สืบนครบาลจับมือสืบ ตม.รวบ นศ.ปริญญาเอก สาวชาวจีน คนเช่าป้ายขนาดยักษ์กลางแยกห้วยขวาง โฆษณาขายสัญชาติและหนังสือเดินทางหลายประเทศ อ้างรับการว่าจ้างจากบริษัทไม่ทราบชื่อในฮ่องกง ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ จ่ายเงินค่าทำป้าย 6 หมื่นบาท ค่าเช่าป้ายโฆษณาเดือนละ 1.5 แสนบาท ได้ค่าดำเนินการแค่ 500 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 17,000 บาท เบื้องต้นแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าว ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตไว้ก่อน รอสอบเค้นอีกรอบว่า รู้มากกว่าที่ให้การหรือไม่ เพราะต้องการตัวหัวโจกจอมบงการ ตรวจสอบบัญชีธนาคารที่โอนเงินมาจ่ายค่าเช่าป้าย พบเป็นของคนที่เสียชีวิตไปแล้ว เชื่อเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริง “อนุทิน” รมว.มหาดไทย กร้าว สั่งการฝ่ายปกครองดำเนินการอย่างเฉียบขาด ไม่รังเกียจคนต่างชาติ แต่ถ้าใครทำผิดต้องไล่ออกไป ป้ายภาษาจีนโผล่อีก ใกล้นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.ปราจีนบุรี คราวนี้รับสมัครแรงงานต่างด้าว ทั้งลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนาม เจ้าหน้าที่รับร้องเรียนรีบตามไปปลดลงมาทั้งหมด 3 ป้าย ชาวบ้านโวย ทำแบบนี้เมื่อไหร่คนไทยจะมีงานทำกรณีมีผู้ขึ้นป้ายโฆษณาขนาดยักษ์เป็นภาษาจีน ประกาศขายสัญชาติพร้อมหนังสือเดินทางหลายประเทศอย่างโจ๋งครึ่ม บริเวณกลางแยกห้วยขวาง ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตห้วยขวาง กทม. แปลเป็นภาษาไทยว่า “ด่วน! ซื้อพาสปอร์ตย้ายประเทศ รับทำพาสปอร์ตและสัญชาติถูกกฎหมาย 100% มีสัญชาติให้เลือกคือ พาสปอร์ตอินโดนีเซีย ราคา 30,000 หยวน/วานูอาตู 70,000 หยวน/กัมพูชา 100,000 หยวน/และตุรกี 150,000 หยวน” สร้างความตกตะลึงให้แก่พี่น้องประชาชนถึงขนาดนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจเดินทางไปในพื้นที่ ท้องที่รับผิดชอบ สน.ห้วยขวาง สั่งการให้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.นำทีมตรวจสอบในเชิงลึกความคืบหน้าจาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ก.ค. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. และพ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก. (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.บูรณาการควบคุมตัว น.ส.นา ซู อายุ 35 ปี สัญชาติจีน จากห้องเลขที่ 88/156 ชั้น 19 อาร์ติซาน รัชดาฯ-พระราม 9 คอนโดมิเนียม ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. นำตัวไปสอบปากคำที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บก.สส.สตม.) หลังพบว่าเป็นผู้ว่าจ้างทำป้ายและให้ติดตั้งป้ายโฆษณาชักชวนซื้อสัญชาติและหนังสือเดินทางประเทศต่างๆ แต่ไม่มีประเทศไทยระบุไว้สอบสวน น.ส.นา ซู ให้ข้อมูลกับชุดสืบสวนว่า ตนเรียนระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศไทย เป็นอินฟลูเอนเซอร์ในแอปพลิเคชันเซียวฮองชู โซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมในประเทศจีน มีผู้ติดตาม 120,000 คน ระบุสถานะ “ฉันกำลังศึกษาปริญญาเอก พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ หากคุณต้องการแปลภาษาอังกฤษ เจรจาธุรกิจ หรือทำธุรกิจในกรุงเทพฯ โปรดติดต่อฉัน” รับงานมาจากบริษัทแห่งหนึ่งที่ฮ่องกง ติดต่อกันผ่านแอปพลิเคชันต่อมาแอดไลน์ติดต่อ ในส่วนค่าดำเนินการเป็นค่าเช่าป้ายโฆษณาเดือนละ 150,000 บาท ค่าทำป้าย 60,000 บาท ตนได้ค่าจ้างประสานงานป้ายละ 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 17,000 บาท ส่วนบริษัทที่ว่าจ้างตนไม่ทราบชื่อ มีเพียงไลน์ที่ใช้ติดต่อ เป็นไลน์ของคนที่มีรูปปรากฏบนป้ายโฆษณามีรายงานด้วยว่า จากการตรวจสอบบัญชีที่โอนเงินมาให้ น.ส.นา ซู เป็นบัญชีของคนที่เสียชีวิตไปแล้ว เชื่อว่าต้องการอำพรางปกปิดตัวตน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าว ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตไว้ก่อน ส่วนข้อหาอื่นต้องรอสอบสวนให้ได้ข้อมูลที่แน่ชัดต่อไป หลังจากนี้ชุดสืบนครบาลและชุดสืบ สตม.อยู่ระหว่างขยายผลเร่งรัดหาตัวผู้ว่าจ้างที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย (มท.) กล่าวว่า สั่งกรมการปกครองให้ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆให้ดำเนินการติดตาม ไม่ใช่เฉพาะเรื่องป้ายดังกล่าว การประกาศขายพาสปอร์ต ไม่ว่าประเทศอะไรก็ผิดกฎหมายทั้งนั้น จากนี้จะขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจสีเทาหรือไม่ หรือเข้าข่ายกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานทำผิดกฎหมายหรือไม่ เราต้องเร่งปราบปรามโดยใช้ความเป็นเจ้าพนักงาน เรื่องนี้ทำเกินไปจึงสั่งปลดป้ายทันที ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมทั้งนั้น ตนตื่นขึ้นมาพอทราบข่าวสั่งอธิบดีกรมการปกครองให้ไปดำเนินการทันที เขาทำไปก่อนแล้ว และทางเจ้าของป้ายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีถามว่ากรณีดังกล่าวจะกลายเป็นไฟไหม้ฟาง พอกระแสหายเรื่องจะเงียบใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า มันอยู่ที่ว่าเราเข้มงวดกวดขันแค่ไหน การกวดขันผับบาร์ต่างๆก็ไม่ใช่ไฟไหม้ฟาง รวมถึงการกวดขันปราบปรามยาเสพติด ยืนยันไม่ได้รังเกียจคนต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย แต่รังเกียจคนต่างชาติที่เข้ามาแล้วทำผิดกฎหมายในประเทศเรา มองว่าเป็นการย่ำยี ฉะนั้นไปจัดการคนผิดและไล่มันออกไปจากประเทศนี้เท่านั้นเอง ส่วนคนที่เป็น นักธุรกิจทำถูกต้อง เราอำนวยความสะดวกให้เขามั่นใจว่าประเทศไทยปลอดภัยที่จังหวัดปราจีนบุรี ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพและข้อความลงในกลุ่ม “บ่อวิน-ปลวกแดง เล่น-กิน-เที่ยว” ระบุว่า “ป้ายนี้อยู่ริมถนน 304 แถวนิคมโรจนะ รับสมัครแรงงานต่างชาติที่หางานทำ นี่คือเมืองไทยนะ คงต้องเรียนภาษาจีนกันบ้างละ จีนกำลังแทรกตัวเข้ามาทุกจุดของเมืองไทยแล้ว เขาไม่ได้มีป้ายภาษาไทยนะ เอากูเกิลแปลเอา อย่าได้มองข้ามจุดนี้กันเด็ดขาด เขาไม่ได้ต้องการจ้างแรงงานไทยอยู่แล้ว เราคนไทยต้องตื่นตัวในเรื่องนี้กันให้มาก ก่อนที่แรงงานไทยจะตกงานกันหมด”รายละเอียดบนป้ายภาษาจีนดังกล่าว แปลเป็นภาษาไทยว่า “แนะนำ แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย กลุ่มทรัพยากรบุคคลอันดับ 1 ของประเทศไทย แนะนำแรงงานต่างชาติจาก 4 ประเทศได้แก่ เมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม สะดวกสบาย เร็ว ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านการรับรองมาตรฐานการจัดการคุณภาพ ISO 9001 14001 27001 มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 18 ปี”ต่อมาผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ติดต่อไปหานายพัดทอง กิตติวัฒน์ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี กรณีป้ายดังกล่าวที่ติดตั้งก่อนถึงนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี นายพัดทอง เผยว่า ประสานไปยังผู้บริหารโรงงานตอบว่า ป้ายนั้นไม่เกี่ยวข้องกับนิคมโรจนะ และยังมีติดอยู่ข้างถนนสาย 304 ด้วย ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบในพื้นที่สนามชัยเขต มุ่งหน้า อ.ศรีมหาโพธิ พบมีป้ายดังกล่าวจริง ติดตั้งก่อนถึงนิคมโรจนะประมาณ 1 กม. และเลยเขตอุตสาหกรรมประมาณ 1 กม.มีอีก 2 ป้าย เจ้าหน้าที่แขวงการทางขับรถมารื้อป้ายออก หลังมีผู้โทรศัพท์ร้องเรียนไปที่กรมทางหลวง จึงมีคำสั่งให้รื้อถอนทั้งหมดรวม 3 ป้าย มีลักษณะและขนาดเดียวกันชาวบ้านในพื้นที่เผยว่า ถนนสาย 304 มีป้ายแบบนี้เยอะ เขียนเป็นภาษาจีน ไม่แน่ใจว่าจะชักชวนคนไทยไปทำงานหรือก่อตั้งอะไรซักอย่าง เห็นมานานแล้ว มีเยอะ เป็นภาษาจีนและมีเบอร์โทร.ด้วย ด้านนายจรูญ ปราณีชน ชาวบ้านพื้นที่ ต.หนองโพรง กล่าวว่า ในฐานะคนไทยมองว่าไม่ดี จะทำให้คนไทยตกงานเพราะรับแต่คนต่างด้าว ขอให้รับคนไทยบ้าง ส่วนนายสถาพร ปราบพราน กล่าวว่า ตามถนนสาย 304 มีป้ายรับคนงานพม่า ลาว เขมร ตามความคิดของตนคนไทยจะตกงาน ทุกวันนี้ห้องเช่าก็ให้คนลาว พม่า เขมรเช่า เพราะคนไทยไม่มีงานทำอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่