เรื่องเล่าเรื่อง วางอวนจับปลากลับได้ห่านป่า เป็นเรื่องหนึ่งในหนังสือที่ถูกค้นพบในวังจิ่งหยวนกง พระราชวังโบราณกรุงปักกิ่งมีตัวหนังสือบอกเพียงว่า หงอิ้งหมิง คนสมัยราชวงศ์หมิง เขียน เป็นเรื่องเล่าเก่าที่เล่าต่อๆกันมา(สายธารแห่งปัญญา บุญศักดิ์ แสงระวี แปล สำนักพิมพ์ ก.ไก่ พ.ศ.2535)ชาวประมงเฒ่าถอนใจ “เฮ้อ!” เสียงดัง วันนี้เป็นวันที่เจ็ดแล้ว ที่แกยังหาปลาไม่ได้เลยสักตัว แกเลือกอวนปากใหญ่ที่สุด วางอวนในทะเล ท่ามกลางแสงแดดแผดจ้าเรียบร้อยแล้ว แกก็เดินไปนั่งบนก้อนหินใหญ่ มองดูพวกหลานๆที่วิ่งเล่นกันบนชายหาดส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวเด็กๆไปเก็บอวนผืนเล็กขาดวิ่นมาจากไหน เอาไม้ไผ่มาแขวนกาง ผู้เฒ่าไม่รู้ เด็กๆตั้งใจจะทำอะไรเด็กๆยังเล่นสนุกสนาน ชาวประมงเฒ่าดูจนเพลินแต่แกก็ต้องสะดุ้งตกใจทันใด นกตัวใหญ่ตัวหนึ่ง บินถลาลงมาจากฟ้า มันบินโฉบลงมาเต็มกำลัง หัวมันดันหลุดเข้าไปติดอวน ดิ้นขลุกๆขลักๆ ปากก็ส่งเสียงร้องไม่หยุดผู้เฒ่ามองไป จึงเห็นนกกระจอกตัวหนึ่งนอนแบ่บอยู่บนพื้น หายใจหอบฮั่กๆ สงสัยว่า มันก็คงบินหนีนกใหญ่ ซึ่งแท้จริงก็คือห่านป่ามาสุดเรี่ยวแรงที่แท้ห่านป่าไล่จับนกกระจอกมา โดยไม่สนใจมีอะไรขวางหน้า มันจึงถูกอวนขาดๆของเด็กๆพันจนดิ้นไม่หลุดพวกเด็กนั้น ตอนแรกก็ตกใจ หยุดเล่นทันที พอตั้งสติได้ พวกเขาก็ช่วยกันจับห่านป่าส่วนนกกระจอก เด็กคนหนึ่งประคองมันอยู่พักใหญ่ ดูว่ามันพอมีเรี่ยวแรงบินได้ ก็ปล่อยมันไปขณะที่หลานๆช่วยกันหิ้วห่านป่ากลับบ้าน คนหนึ่งหันมาตะโกนบอก “ปู่รีบกลับบ้านเถอะ!”เด็กๆไม่ต้องบอก ปู่ผู้เฒ่าก็รู้ พวกเขาคงเอาห่านป่าเข้าครัว ทำกับข้าวมื้อเย็น ตั้งใจกินกันให้อร่อยปากประมงเฒ่าขานรับ แล้วก็หัวเราะลั่นอวนปากใหญ่ที่สุดของแก ในทะเลก็ยังว่างเปล่าเหมือนเมื่อเจ็ดวันก่อน แกเดินลงทะเลไปกู้อวน ระหว่างเดินกลับบ้าน แกคิดถึงนิทานที่พ่อแม่เคยเล่าตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นจ้องอยู่ข้างหลังแกนึกถึงเจ้าห่านป่า ตามันจ้องแต่นกกระจอก ยังไม่ทันมองผืนอวนขาดรุ่งริ่งที่เด็กๆกางขวาง กลายเป็นอาหารมื้อใหญ่ให้คน เจ้าห่านป่าก็เหมือนเจ้าตั๊กแตนที่จ้องแต่จะจับจักจั่นกินสุดท้ายมันก็กลายเป็นเหยื่อเจ้านกขมิ้น ที่แอบมองอยู่ข้างหลังมันอีกทีผู้เฒ่ามองอวนผืนใหญ่ในมือ แกหัวเราะหึๆในลำคอ แม้ไม่ได้ปลาสักตัว แต่แกใช้ความพยายามเต็มที่แล้ว แต่วันนี้จะมีทุกข์ใจอะไรอีกเล่าในเมื่อที่บ้านมีอาหารโอชะรออยู่การเมืองสดๆร้อนๆ ในบางบ้านเมือง เป็นเรื่องที่ทำให้คิดถึงเรื่องเล่า วางอวนจับปลาห่านป่ากลับติดอวน ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นก็จ้องอยู่ข้างหลังพรรคใดเป็นจักจั่น พรรคใดเป็นตั๊กแตน และพรรคไหน เป็นนกขมิ้น คงพอเห็นๆกันหงอิ้งหมิง เจ้าของเรื่องเล่าโบราณ สรุปเป็นคติสอนใจ มีอุบายในอุบาย มีการเปลี่ยนแปลงในการเปลี่ยนแปลง จึงไม่ควรพึงพอใจในความเก่งกาจสามารถที่มีพรรคมวยรองอย่าเผลอว่า พลิกเกมเสมอกับพรรคมวยต่อ สงครามยังไม่จบ เขายังไม่นับทหารกันหรอกหนา!กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม