยบายรัฐบาล แต่เงินที่นำมาใช้คือภาษีประชาชน ไม่ใช่เงินใครคนใดคนหนึ่ง สิ่งสำคัญที่ต้องจับตา คือการแจกเงินรอบที่แล้ว ตัวเลขเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ขณะที่การแจกเงินหมื่นเฟส 3 ช่วงเดือน เม.ย. ตรงกับเทศกาลสงกรานต์ อาจถูกมองเป็นการซื้อเสียงด้วยนั้น อาจไม่ขนาดนั้น มีแค่ครั้งนี้ที่ถูกตั้งข้อสงสัย การแจกช่วงใกล้เทศกาลเป็นช่วงที่ประชาชนจับจ่ายใช้สอยเพื่อให้เงินหมุน เข้าเร็วออกเร็วให้เศรษฐกิจหมุน ต้องยอมรับช่วงเทศกาลเป็นช่วงที่เงินหมุนเร็ว“โรม” ปูดเริ่มร้องซื้อเสียงนายก อบจ.นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า วันที่ 1 ก.พ. อยากให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด ยอมรับมีข่าวหนาหู ถึงความพยายามจ่ายเงิน บางพื้นที่จ่าย 500-1,000 บาท บางพื้นที่มีสัญญาแบ่งกันเป็นรายงวด เพิ่งกลับมาจาก จ.เชียงใหม่ มีประชาชนแจ้งเบาะแสมีการจ่ายเงินซื้อเสียงแล้ว หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องจริง ขอให้ทุกคนไปร่วมสังเกตการณ์นับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ป้องกันการซื้อยกหน่วย มีเบาะแสแจ้งมาเรื่อยๆ เรากำลังรวบรวมข้อมูล ครั้งนี้เอาจริงมอนิเตอร์ใกล้ชิด หากมีหลักฐานเพียงพอจะยื่นร้องต่อไป คำถามคือ กกต.จับการซื้อเสียงได้กี่คน หวังพึ่งไม่ได้จริงๆ ประชาชนต้องช่วยกันจับตา ฝากถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้ทำหน้าที่สมกับเงินเดือนที่ได้รับจากประชาชน สมกับการเป็น กกต. ทราบดีว่าประวัติราชการนายแสวงเป็นมาอย่างไร ท่านได้ตอบแทนบุญคุณไปหมดแล้ว ขอให้ทำหน้าที่ กกต. เพื่อประโยชน์ประชาชนเบรก “นายใหญ่” ยัดเยียดหนี้บุญคุณผู้สื่อข่าวถามว่าการที่นายทักษิณปราศรัยเรื่องเงินหมื่น จะมีผลกับคะแนนเลือกตั้ง อบจ.หรือไม่ นายรังสิมันต์ตอบว่า ถ้าจุดประสงค์คือให้ประชาชนรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ ขอให้หยุด ไม่อยากให้ใครหาเสียงด้วยเงินหมื่นมาหวังผลการเลือกตั้ง นายทักษิณรู้นโยบายรัฐบาลเยอะกว่ารัฐบาล หลายเรื่องที่พูดออกมาเหมือนทำนายอนาคตรัฐบาลแม่นมาก แต่กำลังทำให้รัฐบาลนี้ดูแย่มากขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่ารัฐบาลนี้ไม่มีวิสัยทัศน์ เพราะวิสัยทัศน์ไปแสดงผ่านนายทักษิณ กลายเป็นนโยบายต่างๆ รวมถึงการหาเสียง ต้องหวังพึ่งนายทักษิณพท.โต้แจกเงินหมื่นไม่ใช่ซื้อเสียงนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ประธานสมาพันธ์คนรักประเทศไทย (สคท.) กล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนตั้งข้อสงสัยรัฐบาลแจกเงินหมื่นเฟสสองเข้าข่ายซื้อเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.ว่า เป็นคำพูดที่เหลวไหล รัฐบาลปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา กรอบใช้งบประมาณเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ใช่การซื้อเสียง ส่วนกรณีพรรคประชาชนกลัวเสียเปรียบในการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น พรรคประชาชนแพ้หรือชนะขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ให้ชาวบ้านเห็นว่าทำงานเป็นหรือไม่ เป็นที่พึ่งให้ชาวบ้านได้จริงหรือไม่ หรือเป็นนักการเมืองที่ดีแต่พูดไปวันๆ ส่วนกรณีพวกขาประจำที่จ้องทำลายรัฐบาลเพื่อไทย จองเวรต่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ควรหยุดพฤติกรรมระรานด้วยการไปยื่นคำร้องซ้ำซากไปมาต่อศาล“หนู” ย้ำศึก อบจ.ไม่กระทบสัมพันธ์นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีถูกตั้งข้อสังเกตไม่ร่วมยืนแถลงข่าวร่วมเฟมกับนายกฯ หลังประชุม ครม. เกิดจากบรรยากาศการหาเสียงนายก อบจ.ในพื้นที่ภาคอีสานว่า แค่วันนี้วันเดียว เสียงไม่มี เมื่อช่วงเช้าไปหาหมอมา เมื่อถามว่าล่าสุดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปขึ้นเวทีปราศรัยใช้วาทกรรม “ไล่หนู ตีงูเห่า” ที่ จ.ศรีสะเกษ นายอนุทินตอบว่า ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไร คำว่าไล่หนูตีงูเห่าเป็นคำสมัย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย เคยพูดไว้ก่อนเลือกตั้งปี 2566 เมื่อถามย้ำว่าเป็นวาทกรรมที่นายทักษิณใช้ปราศรัยซ้ำ นายอนุทินตอบติดตลกว่า ไล่มาอยู่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลการแข่งขันกันเป็นเรื่องปกติ เราแข่งขันกันรับใช้ประชาชน คุยกันหลายเรื่อง คุยกันหลายทีแล้วไม่มีปัญหาผู้ว่าฯขอนแก่นเด้งปลัดอำเภอเข้ากรุที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น เป็นประธานเปิดกิจกรรม Big Day โค้งสุดท้ายรณรงค์เลือกตั้งสมาชิกสภาอบจ.ขอนแก่น มีการปล่อยขบวนรถรณรงค์ประชา สัมพันธ์ นายไกรสรกล่าวว่า ขอให้ชาวขอนแก่นออกมาใช้สิทธิกันเยอะๆ เพราะการมีส่วนร่วมมากๆจะทำให้คนที่คิดซื้อเสียงทำได้ยากขึ้น ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐต้องวางตัวเป็นกลาง ได้แค่การอำนวยความสะดวกอย่างเสมอภาค การจะไปช่วยผู้สมัครรายใดรายหนึ่งหาเสียง เป็นเรื่องไม่ควรทำและผิดวินัย หากพบการกระทำให้แจ้งมาได้พร้อมดำเนินการทางวินัย กำชับข้าราชการฝ่ายปกครองไป โดยเฉพาะปลัดอำเภอ มีบางรายมีเรื่องร้องเรียนมา จึงได้ย้ายปลัดรายดังกล่าวมาประจำจังหวัดช่วงเลือกตั้ง และจะมีตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ถ้าผิดจริงต้องมีความผิดทางวินัย และมีคำสั่งให้นายอำเภอไปกำชับผู้ใต้บังคับบัญชา ถ้ามีคนร้องมาจริงหรือไม่จริงต้องควบคุมไว้ก่อน ไม่ให้เกิดข้อครหา ข้าราชการฝ่ายปกครองต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ชอบได้ขอให้อยู่แค่ในใจ อย่าไปออกหน้าออกตา“ทวี” เมิน “เสรีพิศุทธ์” จ้องฟันชั้น 14พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ระบุจะเอาคนที่เกี่ยวข้องกับการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าคุกทั้งหมดว่า เรื่องนี้อยู่ในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อถามว่าที่ยังไม่ได้เวชระเบียนจากโรงพยาบาลตำรวจ ทำให้เป็นจุดอ่อนในเรื่องนี้หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีตอบว่า ป.ป.ช.สอบสวนเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ระบุว่าต้องขออนุญาตศาลก่อนเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังไปโรงพยาบาลตำรวจ พ.ต.อ.ทวีตอบว่า ไม่รู้ท่านอ่านกฎหมายฉบับไหน กรมราชทัณฑ์ต้องใช้ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ปีๆหนึ่งเราส่งเกือบแสนคน หลายหมื่นคน จะเป็นลักษณะนี้หมด เมื่อถามว่าเป็นห่วงเจ้าหน้าที่จะถูกลากเข้าไปอยู่ในกระบวนการนี้หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีตอบว่า เจ้าหน้าที่มีความมั่นใจ เตรียมการไปให้การอยู่แล้ว ไม่กังวลเราทำตามกฎหมายและระเบียบทุกอย่างเลขา ป.ป.ช.แบะท่าบุก รพ.ตร.นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า กรณีดังกล่าวหาก ป.ป.ช.ชุดใหญ่ เห็นว่ามีพยานบุคคลใดจำเป็นต้องเข้าให้ข้อมูลข้อเท็จจริง จะมีมติให้ไต่สวน รวมถึงนายทักษิณด้วย แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าต้องเรียกบุคคลใดมาสอบบ้าง ส่วนที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เสนอให้เรียก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และคนในครอบครัวของนายทักษิณ ที่เข้าเยี่ยมนายทักษิณบนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ มาให้ถ้อยคำด้วยนั้น เป็นเรื่องที่กรรมการ ป.ป.ช.จะพิจารณาว่าเป็นบุคคลเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ไต่สวนอยู่หรือไม่ ต้องเชิญเข้ามาให้ข้อมูลหรือไม่ เมื่อถามว่า ป.ป.ช.ต้องไปตรวจชั้น 14 หรือไม่ นายสาโรจน์ตอบว่า เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา เพราะโรงพยาบาลตำรวจเป็นสถานที่เกิดเหตุ ป.ป.ช.อาจมีดุลพินิจให้ไปตรวจสอบว่ามีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่ไต่สวนมากน้อยเพียงใด ถ้าดูตามเนื้อหาอาจมีเหตุต้องไป การทำงานของ ป.ป.ช.ไม่กดดัน ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ถูกกล่าวหาและผู้กล่าวหาตอกลิ่มมี สส.รัฐบาลแอบส่งข้อมูลอีกเรื่อง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า การอภิปรายจะไม่เกินกลางเดือน มี.ค. ช่วงต้นเดือน ก.พ.นัดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านไว้แล้ว อาจประชุมและรับประทานอาหารร่วมกัน เหมือนตอนดินเนอร์พรรคร่วมฝ่ายค้านครั้งที่แล้ว ครั้งนี้พรรคไทยสร้างไทยเป็นเจ้าภาพ ส่วนกรณีมีคนในพรรคร่วมรัฐบาลส่งข้อมูลการอภิปรายมาให้ฝ่ายค้าน ไม่ใช่เรื่องใหม่ สมัยที่แล้วเคยมี สส.รัฐบาลนำข้อมูลบางอย่างมาให้ อาจไม่ถึงกับข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจ คิดว่ามีความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่หลายเรื่องในพรรคร่วมรัฐบาล แต่เขาไม่สามารถพูดเองได้เพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล น้ำท่วมปาก ก็จะยื่นมาให้เรานำไปขับเคลื่อนต่อ เมื่อถามว่าข้อมูลอภิปราย ประเด็นใดเด็ดที่สุด นายปกรณ์วุฒิตอบว่า ยังไม่บอก ส่วนกรณีที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ระบุถูกขู่ให้พ้นจากเก้าอี้รัฐมนตรี โดยนำเงิน 300 ล้านบาทมาแลก ปัญหานี้ไม่ได้สะท้อนสถานภาพรัฐบาล แต่สะท้อนเสถียรภาพประชาธิปไตยไทย ถ้าอยากเป็นรัฐมนตรีต้องใช้เงิน 300 ล้านบาท แล้วประชาธิปไตยไทยถูกขับเคลื่อนด้วยอะไร ตำแหน่งรัฐมนตรีถูกเลือกด้วยอะไรครม.ล่องใต้สัญจรสงขลา 18 ก.พ.ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติเห็นชอบกำหนดให้มีการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) วันที่ 18 ก.พ. ที่ จ.สงขลา มีวาระพิจารณาว่าด้วยการพัฒนาเกษตรทันสมัยมูลค่าสูง การพัฒนาท่องเที่ยวเชิงชุมชนมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน การพัฒนาอุตสาหกรรม เศรษฐกิจชีวภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียนสีเขียว รวมถึงการลงทุนและการค้าชายแดน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง โลจิสติกส์ การพัฒนาสังคมสู่สังคมเป็นสุข และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และฟื้นฟูอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯและ ครม.มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจราชการ ระหว่างวันที่ 16-18 ก.พ. ได้แก่ จ.ชุมพร พัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และสงขลาสภาหมื่นล้านเศษไม้หล่นกลางห้องผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมวุฒิสภา มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขณะพิจารณาญัตติแนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และปัญหาการประกอบอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวอยู่นั้น นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว. ได้ลุกขึ้นกล่าวในที่ประชุมว่า มีเศษไม้ชิ้นใหญ่หล่นลงมา ไม่แน่ใจว่าทำอะไรกันอยู่ข้างบน กลัวว่าจะหล่นลงมาทับสมาชิก เพราะไม่น่าจะใช่นก อาจเป็นอะไรสักอย่าง แต่เป็นไม้ที่เหมือนกับใช้ทำเพดานห้องประชุม ขอให้ประธานตรวจสอบ นายบุญส่งจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เอามาให้ดู พบว่าไม่มีอะไรเป็นถุงเล็กๆร่วงมาจากข้างบน เหมือนคราวที่แล้วที่สภาผู้แทนราษฎรมีกระป๋องนมร่วงลงมาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่