คดี ส.จ.โต้ง นายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ ถูกยิงเสียชีวิตในบ้านนายสุนทร วิลาวัลย์ หรือ “โกทร” อบจ.ปราจีนบุรี อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุข และ สส.พรรคภูมิใจไทย กลายเป็นข่าวโด่งดังติดต่อกันหลายวัน เพราะมองว่าเป็นคดีฆาตกรรมการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ “บ้านใหญ่” หรือผู้มีอิทธิพลจึงสั่นสะเทือนทั่วประเทศต้นเหตุของคดียังสับสน มีผู้ให้ข่าวหลายมุมมอง ฝ่ายตำรวจปราจีนบุรีมองว่าโกทรกับพวกรวม 7 คน เกี่ยวข้องกับการตายจึงจับกุมเพื่อดำเนินคดี แต่มีบางคนไม่เชื่อว่านายสุนทรจะเกี่ยวข้อง เพราะเป็นพ่อของ ส.จ.โต้ง แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน ถ้าเป็นการขัดแย้งทางการเมือง ก็คือการขัดแย้งระหว่าง ส.จ.โต้งกับโกทรเป็นเรื่องที่ว่า ส.จ.โต้งแจ้งต่อโกทร ในฐานะผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ว่าต้องการให้ภรรยา คือ น.ส.ณภาภัช อัญชสาณิชมน ให้สมัครนายก อบจ.ปราจีนบุรี ในนามพรรคเพื่อไทยอาจสร้างความไม่พอใจให้โกทรหรือไม่ หลังจากสามีถูกยิง น.ส.นภาภัช หรือ ส.จ.จอย ยืนยันว่าจะสมัครนายก อบจ.ในนามพรรคเพื่อไทยแน่นอนคดีนี้ไม่ใช่คดีฆาตกรรมการเมืองธรรมดา แต่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลด้วย หลักฐานชัดเจนที่สุดคือการที่ ส.จ.จอย ร้องขอให้โอนคดีไปให้ตำรวจกองปราบปรามฯรับผิดชอบ เพราะไม่ไว้วางใจตำรวจท้องที่ ขณะนี้คดีจึงอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจกองปราบปรามฯ จึงถูกมองว่านอกจากเป็นการเมืองแล้วยังเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลด้วยกลายเป็นคดีที่สั่นสะเทือนไปทั่วประเทศ เป็นคดีฆ่ากันตายเพื่อช่วงชิงอำนาจ ผิดทั้งกฎหมายอาญาและกติกาประชาธิปไตย เพราะการต่อสู้เพื่ออำนาจในสังคมประชาธิปไตย จะต้องต่อสู้แบบสันติวิธี ที่บางคนเรียกว่า “สันติประชาธรรม” และขัดหลักพระพุทธศาสนา ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาก็ยึดถือแนวทางสันติวิธีการต่อสู้เพื่ออำนาจในประเทศ ไทย เช่น การเลือกตั้ง แม้จะมีการทำผิดกฎหมายอยู่มาก แต่ส่วนใหญ่เป็นการต่อสู้เพื่อให้ได้ “บัตรเลือกตั้ง” หรือ ballot ผู้ที่ได้บัตรเลือกตั้งมากที่สุดเป็นผู้ชนะ ไม่ได้การต่อสู้ด้วย bullet คือลูกปืน ซึ่งผิดกฎหมาย การได้บัตรเลือกตั้งมากที่สุดก็อาจผิดกฎหมายได้ ถ้าได้มาด้วย “การซื้อเสียง”ทันทีที่ทราบว่ามีการตายเกิดขึ้น อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเคยออกข่าวว่า ส.จ.จอยจะสมัครเป็นนายก อบจ.ปราจีนบุรี ในนามพรรคเพื่อไทย ได้ระบุทันทีว่าเป็นเมืองอิทธิพลต้องปราบปรามให้สิ้น มีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อปราบปราม โดยมีนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เป็นผู้นำ หวังว่าจะไม่เป็นผู้มีอิทธิพลเสียเอง.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม