“ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง” คือผู้ที่ มีภาวะพึ่งพิงผู้อื่นในการดูแลสุขภาพ...เกิดภาวะพึ่งพิงในการใช้ชีวิตประจำวัน อันเนื่องมาจากการเจ็บป่วย หรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุอาจแยกย่อยได้เป็น...กลุ่มที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนและสามารถฟื้นฟูได้ เช่น ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเข่า ผ่าตัดสะโพก ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่องไม่เกิน 6 สัปดาห์หลังออกจากโรงพยาบาลถัดมา...กลุ่มผู้ป่วยติดบ้าน เป็นกลุ่มที่มีการดำเนินของโรค ทำให้มีข้อจำกัด ช่วยเหลือตนเองไม่ได้เต็มที่ต้องการผู้ดูแลหรือคนช่วยเหลือในการทำกิจกรรมบางส่วน เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่องอยู่ในระหว่าง 3-6 เดือนหลังจากออกจากโรงพยาบาลสาม...กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังหรือผู้สูงอายุที่มีความพิการ มีภาวะสับสนทางสมองต้องมีผู้ดูแลช่วยเหลือในการทำกิจวัตรประจำวันจำเป็น...ต้องมีการดูแลต่อเนื่องระยะยาวในช่วงชีวิต สุดท้าย...กลุ่มผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลแบบประคับประคอง เจ็บป่วยด้วยโรคที่ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้...ผู้ป่วยระยะสุดท้ายของชีวิต จำเป็นต้องมีการดูแลต่อเนื่องในระยะยาวในช่วงชีวิตสิทธิผู้ป่วยบัตรทอง “30 บาท...รักษาทุกที่” เกี่ยวกับผู้ป่วยกลุ่มนี้ ถือว่าเป็นข่าวดีด้วยว่าปีงบประมาณ 2567 สปสช.ได้แจ้งไปยัง อปท. ทั่วประเทศเพิ่มงบเหมาจ่ายดูแล “ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง” เป็นจำนวน 10,442 บาทต่อคนต่อปี จากเดิมอยู่ที่จำนวน 6,000 บาทพร้อมขยายการดูแลเพิ่มเติม 2 กลุ่มเป้าหมาย... “ผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมตั้งแต่ระยะปานกลาง” และ “ผู้ป่วยระยะสุดท้าย” เน้นย้ำว่าเป็นการหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รุกดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ และเพิ่มศักยภาพหน่วยบริการ ให้สามารถจัดบริการดูแลได้อย่างครอบคลุมตามนโยบายรัฐบาล...เมื่อปี 2559 ที่มุ่งให้การดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นการรองรับ “สังคมผู้สูงอายุ” ในประเทศไทย โดยจัดสรรงบประมาณและมอบให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นหน่วยงานดำเนินการให้ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่จำเป็นภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) โดยได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ผ่านกลไก “ระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ (Long Term Care : LTC)” สมศักดิ์ เทพสุทินสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะ ประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) บอกว่า ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงที่ได้รับการดูแลภายใต้ระบบนี้ กำหนดเป็นบุคคลที่มี คะแนนประเมินความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันตามดัชนีบาร์เธลเอดีแอล (Barthel ADL index)เท่ากับ...หรือ...น้อยกว่า 11ซึ่งจะได้รับการดูแลจาก “ทีมหมอครอบครัว” และ “ผู้ช่วยเหลือ ดูแล (Care giver)” รวมถึงการได้รับอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์เครื่องช่วยที่จำเป็นตามแผน “การดูแลรายบุคคล (Care Plan)”โดย สปสช.จะสนับสนุนงบประมาณเหมาจ่ายไปยัง “กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่” ในอัตราเหมาจ่ายจำนวน 6,000 บาทต่อคนต่อปีเพื่อให้ อปท.ที่เป็นผู้บริหารจัดการกองทุนฯและนำไปจ่ายให้กับหน่วยบริการ สถานบริการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ที่ทำหน้าที่ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน แต่ละปีจะมีผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลอยู่ที่จำนวน 320,000 คนต่อปี แต่ที่ผ่านมาพบว่ายังมีผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงกลุ่มอื่นๆในชุมชนเพิ่มเติมอีกเช่น กลุ่มที่มีภาวะสมองเสื่อม กลุ่มผู้ป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งมีความจำเป็นหรือความต้องการที่ต้องได้รับการดูแลเหมือนกับกลุ่มที่มี ADL เท่ากับหรือต่ำกว่า 11ดังนั้น เพื่อเพิ่ม “การเข้าถึงบริการ” ของผู้มีภาวะพึ่งพิงให้ได้รับบริการที่บ้านหรือในชุมชนเพิ่มขึ้น คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บอร์ด สปสช.” ในการประชุม ครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา จึงมีมติเห็นชอบให้ขยายกลุ่มเป้าหมายโดยให้ครอบคลุมกลุ่มที่มี “ภาวะสมองเสื่อม” ตั้งแต่ระยะปานกลางและกลุ่ม “ผู้ป่วยระยะสุดท้าย” ด้วย โดยคาดการณ์ว่า...จะทำให้มีผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงที่ได้รับการดูแลในระบบเพิ่มรวมเป็นจำนวนประมาณ 6 แสนคนในคราวเดียวกันนี้ บอร์ด สปสช.ได้อนุมัติเพิ่มงบประมาณค่าบริการจากเดิมเหมาจ่ายการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่จากจำนวน 6,000 บาทต่อคนต่อปี เพิ่มเติมเป็นจำนวน 10,442 บาทต่อคนต่อปี...เพิ่มขึ้นอีก 4,442 บาทต่อคนต่อปีน่าสนใจว่าจะทำให้ อปท. มีงบประมาณสนับสนุนเพิ่มมากขึ้นในการดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ ทำให้หน่วยบริการสามารถจัดบริการได้ดีขึ้น รวมถึงจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นให้กับผู้ป่วยขณะเดียวกันยังทำให้เกิดแรงจูงใจหน่วยบริการที่มีศักยภาพ เช่น สถานชีวาภิบาลที่อยู่กระจายในชุมชนเข้าร่วมให้การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงในระบบ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารีนพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ย้ำว่า ในส่วนการดำเนินการตามมติบอร์ด สปสช.ข้างต้นนี้ เราจะมีการปรับประกาศหลักเกณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับมติดังกล่าว ซึ่งบางส่วนก็ได้เสนอบอร์ดไปในคราวเดียวกันแล้วพร้อมกับปรับหลักเกณฑ์แนวทางการจ่ายที่จะเริ่มได้ในปี งบประมาณ 2567 เนื่องจากได้มีการขออนุมัติงบประมาณรองรับไว้แล้วนอกจากนี้ สปสช.จะร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการจัดทำแนวทาง มาตรฐานการจัดบริการประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจ...ทั้งกับประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยจัดบริการต่อไป“การที่ สปสช.มีการสนับสนุนให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ของตนเอง จะทำให้เกิดการบูรณาการการดูแลผู้ป่วยทั้งด้านเฮลท์แคร์...ดูแลสุขภาพ และโซเชียลแคร์...การดูแลทางสังคมได้มากขึ้น”ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยบางคนอาจมีความต้องการที่จะได้รับการช่วยเหลือทางด้านที่พักอาศัยหรือการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ทางท้องถิ่นก็อาจจะจัดหางบประมาณในส่วนนี้มาสนับสนุนได้อีก“รวมทั้งในปัจจุบันการดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงมีหน่วยงาน องค์กรที่ทำหน้าที่อยู่หลายหน่วยงาน แต่เมื่อลงไปดำเนินการจริงในพื้นที่แล้ว ท้องถิ่นก็จะได้รับทราบข้อมูลเป็นศูนย์กลางในการประสาน...ลดความซ้ำซ้อนในการดูแลและงบประมาณได้” นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี กล่าวทิ้งท้าย.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม