โรคพืชหลายชนิดมักจะเกิดในช่วงฤดูฝน ด้วยสภาพอากาศมีความชื้นสูง เพื่อเตรียมรับมือเพื่อป้องกันการเกิดโรคพืชต่างๆ กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำให้เกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา และแบคทีเรียบาซิลลัสเพื่อช่วยป้องกันการเข้าทำลายและลดความเสียหายจากโรคของพืชทางดิน หรือโรคที่ติดมากับเมล็ด เช่น โรคกล้าเน่า โรคเน่าคอดิน ส่งเสริมการงอกของเมล็ดข้าว เมล็ดพืช หัวพันธุ์ ต้นกล้าสมบูรณ์ ระบบรากแข็งแรง สามารถดูดซับสารอาหารพืชได้อย่างดี รวมถึงส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช เพิ่มพัฒนาการของราก ทำให้พืชแข็งแรงและยังมีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคในระยะกล้าในพืชผักสามารถควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคไหม้ โรคกาบใบแห้งในข้าว โรคเหี่ยวในพืชตระกูลมะเขือ พืชตระกูลขิง โรครากเน่าโคนเน่า และโรคแอนแทรคโนส เป็นต้นชีวภัณฑ์เชื้อราไตรโคเดอร์มา สามารถใช้รองก้นหลุมก่อนการปลูก หรือหว่านใต้ทรงพุ่ม โดยผสมกับแกลบดิบหรือรำละเอียด และปุ๋ยอินทรีย์ ทำต่อเนื่องทุก 15-30 วัน หรือคลุกเมล็ด โดยคลุกให้เข้ากัน ก่อนนำไปเพาะในวัสดุปลูก รวมถึงสามารถแช่เมล็ดพันธุ์อย่างน้อย 1 คืนก่อนเพาะปลูกสำหรับชีวภัณฑ์แบคทีเรียบาซิลลัส สามารถทำได้โดยการคลุกเมล็ดก่อนเพาะในวัสดุปลูก หรือสามารถนำไปแช่เมล็ดพันธุ์อย่างน้อย 1 คืนก่อนปลูก หรือทำได้โดยผสมน้ำ รดในแปลงปลูกและรดต่อเนื่องทุก 30 วันกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งเสริมและขยายผลการผลิตชีวภัณฑ์ โดยเฉพาะเชื้อราไตรโคเดอร์มา และแบคทีเรียบาซิลลัส ผ่านศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศกว่า 3,555 แห่ง รวมทั้งเปิดบริการคลินิกพืชกว่า 882 แห่ง เพื่อให้บริการวินิจฉัยอาการผิดปกติของพืชเบื้องต้นให้กับเกษตรกร พร้อมให้คำแนะนำการจัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสานที่มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนชีวภัณฑ์พื้นฐานที่จำเป็น โดยจะมีหมอพืชที่ผ่านการอบรม มีความเชี่ยวชาญ ให้คำแนะนำกับเกษตรกรในพื้นที่เกษตรกรสามารถขอรับบริการผ่านศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนหรือศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ.สะ-เล-เตคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้ามองฟ้า เท้าหยั่งดิน” เพิ่มเติม