ผมอยากให้ตั้งหลักกาลามสูตร...ของพระพุทธเจ้า อย่าเชื่อครู อย่าเชื่อตำรา อย่าเชื่อที่ทำตามๆกันมา ฯลฯ จนกว่าจะพิจารณาด้วยปัญญา สิ่งนี้ดี สิ่งนี้ไม่ดี ฯลฯ ก่อนจะปลงใจเชื่อเรื่องที่จะอ่าน ต่อไปนี้ก่อนลมหายใจสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งออกปากฝากฝังลูกชาย กับเพื่อนรักไว้สามข้อข้อแรก ฉันหวังว่า ลูกชายฉันจะได้เป็นรองประธานธนาคารโลก ข้อที่สอง ฉันหวังว่า ลูกชายฉันจะได้เป็นกรรมการในกลุ่มการเงินร็อกกีเฟลเลอร์ และ ข้อที่สาม ลูกชายฉันจะได้เป็นลูกเขยประธานาธิบดีเพื่อนคงเห็นว่าชายชราเลอะเลือน อาการก็บอกว่า อีกไม่นาน...จึงรับปากแต่บังเอิญเพื่อนรักชายชรา เป็นคนมีสติปัญญา แม้เขารับปากส่งๆไป แต่เมื่อลองคิดๆดู เขาก็พบว่า น่าจะมีช่องทางทำให้เป็นจริงได้ เขาเลือกไปหาประธานธนาคารโลก...เป็นคนแรก บอกกับท่านประธานว่า“ผมขอแนะนำเด็กหนุ่มคนนี้ เขาเป็นกรรมการกลุ่มการเงินร็อกกีเฟลเลอร์ และกำลังจะเป็นลูกเขยประธานาธิบดี”เขาหยุดดูท่าทีท่านประธานธนาคารโลกนิดหนึ่ง แน่ใจแล้วจึงพูดต่อ “คุณคิดว่าน่าจะตั้งเขาเป็นรองประธานธนาคารโลกหรือไม่?”เรื่องไม่น่าเชื่อ กลายเป็นเรื่องน่าเชื่อ ท่านประธานธนาคารโลก “ตกลง”ทางเลือกที่สอง เขาใช้วิธีเดียวกัน ไปหาประธานกลุ่มการเงินร็อกกีเฟลเลอร์ ผลก็ออกมา เด็กหนุ่มได้ตำแหน่งกรรมการกลุ่มการเงินร็อกกีเฟลเลอร์เพื่อนรักชายชรามั่นใจมากขึ้น เมื่อเขาใช้ทางเลือกที่สามเขาเข้าพบประธานาธิบดี แนะนำเด็กหนุ่มผู้มีสองตำแหน่งสำคัญความหวังสามข้อของชายชราก็ประสบผล เด็กหนุ่มได้เป็นลูกเขยท่านประธานาธิบดีไปจริงๆเรื่องที่เล่า ชื่อเรื่อง ความหวังสามประการ อยู่ในหนังสือเรื่องคมๆ ความหมายชวนคิด (สำนักพิมพ์อินสไปร์ พ.ศ.2553) ครับ มีคำอธิบาย ในชีวิตจริงเป็นไปได้ยากยิ่ง แต่นี่คือกุศโลบาย ที่อาจนำไปสู่ความสำเร็จกุศโลบาย มองเผินๆเป็นการพูดหรือการกระทำที่ไม่ตรงไปตรงมา แต่ควรดูที่เจตนาและผลที่ออกหากพูดหรือทำด้วยจิตบริสุทธ์ มีจุดหมายอยู่ที่ผลประโยชน์ต่อส่วนรวม ก็ควรทำมีตัวอย่างเรื่องเล่า แม่ทัพผู้มีกำลังพลน้อย โอกาสจะชนะข้าศึกน้อยมาก ก่อนเวลารบ เขานำนายกองทหารเข้าไปไหว้พระในโบสถ์ ล้วงเหรียญออกมาอธิษฐานเสียงดังๆ ถ้ารบชนะข้าศึก ขอให้เหรียญออกหัวแม่ทัพโยนเหรียญสามครั้ง เหรียญออกหัวทั้งสามครั้งข่าวแพร่ทั่วไปทั้งกองทัพ ทหารก็ฮึกเหิม รบสุดกำลังฝีมือ พลิกสถานการณ์แพ้เป็นชนะหลังการรบ ทหารคนสนิทยืนอึ้งทึ่งรำพึงเข้าหูแม่ทัพ...“สิ่งศักดิ์สิทธิ์อวยพรให้เรา เราก็ชนะจริงๆ”“เปล่าหรอก!” แม่ทัพล้วงเหรียญออกมา ยื่นให้ลูกน้องดู “เหรียญนี้ต่างหาก”เหรียญเหรียญนั้น แม่ทัพตั้งใจสั่งทำเป็นพิเศษ เป็นเหรียญที่มีหัวทั้งสองหน้านี่คือตัวอย่างหนึ่งของกุศโลบาย ที่จะมองว่าโกหกก็ได้ แต่หากเป็นการโกหกเพื่อชาติ ก็ใช่ว่าผู้นำบ้านนี้เมืองนี้ไม่เคยทำ อย่าคิดไกลไป แค่เรื่องกระบวนการเลือก สว. ที่อาจารย์นันทนาท่านว่า โหดเหี้ยม หักหลัง ฮั้วถ้าแกล้งไม่นึกถึง สว.กลุ่มบุรีรัมย์ พยายามนึกถึงบางคน เอ้า! สว.ศรีสะเกษ ดร.มานะ มหาสุวีระชัย และ สว.คะแนนรั้งท้าย นี่คือ ดีหนึ่งประเภทหนึ่ง อย่างน้อยเราก็มีคนเก่งๆดีๆเป็น สว.หลายคนความจริงการเมืองเราก็อยู่กันแบบนี้มานาน หรือคุณคิดว่า เราเคยมีการเมืองที่ดีที่สุดเมื่อไร?กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม