ตอนหนึ่งในเรื่องเมียๆ หนังสือ นักเล่านิทานและเรื่องอื่นๆ (สวนเงินมีมาพิมพ์ พ.ศ.2562) นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว เล่าว่าได้รู้จักยาวนาน นายหนังตะลุงชื่อดังเมืองเพชร ผู้ซึ่งบัดนี้มีอายุ 55 ปี จนนับถือกันเป็นพี่พี่ชายผู้มีเมียรอบเอว แต่มีทีละคน จำจำนวนไม่ได้แล้วว่า 7 หรือ 10 แต่ที่มหัศจรรย์นักก็คือเรื่องที่พี่เขาบอกว่า ตั้งแต่หนุ่มมาก่อนได้เมียคนสุดท้อง เมียทั้งหมดล้วน “พา” กันมาทั้งสิ้น“พา..ยังไง พากันมาทำอะไรคะ” ในวัยยี่สิบต้นๆ ดิฉันถามพี่เขาหัวเราะหึๆ “บ๊ะ ก็พามาทำเมียสิวะ”แต่สิ่งที่พี่เขาอธิบายต่อ มันยิ่งพลิกโลก พลิกการเรียนรู้ผ่านตำรับตำรา นิยายพาฝัน ละครน้ำเน่า...ที่เคยรู้เคยเข้าใจไปเสียทั้งสิ้น“คนเพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม แถวๆนี้แต่ก่อนเขาไม่แต่งงานกันหรอก สมัยพี่เด็กๆ ที่บ้านโพธิ์ใหญ่ อำเภอบ้านลาดนี่ ร้อยบ้านมีไม่ถึงห้าบ้านที่เขาแต่งงานกันส่วนใหญ่ ไม่ฉุดก็พาทั้งนั้น รักชอบก็นัดแนะตามกันไป พ่อแม่ไม่ได้ห้ามอะไร เป็นใจให้พาลูกสาวเขาไปก็มีถ้าเห็นว่าเขาไม่เหลวไหลเลี้ยงดูลูกเขาได้”คนแต่ก่อนเขายังมีคำพูดว่า “เมียขอเมียหมา เมียฉุดเทวดา เมียพาเมียคน”ดิฉันนั่งบื้อ เซ่อและอ้ำอึ้งไปเลย“ที่บอก เมียขอเมียหมา เราหมายถึงว่า ไปป่าวร้องสู่ขอผู้หญิงมาทำเมีย มันเหมือนไปขอลูกแมวลูกหมาเขามาเลี้ยง มีสร้อยสักสลึงครึ่งบาทก็ไปเอาเขามาได้ ไม่ต้องใช้ความสามารถอะไรส่วนเมียฉุด นั่นเราต้องตามพวกมาช่วยกันสักห้าคน คอยเวลาเขาออกจากบ้านมาดูลิเก จับมัดแบกขึ้นหัวอุดปากยกตีนไม่ติดดิน ลอยเหาะไปเหมือนพวกเทวดาเวลาจะเอากัน สมัยก่อนไม่มียาคุม ข่มขืนปั๊บยังไงก็ต้องท้องทำให้ท้องเร็วๆ จะได้จบๆเรื่องไป แล้วต้องถนอมเขา ดูแลเขาให้ดีเพราะเอามายากส่วนเมียพาเมียคน นั่นเราเป็นมนุษย์รักกัน พากันไป สบช่องก็พาหนีมาร่วมทุกข์ร่วมสุข เป็นคู่ทุกข์คู่ยาก จะไปทิ้งขว้างเขาไม่ได้ ถือว่าลำบากอดออมมาด้วยกัน”“แล้วพี่พาเขามาตั้งเกือบสิบคน เอาเขาไปทิ้งไปขว้างตรงไหนหมดล่ะ” ดิฉันถาม“เขาทิ้งพี่หมด” ตาสวยๆของพี่นายหนังปรอยลง“ไม่มีผู้หญิงคนไหน เขาทนความเปล่าเปลี่ยวได้ พี่เล่นหนังปีละ 200 กว่าคืน หยุดแต่ช่วงเข้าพรรษา ดันเป็นช่วงเราถือศีลเสียอีก กลางวันพี่ก็ต้องทำงาน เมียเลยมีชู้ไปเสียทุกคนช้ำใจจริงๆเพิ่งคนหลังนี่แหละ ทำท่าจะอยู่ได้ทน อายุห่างกันเยอะ เขานับถืองานของเรา คนนี้พี่ไปสู่ขอ แต่งงานเรียบร้อย แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอยู่ยาวแค่ไหน”ในบทสนทนาวันนั้น เรื่องเมียๆยังไม่จบง่ายๆ พี่นายหนังขยายความให้ฟังอีกว่า การฉุดการพา มิใช่ย่ามใจทำตามสบาย แต่มีขนบมีจารีตควบคุมเจ็ดวันสิบวันต้องส่งข่าวให้พ่อแม่ผู้หญิงรู้ จะรับสมาหรือไม่ ถ้าไม่รับก็พาหนีเปิดเลยบางคนไปฉุดเขามาผู้หญิงไม่เต็มใจ เขามีคนรักของเขาพ่อแม่พี่น้องเขาไม่ยอม เขาตามฆ่าอย่างถึงที่สุดก็มีเรื่องเมียๆยังมีเรื่องมันๆอีกยาว ผมขอคัดลอกมาเล่าต่อแค่นี้ ภาษาสำนวนเล่าของนิพัทธ์พร แต่ละคำแต่ละประโยคจี้ใจ จนผมอยากให้ไปหาหนังสืออ่านกันเองผมว่านะ! อ่านเรื่องเมียๆฉบับเมืองเพชร...ยังฟังแล้วบันเทิงใจดูดีมีแง่คิดกว่า ฟังข่าวนักการเมืองฆ่ากัน พูดจาเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น โกหกพกลมกันไปวันๆ.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม