เวทีพิธีกรรม สาดวาทกรรมพอเป็นพิธี ปิดจ๊อบด่านแรกการประชุมร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ฝ่ายค้านเน้นเป้าใหญ่ถล่มโครงการดิจิทัลวอลเล็ต และงบกระทรวงกลาโหมเป็นหลักภาพรวม 3 วัน ก้าวไกล-ประชาธิปัตย์ ท่องสคริปต์โทนเดียวกัน อัดแจกเงินหมื่น เอื้อประโยชน์นายทุน ทำลายวินัยการเงินการคลังประเทศแต่ที่เพิ่มเติมคือ ฉายา “นักกู้ผ้าขาวม้าพันคอ” ของ “นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประดิษฐ์คำบาดอารมณ์ ระหว่างชำแหละเนื้อหางบประมาณรายจ่ายประเทศขณะที่ “นายกฯนิด” ท่องคาถาอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ สร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ การันตีเงินหมื่นถึงมือคนไทย 50 ล้านคนปลายปี 2567 แน่สีสันหอมปากหอมคอ วาระแรก ศึกอภิปรายงบรายจ่ายปี 2568 เตรียมเข้าสู่ขั้นตอนตั้งกรรมาธิการวิสามัญจัดสรรปันส่วนงบประมาณกันอีกรอบ รอโหวตวาระ 2-3 ดูแล้วยังไงก็ผ่านไปได้แน่ รัฐบาลใกล้ติดอาวุธครบมือ บรรจุเสบียงกระสุนดินดำเต็มลำ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์วัดฝีมือบริหารประเทศ “นายกฯเศรษฐา” คือของจริงหรือไม่ สถานการณ์ที่ต้องติดเครื่องเทอร์โบ สปีดผลงานเต็มที่ หลังผลโพลทุกสำนักตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีก คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยไม่กระเตื้อง โดนพรรคก้าวไกลแซงห่างออกไปเรื่อยๆไฟต์บังคับต้องพลิกสภาพเศรษฐกิจจากฟุบมาเป็นฟื้นให้สำเร็จโจทย์ยักษ์คิวกระตุ้นเศรษฐกิจปากท้องประชาชน เดิมพันสำคัญชี้วัดอนาคตเพื่อไทย ต้องใช้ผลสัมฤทธิ์พลิกฟื้นเศรษฐกิจ ทำแต้มไล่กวดกองทัพสีส้ม ยิ่งเที่ยวนี้ได้จัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2568 ด้วยตัวเอง ถ้าเศรษฐกิจยังทรงๆทรุดๆ เลือกตั้งรอบหน้ามีสิทธิกู่ไม่กลับวัดแค่สถานการณ์ปัจจุบัน ผู้นำก็หัวหมุนภายใต้บรรยากาศการเมืองที่ยังปั่นป่วน เล่นงานตลาดหุ้นหัวหกก้นขวิด กลุ่มนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยคดียื่นสอย “นายกฯเศรษฐา” ปมถูกกล่าวหาความผิดทางจริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต กรณีตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีและมีแนวโน้มผันผวนต่อ จนกว่าจะมีความชัดเจนทางคดีออกมาอุณหภูมิร้อนทางการเมืองฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน เศรษฐกิจไทยพลอยชะงัก ติดกับดักการเมืองป่วน เพราะไม่มั่นใจเสถียรภาพความมั่นคงของรัฐบาลทำ “นายกฯนิด” หืดจับ ควบคุมทิศทางเศรษฐกิจยากขึ้น4 คดีสำคัญทางการเมือง มีความชัดเจนแค่เรื่องเดียวคือ การเลือก สว.ไม่ถูกล้มกระดาน ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือก สว.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ กระบวนเลือก สว. ยังเดินหน้าต่อได้ พิชิต ชื่นบานแต่อีก 2 คดีใหญ่คือ คดียื่นสอยนายกฯ และคดียุบพรรคก้าวไกล ยังไม่รู้ทิศทาง ต้องลุ้นใจหายใจคว่ำ ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาไต่สวนเพิ่มเติม ยังไม่รู้จะนัดวินิจฉัยได้เมื่อไรขณะที่คดี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แค่โล่งอก แม้ได้รับการประกันตัว แต่ต้องลุ้นไปตายดาบหน้า สู้คดีมาตรา 112 ในชั้นศาลตามแนวโน้มที่ต้องดูกันยาวๆเป็นหนังชีวิต ยืดเยื้อถึง 3 ศาลนายใหญ่ได้ตั๋วไปต่อ แต่ยังติดบ่วงกฎหมาย ส่อถูกขึงยาวการเคลื่อนไหวไปถึงการเลือกตั้งสมัยหน้า แต่ยังจำเป็นต้องเดินสายโชว์พลัง เข็นพรรคเพื่อไทยชิงกระแสความนิยมคืนจากพรรคก้าวไกลต่อไปตามเกมที่เครือข่ายอำนาจเดิมยังเลือกใช้ “ทักษิณ” เป็นหัวขบวนสู้กับพรรคก้าวไกลในสังเวียนเลือกตั้งรอบหน้า ในฐานะตัวเลือกดีที่สุดกว่าพรรคอนุรักษ์นิยมอื่นๆนายใหญ่จันทร์ส่องหล้าเลือกเล่นบทสู้ไปเจรจาไป หวังเกลี่ยดุลอำนาจรอบใหม่ สถานการณ์เฉพาะหน้ากดดันพรรคเพื่อไทยต้องจับมือฝ่ายอนุรักษ์นิยมฝ่าพายุสีส้มสถานการณ์การเมืองแค่นิ่งขึ้นมาในระดับหนึ่ง แต่ยังมีความผันผวน เสี่ยงพลิกคว่ำพลิกหงายได้ตลอด โดยมีปัจจัยคดีการเมืองเป็นเงื่อนไขสร้างจุดพลิกผันแนวโน้มแต่ละคดีออกได้ทุกหน้า ตามธรรมชาติคดีการเมืองที่เอาแน่นอนไม่ได้ ต้องชั่งน้ำหนักทั้งหลักนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ตลอดจนบริบทการเมืองในขณะนั้นประกอบไปด้วย ผลลัพธ์สุดท้ายออกได้ทั้งผิดและถูกเกมอำนาจอึมครึม พลิกผันได้ตลอดเวลา ถ้าการเจรจาดีลอำนาจไม่ลงตัว!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม