“นายกฯอิ๊งค์” นำทีมแถลงผลงาน 90 วัน ลั่น 2568 ปีแห่งโอกาสที่จับต้องได้ แย้มโครงการใหม่ให้ชาวบ้านขุดคลองขายดิน-ดึงธุรกิจสีเทาขึ้นบนดิน-บ้านเพื่อคนไทย-ปลดล็อกเอสเอ็มอีค้าข้าวต่างประเทศ ขีดเส้นใต้ปี 68 ลดค่าไฟ-พลังงาน รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสายมาแน่ ปัดฝุ่นนโยบาย “คุณพ่อ” หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน-หนึ่งซัมเมอร์แคมป์-อัดฉีดเพิ่มกองทุนหมู่บ้าน ปชน.โวยนายกฯจงใจหนีกระทู้สภา คลังอ้างเก็บภาษี 15% แค่ตัวเลือก “นฤมล” ยันกล้าธรรมพร้อมรับ 20 สส. “อิทธิ” ปัดแลกคดีภูนับดาว “อรรถกร” ยังรักเคารพ “ลุงป้อม” เสมอ “หัวเขียง” เผยมี 24 จุดต้องแก้ไข ก.ม.สกัดปฏิวัติ “บิ๊กเล็ก” เชื่อใจน้องๆในกองทัพ “อนุทิน” สยบยอมไม่ตอบโต้ “นายใหญ่”น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำทีม ครม. หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง ผบ.เหล่าทัพ แถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” ประกาศเดินหน้าปี 2568 จะเป็นปีแห่งโอกาสที่จับต้องได้ แย้มโครงการใหม่ที่จะทำ อาทิ ขุดคลองขายดินบ้านเพื่อคนไทย ฯลฯ“อิ๊งค์” นำทีมแถลงผลงาน 90 วันเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ธ.ค.ที่สตูดิโอ 4 สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” พร้อมมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ข้าราชการฝ่ายการเมือง หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โฆษกกระทรวง หัวหน้ารัฐวิสาหกิจ และผู้บริหารองค์การมหาชน รวมถึงนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี เข้าร่วม ก่อนที่ น.ส.แพทองธารจะกล่าวแถลงผลงาน ได้เปิดคลิปวิดีโอการลงพื้นที่ทั่วประเทศตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งลั่นทุกองคาพยพเป็นทีมเดียวกันน.ส.แพทองธารกล่าวว่า 90 วัน นับตั้งแต่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เป็นช่วงเวลาของการปรับตัวระหว่างตัวดิฉัน คณะรัฐมนตรี เพื่อนข้าราชการ เพื่อหาแนวทางทำงานให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น ช่วงเวลา 90 วัน ในฐานะนายกฯ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่เข้ามาเรียนรู้และทำเรื่องต่างๆ เราทั้งหมดคือทีมเดียวกัน ช่วงที่ผ่านมาอาจมีบางช่วงมีการเปลี่ยนแปลงที่เราไม่คาดฝัน แต่วันนี้เรากลับมาแล้วเป็นรัฐบาลที่ร่วมมือกันทำงานแข็งแรง และมองไปข้างหน้าเพื่ออนาคตประเทศ เราวางรากโครงสร้างสำคัญไว้ให้ประเทศไทยในอีกทศวรรษข้างหน้า ให้ประเทศไทยของเรามีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ภาพประเทศไทยในปี 2568 เป็นปีของโอกาสที่จับต้องได้ สร้างสิ่งที่เป็นแค่ความฝันให้เกิดขึ้นจริงได้ ประเทศไทยมีความขัดแย้งทางการเมืองมานานกว่า 20 ปี วันนี้เราทุกคนพร้อมเดินต่อไปข้างหน้าแก้ ก.ม.ให้ชาวบ้านขุดคลองขายดินนายกฯกล่าวว่า เมื่อเข้ามารับตำแหน่งก็เจอปัญหาน้ำท่วมอย่างหนักในพื้นที่ภาคเหนือ มีดินโคลนถล่ม เราสามารถเยียวยาได้รวดเร็ว รวมถึงน้ำท่วมในภาคอีสานและภาคใต้ เมื่อมีตำแหน่งนายกฯ เป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติ ทำให้รู้สึกว่าเราจะเปลี่ยนแปลงชีวิตประชาชนได้อย่างไรบ้าง ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งมีมานานแต่ไม่เคยได้รับการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ จากนี้ต้องร่วมกัน โดยแก้กฎหมายให้ประชาชนขุดลอกคูคลองเอาดินไปขาย เป็นโครงการใหม่ที่เราจะศึกษาในรายละเอียดต่อไป มากไปกว่าการสร้างฟลัดเวย์ที่เป็นโครงการใหญ่ มอบหมายให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไปดูข้อกฎหมาย สำหรับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ปีนี้พื้นที่ภาคเหนือสามารถลดการเผาไหม้ลงได้ 50% แต่จะให้หมดไปเลยต้องใช้เวลาอีกนาน เรามีนโยบายไม่รับซื้อผลิตภัณฑ์ที่มาจากการเผาไหม้จากประเทศเพื่อนบ้านขีดเส้นใต้ปี 68 ลดค่าไฟ-พลังงานน.ส.แพทองธารกล่าวอีกว่า ปัญหายาเสพติด รัฐบาลเอาจริงเรื่องนี้ ประชาชนต้องช่วยกันตรวจสอบ จะทำแพลตฟอร์มให้ประชาชนแจ้งเบาะแสโดยตรงมาถึงนายกฯ และปกปิดข้อมูลส่วนตัวของผู้แจ้ง เพื่อความปลอดภัยของผู้ให้ข้อมูล ทั้งนี้ รัฐบาลเชื่ออย่างยิ่งเรื่องการทลายทุนผูกขาดที่ทำให้ประชาชนจนลง เช่น เรื่องข้าวมีกฎหมายควบคุมเป็นยุทธภัณฑ์ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง มีการแก้ไขปี 2522 แต่ยังกำหนดว่าผู้ส่งออกข้าวได้ต้องมีที่เก็บข้าว 500 ตัน เอสเอ็มอีไม่มีสิทธิส่งข้าวออกต่างประเทศ รัฐบาลจะปลดล็อกเรื่องนี้ให้เอสเอ็มอีค้าข้าวมีโอกาสส่งออกข้าวไปขายได้ กระทรวงต่างๆกำลังปรับปรุงกฎหมายให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน เรื่องราคาพลังงาน ต้องถูกจัดการ ค่าไฟ ค่าพลังงานในปีหน้าต้องลดลงอย่างแน่นอน ฝากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ให้ไปดูต่อในเรื่องนี้ ส่วนสุราชุมชนยังอยู่ระหว่างแก้กฎหมายอยู่เอาแน่ดึงธุรกิจสีเทาขึ้นบนดินน.ส.แพทองธารกล่าวว่า ธุรกิจนอกระบบหรือใต้ดิน ต้องนำเข้าสู่ระบบเสียภาษีตามระบบให้ได้ ธุรกิจเหล่านี้มีมูลค่ามากกว่า 49% ของจีดีพี เป็นแหล่งรวมมาเฟียและการคอร์รัปชันของข้าราชการบางส่วน และเราต้องการให้ประเทศไทยเป็นฮับของภูมิภาคด้าน AI โดยจะสร้างคนให้เข้าไปเรียนในระดับมหาวิทยาลัยทางด้านนี้ให้ได้ 2.8 แสนคนใน 5 ปี เราอยากสร้างนโยบายดีๆ ในปี 2568 จะนำนโยบายดีๆที่เคยใช้ในอดีตกลับมา นโยบายแรกคือหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOS) ส่งเด็กเรียนเก่งเรียนดีได้ไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีในต่างประเทศ โดยเงินกองสลากกินแบ่งรัฐบาล โครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งซัมเมอร์แคมป์ ส่งเด็กไทยไปเรียนซัมเมอร์แคมป์ที่ต่างประเทศ ให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ นำเงินกองสลากฯ มาพัฒนาโรงเรียนประจำอำเภอ นอกจากนี้ยังมีโครงการ SML EMPOWERING THAIS กระจายอำนาจสู่ชุมชน ส่งเงินถึงมือประชาชนโดยตรงทุกหมู่บ้านขายฝันบ้านเพื่อคนไทยเช่า 4 พันนายกฯกล่าวต่อว่า โครงการบ้านเพื่อคนไทย โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ที่ไม่เคยมีบ้าน ได้มีที่อยู่ใจกลางเมือง ใช้ที่ของรัฐที่ไม่ได้ทำประโยชน์ทำเลดีใกล้รถไฟฟ้า เริ่มที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในกรุงเทพฯ เป็นทั้งบ้านและคอนโดดีเริ่มต้นที่ประมาณ 30 ตารางเมตร มีเฟอร์นิเจอร์ให้ ไม่ต้องจ่ายเงินดาวน์ จ่ายในระบบของค่าเช่าเดือนละ 4,000 บาท ผ่อนได้ยาว 30 ปี มีสิทธิ์อยู่ถึง 99 ปี ปีหน้าจะมีห้องตัวอย่างมาให้ดู รวมถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย จะเกิดขึ้นในปี 2568 แน่นอน และโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเฟสสอง 2 สำหรับผู้สูงอายุ 4 ล้านคน จะได้ในวันตรุษจีนปีหน้า และเฟส 3 กลุ่มบุคคลทั่วไป จะให้ในรูปแบบดิจิทัลเพื่อให้รัฐใกล้ชิดประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยจะสำเร็จในปี 2568 อีกโครงการคือ “คุณสู้ เราช่วย” ลดหนี้ครัวเรือนยาหอมปีหน้าเป็นปีแห่งโอกาสน.ส.แพทองธารกล่าวว่า วันนี้ทีมรัฐมนตรีและทีมข้าราชการ เราคือทีมเดียวกัน เราทุกคนต่างมีหัวใจเดียวกัน คือหัวใจที่รักประเทศไทยและประชาชนคนไทย เราจะลดอำนาจรัฐลงเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น ประชากรไทยมี 66 ล้านคน ข้าราชการมีประมาณ 3 ล้านคน เทียบตัวเลขดูห่างกันมาก แต่ 3 ล้านกว่าคนคือกลไกที่สำคัญมาก วันนี้ขอเชิญทุกภาคส่วนมาร่วมกันทำเพื่อประเทศไทยที่เรารัก วางทางที่เข้มแข็งไว้ให้ลูกหลานเราในอนาคต อีก 10-20 ปี เราสร้างรากฐานมั่นคงให้กับประเทศไทยนี้ไว้แล้ว ในวันที่เรามีโอกาสมีหน้าที่มีตำแหน่ง ขอบคุณทุกท่านที่มาในวันนี้ มารอปีหน้าที่เป็นปีแห่งโอกาส และความหวัง เรามามีความหวังไปด้วยกันชัดลอกการบ้าน “ทักษิณ” มาเป๊ะผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่านโยบายโครงการบ้านเพื่อคนไทย ที่ให้คนไทยมีบ้านโดยไม่ต้องวางดาวน์ และเช่าผ่อนเดือนละ 4,000 บาทนั้น รายละเอียดเหมือนกับที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปช่วยปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ก่อนหน้านี้แย้มเปิดชมบ้านตัวอย่าง 20 ม.ค.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันว่าโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จะเริ่มใช้ได้เดือน ก.ย. 2568 ครอบคลุมรถไฟฟ้า 5 สาย หากเดินทางจาก MRT เลี่ยงเมืองปากเกร็ด ไปยังแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (สุวรรณภูมิ) ต้องใช้บัตรโดยสารถึง 5 ใบ ต่อรถ 5 สาย ในราคา 150 บาท โครงการนี้ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ลดค่าใช้จ่าย และมั่นใจว่าการออก พ.ร.บ.ตั๋วร่วมจะไม่มีปัญหา หากประชาชนประหยัดค่าเดินทางได้ จะเป็นค่าผ่อนบ้านตามโครงการบ้านเพื่อคนไทย โดยใช้ที่ดินของ รฟท. จะเปิดตัวบ้านตัวอย่างในวันที่ 20 ม.ค.2568 ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ จากนั้นจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนจองได้ เริ่มต้น 4 แห่ง ประกอบด้วย ย่านบางนา ธนบุรี เชียงราก และเชียงใหม่ ประมาณ 1,000 ยูนิตปชน.โวยนายกฯหนีกระทู้สดที่รัฐสภา เวลา 10.30 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 นัดแรก พิจารณากระทู้ถามสดของนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม.พรรคประชาชน สอบถามนายกรัฐมนตรีถึงการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ แต่นายกฯแจ้งติดภารกิจ มอบให้ รมว.เกษตรและสหกรณ์มาตอบแทน แต่ รมว.เกษตรฯก็ติดภารกิจ ต้องเลื่อนกระทู้ถามสดไป ทำให้นายณัฐชาไม่พอใจกล่าวเสียงดังว่า เรื่องปลาหมอคางดำคาบเกี่ยวหลายกระทรวง แต่ไม่มีความคืบหน้า นายกฯบอกอยากมาตอบกระทู้ แต่บอกว่าวันนี้ไม่เหมาะสม ต้องเป็นคนประเภทไหนที่บอกวันทำงานวันแรกไม่เหมาะกับการทำงาน เรื่องง่ายๆแค่นี้ไม่มาตอบ ไปจัดคิวเรื่องอื่นให้ชนกัน แล้วบอกไม่ว่าง ทำให้นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงทันที ทำให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทน ราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ปิดไมค์ไม่ให้พูดต่อ และขอให้นายณัฐชาใจเย็นๆ ใช้คำสุภาพ ก่อนจะให้นายณัฐชาพูดต่อไปจวกจงใจจัดคิวแทรกไม่เข้าสภานายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เหตุใดกำหนดวันแถลงผลงานรัฐบาล มาตรงกับวันแรกที่เปิดสมัยประชุมสภา ทุกคนรู้มาปีกว่าแต่ยังจงใจกำหนดวันแถลงผลงานรัฐบาลเป็นวันนี้ แม้จะมอบรัฐมนตรีคนอื่นมาตอบกระทู้ แต่รัฐมนตรีหลายคนไปร่วมงานแถลงผลงานเช่นกัน สรุปจงใจหนีตอบกระทู้เกือบทั้ง ครม.ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงว่า เรื่องปลาหมอคางดำ นายกฯมอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชี้แจง ไม่มีที่นายกฯจะไม่ให้ความสำคัญกับสภา แต่วันนี้จังหวะเวลาไม่เหมาะสมคลังอ้างเก็บภาษี 15% แค่ตัวเลือกต่อมาเวลา 11.40 น. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถามกระทู้สดนายกรัฐมนตรี ถึงแนวคิด รมว.คลัง ในการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 15% ว่า การปฏิรูปโครงสร้างภาษีที่จะขอเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเรตเดียวกันทั่วประเทศคือ 15% และเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 15% เพราะต้องการเก็บรายได้เข้ารัฐให้มากขึ้นหรือไม่ หากรัฐบาลอยากจัดเก็บรายได้มากขึ้น แต่ให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด ทำไมเลือกใช้วิธีเก็บภาษีนิติบุคคลและภาษีเงินได้เป็น 15% ให้คนธรรมดาต้องจ่ายภาษีเพิ่ม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงว่า กระทรวงการคลังศึกษาการปฏิรูปภาษีอย่างจริงจัง ตัวเลขขณะนี้ยังไม่ตั้งเป้าจะเก็บเท่าไร ตัวเลข 15% ก็เป็นไปได้ เป็นหนึ่งในตัวเลือก ในระดับนานาชาติมีการพูดถึงภาษีนิติบุคคล 15% ขั้นต่ำ จึงมีเกณฑ์ว่าทุกประเทศมีการเก็บภาษีขั้นต่ำ 15% ทิศทางโลกจะไหลเข้าสู่ตัวเลขนี้อัตโนมัติ เรื่องภาษีไม่สามารถเปลี่ยนแบบพลิกฟ้าพลิกดินได้ ขณะนี้ไม่มีโจทย์ ไม่มีเป้า ไม่มีธง หวังว่าสุดท้ายจะได้โจทย์ที่ดีที่สุดเพื่อมาหารือกันในสภาอีกครั้ง“นฤมล” ยัน กธ.พร้อมเปิดรับ 20 สส.วันเดียวกัน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีมติขับ 20 สส. กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา อดีตเลขาธิการพรรค พปชร. พ้นพรรคว่า ตอนนี้ สส.ในกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสยังไม่เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรมอย่างเป็นทางการ ต้องรอให้กระบวนการเสร็จเรียบร้อยก่อน จึงจะเริ่มรับสมาชิกใหม่เข้ามา ยืนยันว่าพร้อมรับทุกคนที่มีอุดมการณ์ตรงกัน เมื่อถามว่าจะมีบิ๊กเนมหรือบิ๊กเซอร์ไพรส์หรือไม่ นางนฤมลหันไปเกาะไหล่นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ และตอบว่า “นี่แหละบิ๊กสุดเลย บ้านใหญ่ 8 ริ้ว” พร้อมกับหัวเราะ ทำให้นายอิทธิรีบตอบกลับว่า “ผมนี่สมาชิกพรรคก่อนเลยนะ เป็น Founder (ผู้ก่อตั้ง)” เมื่อถามว่าต้องเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคใหม่หรือไม่ นางนฤมลตอบว่า ไว้ให้มีการประชุมใหญ่“อิทธิ” ปัดแลกกับถอยคดีภูนับดาวนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีสั่งการให้นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ หยุดลงพื้นที่ตรวจสอบไร่ภูนับดาว จ.สระบุรี ว่า ไม่อยากให้การเมืองเข้าไปวุ่นวาย ให้ข้าราชการดำเนินการเหมือนเดิม ทั้ง ส.ป.ก., ป.ป.ช., ป.ป.ท. ตำรวจสอบสวนกลาง ให้เขาทำงานเต็มที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการเมือง เมื่อถามว่าไม่มีใบสั่งทางการเมืองให้หยุดใช่หรือไม่ นายอิทธิตอบว่า ไม่มี อะไรที่ถูกกฎหมายเราเดินตามกรอบ “ผมถอยข้าราชการการเมือง คุณธนดลถือว่าเป็นข้าราชการการเมือง จะได้ไม่หาว่ากลั่นแกล้งกัน” เมื่อถามย้ำว่าการถอยครั้งนี้ไม่ได้เป็นการแลกเปลี่ยนกับการขับ 20 สส. ออกจากพรรค พปชร.หรือไม่ นายอิทธิตอบว่า ไม่มี ทุกหน่วยงานลงไปแล้วให้เขาทำงานเต็มที่ ส่วนเส้นทางการเงินให้ทาง ป.ป.ช. และตำรวจดำเนินการ“อรรถกร” ย้ำ 20 คนไปไหนไปกันที่รัฐสภา กลุ่ม 20 สส.ที่ถูกขับพ้นพรรค พปชร. นำโดยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา แถลงว่า ยืนยันไม่มีการทำผิดจริยธรรมหรือวินัยร้ายแรงใดๆ ส่วนอนาคตต่อไปของกลุ่ม 20 สส. เนื่องจากเพิ่งถูกขับออก คงต้องใช้เวลาจับเข่าคุยกันว่าเราจะเลือกเดินทางการเมืองอย่างไร แต่เชื่อว่า 20 เสียงของเรา จะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนประเทศ และเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะย้ายไปพรรคกล้าธรรม นายอรรถกรตอบว่า ไม่ทราบ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคกล้าธรรม แต่ทราบว่านางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม มีความพร้อม และมี สส.สังกัดพรรคอยู่แล้ว คงมีการคุยกัน ส่วนใหญ่รู้จักกับนางนฤมลอยู่แล้ว เคยทำงานร่วมกันมา สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา เราเดินไปไหนไปด้วยกัน ยึดถือการขับเคลื่อนประเทศ และสร้างปัญหาให้กับประชาชนน้อยที่สุดยังรักเคารพเป็นห่วง “ลุงป้อม” อยู่เมื่อถามว่าความรู้สึกต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. เป็นอย่างไร นายอรรถกรตอบว่า นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร แจ้งในที่ประชุมว่าพวกเราทั้ง 20 คนยังเคารพและเป็นห่วง พล.อ.ประวิตรอยู่ แต่เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ ทำให้เกิดเหตุการณ์ลากยาวมาถึงวันนี้ ส่วน พปชร.จะดำเนินการต่อไปอย่างไร เป็นเรื่องของผู้บริหารพรรค ภาวนาให้เขาเดินต่อไปอย่างเข้มแข็ง ยึดมั่นในประชาชนเป็นหลักถก พปชร.ไร้เงา “บิ๊กป้อม-ธรรมนัส”อีกด้าน นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานประชุมร่วมระหว่างกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และ สส. เพื่อลงมติตามที่คณะกรรมการตรวจสอบเสนอให้ขับ 20 สส. ออกจากพรรค โดยมีแกนนําพรรคและ สส.กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส ทยอยเข้าร่วมประชุม อาทิ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายไผ่ ลิกค์ สส.กําแพงเพชร นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา แต่ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. และ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย ต่อมานายไพบูลย์แถลงว่า ที่ประชุมร่วมมีมติขับ 20 สส.ในกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกพรรค ตามข้อบังคับพรรคที่ 54 (5) วรรคสอง มติของที่ประชุมเห็นด้วยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 การลงมติเรียบร้อย มีผลทำให้สมาชิกภาพของ 20 สส.สิ้นสุดในวันนี้ทันที จะนำรายงานที่ประชุมวันนี้เสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อไป“หัวเขียง” เผยมี 24 จุดต้องแก้ไขวันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุม สส.พรรคเพื่อไทย มีนายสรวงค์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.เพื่อไทย ร่วมเป็นประธานการประชุม มีรัฐมนตรี และ สส.พรรค ร่วมประชุมพร้อมเพรียง หารือถึงการพิจารณาถอนร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ต่อมานายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว แถลงว่า ไม่ได้เขียนร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วยตัวเอง กระทรวงกลาโหมสมัยนายสุทิน คลังแสง เป็น รมว.กลาโหม เป็นผู้จัดทำ เมื่อพ้นตำแหน่งก็ส่งมายังพรรคเพื่อไทย คณะกรรมการกฎหมายพรรคเพื่อไทยจึงดำเนินการต่อ มีการเติมพริก เกลือ มะนาวให้เกิดรสชาติ อาจผิดเพี้ยนจากร่างเดิมไปเล็กน้อย แต่สิ่งที่เพิ่มเติมไปเป็นสิ่งที่ทำกันทั่วโลกในการปกครองระบอบประชาธิปไตย หลังจากเสนอร่างกฎหมายไปแล้ว พบมีจุดบกพร่องต้องแก้ไข 24 จุด จึงขอถอนร่าง“บิ๊กเล็ก” เชื่อใจน้องๆในกองทัพที่สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จ.ลพบุรี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมว่า เห็นเหมือนกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม คือเป็นการเสนอกฎหมายส่วนตัว ไม่ใช่มติพรรค ได้พูดคุยกับ ผบ.เหล่าทัพ ทุกคนเข้าใจมองถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น ถ้าถามจุดยืนตนมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากทัศนคติ เกิดจากความเชื่อใจ และความเชื่อมั่น แต่ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกองทัพ เชื่อมั่นในทหาร เรายึดมั่นในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขอย่างเข้มข้น “ผมพูดคุยกับน้องๆ ตลอด มีความเชื่อมั่นในน้องๆ เชื่อมั่นในกองทัพ และก็เชื่อใจด้วยว่าไม่มีเกิดขึ้นในยุคนี้แน่นอน”“อนุทิน” สยบยอม “นายใหญ่”ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แซวพรรคภูมิใจไทยออกตัวหล่อเร็วเกินไปว่า ไม่ใช่ตนแล้ว ไม่มีใครเคยบอกว่าหล่อ แค่ดูดีเฉยๆ ตอนนี้ยังไม่หล่อ ยังทำไฮฟู่ (ยกกระชับกระตุ้นคอลลาเจน) อยู่เลย หล่อช้าไปหน่อยด้วยซ้ำ ไม่เคยคิดจะหล่อ เอาแค่ดูดีจีบสาวได้ก็พอแล้ว พรรคภูมิใจไทยก็มีจุดยืนเรื่องนี้ชัดเจนไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ ที่ทราบไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย เป็น สส.คนหนึ่งที่เสนอมา สิ่งที่พูดคืออย่าสร้างเงื่อนไขให้ทำปฏิวัติ สำหรับนายทักษิณเวลาเคารพนับถือใครจะไม่วิพากษ์วิจารณ์ เวลาท่านพูดอะไรที่รู้สึกว่าไม่ถูกต้องก็ไปชี้แจงกับท่านแค่นั้น ไม่มีไปต่อล้อต่อเถียง หรือเห็นแย้งตอบโต้นายทักษิณ เพราะเป็นผู้ที่มีพระคุณมา 20-30 ปีแล้ว เรื่องนี้ขี้ผงมากอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่