“อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์” ผู้ช่วย ผบ.ตร. นัดญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ศพ พร้อมทีม พฐ.มาเปิดกระเป๋าเดินทางผู้เสียชีวิตรวม 8 ใบ ตรวจสอบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนใหญ่พบเสื้อผ้า แต่ในกระเป๋าของ “เชรีน ชอง” ลูกหนี้ที่ชักชวนเหยื่อร่วมลงทุนสร้างโรงพยาบาลที่ประเทศญี่ปุ่น พบซองใส่สารลักษณะเกล็ดสีขาวต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ ตรงกับรูปลักษณ์ของสารโปแตสเซียมไซยาไนด์ที่แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯตรวจพบในร่างเหยื่อ เร่งส่งให้ พฐ.ตรวจสอบว่าใช่ไซยาไนด์จริงหรือไม่ ถ้าใช่สามารถสรุปคดีได้อย่างสมบูรณ์ “ฉันชาย สิทธิพันธุ์” เผยยังไม่อนุญาตให้รับศพผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ร่าง ต้องรอให้พนักงานสอบสวนอนุมัติก่อน ด้าน “พิมพ์ภัทรา” รมว.อุตสาหกรรมกำชับกรมโรงงานฯเข้มตรวจสอบการซื้อขายครอบครองสารไซยาไนด์ทุกปริมาณ ต้องระบุได้ถึงผู้รับสารไปไว้ในครอบครองด้วยคดีสังหารหมู่ 6 ศพในห้อง 502 ชั้น 5 โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ พบเป็นชาวเวียดนามทั้งหมด แบ่งเป็นชาย 3 คน และผู้หญิง 3 คน แต่ 2 คนได้สัญชาติอเมริกัน หลังตำรวจเข้าสืบสวนคลี่คลายคดีตรวจสอบห้องเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ พฐ.พบสารไซยาไนด์ในแก้วชา กาโลหะ และถุงชา เชื่อว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 6 คน ดื่มเข้าไปจนเสียชีวิต สอดคล้องกับผลพิสูจน์ศพของภาควิชานิติเวชศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ ออกมาว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 6 คนตายจากสารพิษไซยาไนด์ ส่วนผู้ก่อเหตุชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.5 และ สน.ลุมพินี พบว่า น.ส.เชรีน ชอง ชาวเวียดนามสัญชาติอเมริกัน ชักชวนผู้ตายร่วมลงทุนสร้างโรงพยาบาลที่ประเทศญี่ปุ่นแต่ไม่มีความคืบหน้า ถูกทวงเงินคืน เกิดความเครียดเป็นสาเหตุของเรื่องสะเทือนขวัญครั้งนี้ ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจภาชนะในห้องและของส่วนตัวผู้เสียชีวิตทั้ง 6 คน ว่ามีสิ่งไหนใช้ใส่สารไซยาไนด์เข้าประเทศมาหรือไม่ หรือผู้ก่อเหตุหาซื้อในประเทศไทยความคืบหน้าจากที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 ก.ค. พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก.เผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจรอยนิ้วมือแฝงยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากมีวัตถุพยานเยอะอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ผลยังออกไม่ครบ เมื่อผลออกแล้วจะส่งผลการตรวจสอบทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน เริ่มตรวจตั้งแต่เมื่อวานนี้ขณะนี้ผลเริ่มทยอยออกมาบ้างแล้วและเพิ่งได้รับลายนิ้วมือของศพมาเมื่อคืนจึงเริ่มทยอยตรวจ จากการฟังแพทย์ระบุว่าไซยาไนด์ที่ใช้เป็นเกล็ด แต่ระบุประเภทไม่ได้เพราะไซยาไนด์มีหลายรูปแบบที่ใช้กันอยู่เป็นโปแตสเซียมไซยาไนด์ซึ่งจะไปแตกตัวและออกฤทธิ์ทำให้เสียชีวิตด้าน พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 เผยว่า วันนี้ยังไม่มีการประชุมและเรียกบุคคลใดมาสอบปากคำเพิ่มเติม ยังต้องรอพยานหลักฐานทางนิติเวชและผลการตรวจทั้งหมดก่อน เพื่อพิจารณาว่าจะเรียกใครมาสอบปากคำอีกหรือไม่ ส่วนประเด็นยางูยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดถึงแหล่งที่มาว่าไปซื้อมาจากแหล่งใด ส่วนแหล่งที่มาของไซยาไนด์ยังไม่ทราบแน่ชัด เป็นไปได้ว่าอาจนำมาจากต่างประเทศ ต้องรอการพิสูจน์ก่อน ส่วนน้องสาวของหนึ่งในผู้เสียชีวิตหากเป็นไปได้ อยากได้ตัวมาสอบปากคำอยู่ระหว่างการติดต่อเพื่อขอสอบปากคำที่ สน.ลุมพินี เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เดินทางมาร่วมประชุมความคืบหน้าคดีวางสารพิษฆ่า 6 ศพ หลังประชุมกว่า 1 ชม. พล.ต.ท.อิทธิพลเผยว่าวันนี้เรียกเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาเปิดกระเป๋าผู้ตายทั้ง 8 ใบ มีญาติผู้ตายจากเวียดนามมาช่วยยืนยันว่ากระเป๋าเป็นของใคร กระเป๋าทั้ง 8 ใบไม่เคยเปิดมาก่อนวันนี้เป็นครั้งแรก เบื้องต้นตรวจสอบยังไม่พบสิ่งของต้องสงสัยที่จะเชื่อมโยงไปถึงการเสียชีวิตผู้สื่อข่าวถามว่า พบยางูหมายเลข 7 ในกระเป๋าผู้ตายทั้ง 8 ใบหรือไม่ พล.ต.ท.อิทธิพลกล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ายางูหมายเลข 7 ดังกล่าวมีลักษณะอย่างไร ส่วนตัวตนไม่รู้จักและไม่เคยพบเห็น แต่เท่าที่ทราบข้อมูลยางูดังกล่าวเป็นวิตามินที่คนเวียดนามนิยมกิน ทั้งนี้ ต้องให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนำของทุกอย่างในกระเป๋าไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่า มียางูหมายเลข 7 รวมไปถึงสารไซยาไนด์ด้วยหรือไม่ สิ่งของในกระเป๋าส่วนมากที่พบเป็นเสื้อผ้าผู้ตายไม่พบเงินสด และทรัพย์สินทั้งหมดยังอยู่ครบทุกอย่างพล.ต.ท.อิทธิพลกล่าวด้วยว่า วันนี้ญาติผู้ตายเดินทางมาที่ สน.ลุมพินี แต่ญาติของนายฮึง ดัง วัน อายุ 55 ปี ชาวเวียดนามสัญชาติอเมริกัน ยังไม่เดินทางมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่มีข้อมูลบุคคลของ น.ส.เชรีน ชอง อายุ 56 ปี ชาวเวียดนามสัญชาติอเมริกัน สำหรับเรื่องที่มีการชักชวนกันลงทุนนั้น ข้อมูลมาจากลูกชายของ น.ส.ดิ เหวียน เฟือง หล่าน อายุ 46 ปี และนายฮอง ฟ่าม ถัั่น อายุ 49 ปีวันนี้ยังเรียกพยานมาสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งนายเทียง ทัง พัม อายุ 50 ปี ชาวเวียดนามสัญชาติญี่ปุ่น อดีตสามีของ น.ส.ดิ เหวียน เฟือง หล่าน อายุ 47 ปี รวมถึงจะเรียกพนักงานโรงแรม 2 คนที่เสิร์ฟอาหารและชุดชาที่ห้องเกิดเหตุมาสอบสวน รวมถึงญาติผู้เสียชีวิตด้วยมีรายงานล่าสุดว่า ภายหลัง พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานนำของทุกอย่างในกระเป๋าทั้ง 8 ใบของผู้เสียชีวิตทั้ง 6 คน มาตรวจสอบที่ สน.ลุมพินี พร้อมผู้เกี่ยวข้อง พบว่าในกระเป๋าเดินทางของ น.ส.เชรีน ชอง ผู้ชักชวนกลุ่มเหยื่อไปลงทุนสร้าง รพ.ที่ประเทศญี่ปุ่น บางรายเสียเงินไปกว่า 10 ล้านบาท มีซองพลาสติกขนาดเล็กภายในบรรจุเกล็ดสีขาวซุกซ่อนอยู่ ลักษณะตรงกับสารไซยาไนด์ชนิดเกล็ดที่แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาลงกรณ์ระบุว่าทั้ง 6 คนเสียชีวิตจากสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ จึงรีบนำส่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจยืนยันอีกครั้ง ถ้าเป็นไซยาไนด์จริงเท่ากับสามารถระบุได้ว่า ใครเป็นคนวางยาสังหารหมู่ในครั้งนี้ ทำให้สามารถสรุปสำนวนคดีได้อย่างสมบูรณ์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดถึงความคืบหน้าการชันสูตรศพชาวเวียดนามว่า ขณะนี้ศพชาวเวียดนามทั้ง 6 ศพ ผ่าชันสูตรครบหมดเเล้ว ประสานพนักงานสอบสวนเเละทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ยังมีประเด็นอื่นที่สงสัยหรือไม่ ขณะนี้ทีมเเพทย์ตรวจครบทุกอย่างเเล้วขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่ามีข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่สงสัยจะให้รับศพไปได้ ส่วนการชี้เเจงรายละเอียดการชันสูตรอย่างละเอียดจะหารือกับทุกฝ่ายเพื่อความรอบคอบในการชี้เเจงประเด็นที่สงสัยไม่ใช่เฉพาะทีมเเพทย์นิติเวชจุฬาฯเท่านั้น“สำหรับการตรวจไซยาไนด์ภายในร่างกาย ทีมเเพทย์เก็บตัวอย่างไปเเล้ว ไม่เกี่ยวกับร่างที่ทางญาติจะต้องมาติดต่อรับ ญาติสามารถรับร่างของผู้เสียชีวิตไปได้ ส่วนการรับศพที่ชันสูตรเเล้ว เป็น ขั้นตอนตามปกติที่ทางญาติต้องประสานสถานทูตเวียดนามเเละสถานทูตสหรัฐฯ เพื่อนำเอกสารมาติดต่อขอรับศพที่นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาฯ เเต่ยืนยันว่า วันนี้จะยังไม่มีการรับศพกลับไปอย่างเเน่นอน” รศ.นพ.ฉันชายกล่าวที่กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม เผยว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เป็น 1 ใน 6 หน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลวัตถุอันตรายตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม ต้องรับผิดชอบสารตามบัญชี 5 ใช้ในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงสารควบคุมตามอนุสัญญาของเสียเคมีวัตถุ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้วรวม 615 รายการ 26 กลุ่ม โปแตสเซียมไซยาไนด์จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ผู้ประกอบการที่ประสงค์นำเข้า ผลิต ต้องขอขึ้นทะเบียนพร้อมแจ้งวัตถุประสงค์การนำไปใช้ที่ชัดเจนต่อเจ้าหน้าที่ ต้องได้รับอนุญาตก่อนดำเนินการ การนำไปใช้ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น“สารโปแตสเซียมไซยาไนด์ใช้ประโยชน์หลากหลาย เช่น ใช้ในกระบวนการทำความสะอาดโลหะ ชุบโลหะ สกัดแร่ทองและเงิน และใช้ในห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ สถานที่เก็บรักษาต้องรับการตรวจสอบทุกครั้ง ประกอบการพิจารณาขออนุญาตเพื่อความปลอดภัยตามกฎหมายและหลักวิชาการ เจ้าหน้าที่ตรวจติดตามสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบุคคล ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้กำหนดให้ผู้มีโปแตสเซียมไซยาไนด์ตั้งแต่ 100 กก. ขึ้นไปในรอบ 6 เดือน ต้องรายงานข้อเท็จจริงการนำไปใช้ ปริมาณคงเหลือ การจำหน่าย เพื่อตามตรวจสอบไปถึงผู้ใช้ได้” รมว.อุตสาหกรรมกล่าวน.ส.พิมพ์ภัทรากล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา กรอ.ป้องกันไม่ให้นำสารโปแตสเซียมไซยาไนด์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อก.เห็นชอบเมื่อวันที่ 16 พ.ค.66 และมาตรการเร่งด่วนเพื่อควบคุมไม่ให้นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์เพิ่มเติม อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย 2535 แบ่งกลุ่มผู้นำเข้าเป็น 3 กลุ่ม 1.กลุ่มผู้นำเข้าสำหรับกิจการโรงงาน 2.กลุ่มผู้นำเข้าสำหรับห้องปฏิบัติการ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และ 3.กลุ่มผู้นำเข้าสำหรับกิจการชุบล้างโลหะขนาดเล็ก ครอบคลุมถึงการนำเข้าผลิตภัณฑ์เคมีที่มีโปแตสเซียมไซยาไนด์ความเข้มข้นต่ำเป็นองค์ประกอบสำหรับกิจการอื่นๆ“เพื่อเพิ่มความเข้มงวด อก.เตรียมลงนามร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการให้แจ้งข้อเท็จจริงของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ (ฉบับที่...) พ.ศ. ...เพื่อกำกับดูแลการใช้สารประกอบไซยาไนด์ 16 รายการอย่างเข้มงวด สามารถติดตามการใช้งานถึงรายย่อย ด้วยการระบุชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครอง ทุกปริมาณ และทุก 6 เดือน หากใช้ผิดวัตถุประสงค์ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” น.ส.พิมพ์ภัทรากล่าวสำนักข่าวท้องถิ่นเวียดนาม เช่น เวียดนาม นิวส์ และวีเอ็น เอ็กซ์เพรส รายงานว่า นายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม สั่งการให้กระทรวงต่างประเทศประสานงานร่วมมือกับทางการไทยอย่างใกล้ชิดในการสืบสวนเหตุฆาตกรรม 6 ศพ ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ อีกทั้งมีมาตรการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของพลเมืองเวียดนาม พร้อมสั่งให้กระทรวงต่างประเทศเวียดนามปฏิบัติหน้าที่เชิงรุกจัดการความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย รวมทั้งแถลงความคืบหน้าของสถานการณ์ต่อสื่อมวลชนและสาธารณะถึงเหตุดังกล่าว เช่นเดียวกับกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของเวียดนามที่ได้รับคำสั่งให้ประสานความร่วมมือกับทางการไทยในการสืบสวนเหตุ และแบ่งปันข้อมูลของเหยื่อให้แก่กระทรวงต่างประเทศเวียดนามเพื่อปกป้องสิทธิของพลเรือนเช่นกันอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่