นศ.หนุ่ม ม.ราชภัฏดัง ฆ่าเปลือยแฟนสาวเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน เชือดคอจนหลอดลมขาดใช้มีดตัดมือทั้ง 2 ข้างอำพรางไม่ให้ตรวจลายนิ้วมือได้ อุ้มศพขึ้น จยย.ไปหมกกองขยะใต้ทางด่วนอุดรรัถยา พยานเห็นตะโกนถามทำอะไรบอก “เอาของรักมาทิ้ง” ย้อนกลับบ้านโทร.ขอโทษแม่ แล้วกินยาเป็นกำมือหวังฆ่าตัวตาย พี่ชายมาพบกำลังชักเกร็ง หามส่ง รพ.ยื้อชีวิตรอดหวุดหวิด ตำรวจบุกอายัดตัวคาเตียงผู้ป่วย พ่ออ้างลูกชายป่วยจิตเวช รักษาตัวมานานแล้วแต่ยังไม่หาย ผบช.ภ.1 ระบุค้นห้องเชือดพบแค่ “อีโต้เปื้อนเลือด” ส่วนมือของเหยื่อทั้งสองข้างยังหาไม่พบผงะพบศพสาวนิรนามตายเปลือย มือทั้ง 2 ข้างถูกตัดขาดทิ้งไว้ในกองขยะใต้ทางด่วน ตำรวจคลี่คดีสำเร็จ ที่แท้เป็นแฟนหนุ่มเรียนที่เดียวกัน หลังฆ่าแฟนสาวแล้วกินยาฆ่าตัวหวังหนีผิด เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 5 มิ.ย. พ.ต.ต.อัจฉรา กระเดื่องงาน สว. (สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตใต้ทางด่วนอุดรรัถยา หน้าอู่ซ่อมรถช่างแดง หมู่ 4 ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี ไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.ท.กันณพงศ์ พุทธชาติ รอง ผกก.ป. สภ.ปากคลองรังสิต พ.ต.ท.ชัยรัตน์ แย้มวงษ์ รอง ผกก.สส. ชุดสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูในกองขยะใต้ทางด่วน พบร่างผู้เสียชีวิตมีเศษขยะกลบปิดศพ มีเท้ายื่นออกมาจากกองขยะ ใกล้กันมีหยดเลือดเป็นทาง ผู้ตายเป็นหญิงสาววัยรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี สภาพเปลือยกาย ศพถูกห่อด้วยผ้าห่มนวมสีเทา แล้วมัดด้วยเข็มขัดหนังสีดำ 3 เส้น หัวเข็มขัดของสถาบันราชภัฏพระนคร ลักษณะการมัดเป็นเปลาะๆ ข้อเท้า 1 เส้น ลำตัว 1 เส้น และลำคอ 1 เส้น หลังแก้ผ้านวมออกพบข้อเท้ายังถูกมัดด้วยลวดไม้แขวนเสื้อ มีผ้าขนหนูสีชมพูปูรองร่างกายอยู่ พร้อมดัมเบลหนัก 3 กก. หนีบไว้ใต้แขนซ้าย และดัมเบลหนัก 2 กก. วางไว้ข้างขา ข้อมือทั้งสองข้างถูกตัดขาดหายไป ลำคอมีรอยถูกแทงและถูกปาดคอ 2-3 แห่ง ท้ายทอยมีรอยเขียวช้ำคล้ายถูกทุบด้วยของแข็ง เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง หลังชันสูตรเบื้องต้นมอบศพให้มูลนิธิฯนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พิสูจน์สาเหตุการตายอย่างละเอียดสอบถามนายทองแดง บนสูงเนิน อายุ 48 ปี เจ้าของอู่ช่างแดง อยู่บ้านเลขที่ 138 หมู่ 4 ต.บางพูน ฝั่งตรงข้ามจุดพบศพ และเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ให้การว่า เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ ตี 5 เศษ ขณะที่ตนนอนอยู่ในรถยนต์ที่จอดริมถนนเพื่อเฝ้ารถยนต์ของลูกค้าหลายคันที่นำมาซ่อม ได้มีชายวัยรุ่นสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีเทา นุ่งกางเกงขาสั้นสีเข้ม ขี่รถ จยย.ฮอนด้า รุ่นสกูปปี้ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาจอด แล้วหยิบถังขยะหน้าอู่ของตนลากไปฝั่งตรงข้าม เทเศษขยะในถังโยนทิ้งข้างทาง ก่อนขี่รถ จยย.มุ่งหน้า ไปทางถนนซ่อมสร้างนายทองแดงกล่าวต่อว่า จากนั้นไม่เกิน 15 นาที ชายคนเดิมขี่รถย้อนกลับมา และลงไปดูจุดที่นำขยะไปเททิ้ง ตนรู้สึกสงสัยเลยตะโกนถามว่ามาทำอะไร ชายดังกล่าวบอกเสียงเรียบเฉยว่า “เอาของรักมาทิ้ง” แล้วรีบขี่รถย้อนกลับไปทางวัดบางพูน ตนหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพนิ่งได้ 1 ภาพ เห็นลักษณะชายดังกล่าวชัดเจน ต่อมาภรรยาเดินไปตรงจุดทิ้งขยะเพื่อเก็บขยะใส่ถังเพราะเกรงถูกเจ้าหน้าที่เทศบาลต่อว่า ระหว่างภรรยานำเหล็กไปเขี่ยเศษขยะ เห็นขาของผู้เสียชีวิตโผล่ออกมา ด้วยความตกใจรีบมาบอกตนและเรียกเพื่อนบ้านมาดู ก่อนจะแจ้งตำรวจมาตรวจสอบต่อมาเวลา 13.00 น. ชุดสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต แกะรอยกล้องวงจรปิดและสอบถามพยานแวดล้อมต่างๆ กระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุพักอยู่บ้านเลขที่ 198/157 หมู่บ้านอนาสิริรังสิต หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี รีบนำกำลังไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว เมื่อไปถึงพบนายเอกชัย เอี่ยมละออ อยู่ในอาการตื่นตระหนกมาแจ้งว่า ให้ช่วยเรียกรถพยาบาลมารับลูกชายของตนชื่อ นายธนากรณ์ หรือแซน เอี่ยมละออ อายุ 19 ปี เนื่องจากได้กินยาหลายชนิดพยายามฆ่าตัวตาย มีอาการชักเกร็ง ต่อมาเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูมารับตัวผู้ป่วย ส่ง รพ.กรุงสยามเซนต์คาร์ลอส ให้แพทย์ล้างท้องช่วยชีวิตจนอาการพ้นขีดอันตราย ก่อนย้ายไปรักษาต่อที่ รพ.ปทุมธานี และตำรวจอายัดตัวไว้ดำเนินคดีแล้วสอบถามนายเอกชัย ผู้เป็นพ่อให้ข้อมูลว่า ตนกับภรรยาไม่ได้พักอาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าว ปล่อยให้ลูกชายคนโตกับแฟนสาว และลูกชายคนเล็กกับแฟนสาวพักอยู่ร่วมกันรวม 4 คน ลูกคนเล็กเรียนอยู่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ปี 1 พร้อมกับแฟนสาวชื่อ น.ส.วรัญญา หรือหมิ๊งหมิง แสนสุริวงค์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/6 หมู่ 2 ต.ท่าสัก อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เมื่อช่วงเช้ามืดลูกชายคนเล็กส่งไลน์ไปบอกว่าขอโทษพ่อแม่กับทุกสิ่งที่ทำลงไป รู้สึกเอะใจว่าน่าจะมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น ตนและภรรยาพยายามติดต่อหาลูกแต่ไม่มีใครรับสาย กระทั่งไม่สามารถติดต่อได้อีก ตัดสินใจโทร.บอกลูกคนโตให้กลับบ้านมาดูน้อง ขณะเดียวกันตนรีบเดินทางมาดูลูกที่บ้านด้วยเช่นกัน เมื่อมาถึงพบลูกนอนชักเกร็งเปลือยกายอยู่ในห้องนอน เนื่องจากกินยาหลายขนาดเข้าไป จังหวะนั้นมีตำรวจมาถึงบ้านพอดีและแจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯมารับตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถพูดคุยได้เพราะยังอยู่ในการดูแลรักษาของแพทย์ด้านพี่สาวของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่า น้องสาวคบหากับนายธนากรณ์ ผู้ก่อเหตุตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม นานกว่า 3 ปีแล้ว กระทั่งมาเรียนระดับมหาวิทยาลัยด้วยกันและย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุได้ประมาณ 1 ปีเศษ เท่าที่ทราบนายธนากรณ์เป็นคนอารมณ์ร้อนและชอบใช้ความรุนแรง แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นฆ่ากันตายแบบนี้ เย็นวันเดียวกัน พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 แถลงคดีระบุว่า หลังเกิดเหตุตำรวจเร่งตรวจสอบหลักฐานภาพถ่ายของพยาน และกล้องวงจรปิดตามเส้นทางจากที่เกิดเหตุ พบภาพผู้ก่อเหตุขี่รถ จยย.เข้าและออกมาจากบ้านหลังหนึ่งรีบนำกำลังไปตรวจสอบ พบผู้ก่อเหตุกินยาเกินขนาด และได้เข้าช่วยเหลือ ขณะนี้อยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล สอบถามพี่ชายผู้ก่อเหตุทราบว่า ผู้ก่อเหตุกับผู้เสียชีวิตคบหาและอยู่ด้วยกันมา 3 ปี ย้ายเข้ามาอยู่บ้านใหม่ประมาณ 1 ปีเศษ ก่อนเกิดเหตุเวลาตี 2 ที่ผ่านมา ได้ยินเสียงทั้งสองทะเลาะกันพี่ชายเข้าไปเตือนและเสียงเงียบไป ไม่ได้สนใจอะไร กระทั่งมาเห็นข่าวและจะไปสอบถาม ก่อนมาพบว่ากินยาเกินขนาดเข้าไป นอนไม่ได้สติอยู่และช่วยไว้ได้ทัน จากการตรวจสอบวงจรปิดจากบ้านพบว่าช่วงตี 5 ปรากฏภาพผู้ก่อเหตุนำศพออกไปทิ้งตรงจุดเกิดเหตุพล.ต.ท.จิรสันต์กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบภายในบ้านพบคราบเลือดในห้องน้ำ ห้องนอนคนตาย และมีดอีโต้เปื้อนคราบเลือด ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ตรวจสอบประวัติเบื้องต้นพบมีประวัติเข้ารับการรักษาจิตเวชโรงพยาบาลแห่งหนึ่งมานานแล้ว รวมถึงมีประวัติถูกดำเนินคดีอนาจารที่ สน.คันนายาว เมื่อปี 65 ส่วนมือทั้ง 2 ข้างของผู้เสียชีวิตยังหาไม่พบ ต้องรอผู้ก่อเหตุได้สติจะสอบปากคำอย่างละเอียดก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ล่าสุดศาลอนุมัติออกหมายจับ แจ้ง 2 ข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาและซ่อนเร้นอำพรางศพต่อมานายเอกชัย พ่อของผู้ก่อเหตุ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ทั้งคู่คบกันมา 2-3 ปี พ่อแม่ทั้ง 2 ฝ่ายรับรู้และอยู่บ้านด้วยกัน ยอมรับว่าแฟนสาวคนนี้ทำให้ลูกชายเรียนจบชั้นมัธยมได้ เนื่องจากลูกชายของตนมีอาการสมาธิสั้น ไม่ค่อยมีสมาธิในการเรียน และเป็นโรคทางจิตเวชมา 2-3 ปีแล้ว รักษาอาการอยู่ตลอด น้องหมิ๊งหมิง ช่วยดูแลจนลูกตนเรียนจบ ที่ผ่านมาทั้งคู่คบหากันด้วยดีมาตลอด แต่อาจจะมีปากเสียงกันบ้างเป็นเรื่องปกติ ช่วงก่อนเกิดเหตุ พี่ชายเล่าว่าได้ยินเสียงทะเลาะกัน แต่ไม่ได้เข้าไปดู เพราะปกติคู่นี้ทะเลาะกันประจำ เคยทราบว่าทั้งคู่ทำร้ายร่างกายกันอยู่บ้าง เคยเตือนว่าถ้าทะเลาะกันไม่ควรจะทำร้ายร่างกายกัน แต่ครั้งนี้ไม่รู้สาเหตุที่ลูกชายทำลงไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาชุดสืบสวนสอบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวช ได้เข้าตรวจสอบบ้านของนายธนากรณ์ ผู้ก่อเหตุ บ้านเลขที่ 198/157 หมู่บ้านอนาสิริรังสิต หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี สันนิษฐานจุดสังหารน่าจะอยู่ในห้องนอน เมื่อไปตรวจสอบพบบนพื้นห้องถูกทำความสะอาดบ้างแล้ว แต่ยังไม่หมดมีคราบเลือดบางส่วนหลงเหลืออยู่ นอกจากนี้ยังพบรอยกระเซ็นของเลือดทั้งในห้องน้ำ หน้าบ้านและที่รถ จยย.คันที่ผู้ก่อเหตุขี่นำศพไปทิ้งใต้ทางด่วนตำรวจสันนิษฐานว่า ครั้งแรกผู้ก่อเหตุอาจตั้งใจนำศพไปถ่วงน้ำอำพราง เพราะใช้ดัมเบลห่อรวมกับศพเพื่อถ่วงน้ำหนักด้วย แต่เกิดเปลี่ยนใจเนื่องจากช่วงที่นำศพออกจากบ้านใกล้สว่างแล้วเบื้องต้นผลการชันสูตรศพจากแพทย์นิติเวชพบว่าบริเวณศีรษะมีรอยช้ำน่าจะมีการต่อสู้บ้าง แต่ไม่ทำให้สมองได้รับบาดเจ็บหรือมีเลือดออก บาดแผลถูกแทงที่ลำคอไม่ถูกเส้นเลือดใหญ่ แต่น่าจะทำให้หมดสติ สาเหตุการเสียชีวิตมาจากบาดแผลปาดคอ ลักษณะเหมือนจะตัดคอ เพราะของมีคมตัดถูกหลอดลมขาด ทำให้เหยื่อสำลักเลือดเข้าไปและมีลิ่มเลือดตกค้างในปอด ส่วนข้อมือทั้งสองข้างที่ถูกตัด แพทย์นิติเวชยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าผู้ก่อเหตุใช้ของมีคมประเภทใดในการตัด เพราะถ้าใช้เลื่อยจะต้องเห็นรอยแผลเป็นหยักๆ แต่สภาพบาดแผลที่พบค่อนข้างเรียบ และการตรวจค้นในบ้านที่เกิดเหตุ แพทย์นิติเวชยังไม่พบเครื่องมือที่พิเศษมากกว่ามีด เพราะถ้าเป็นมีดปังตอที่ตำรวจยึดไปไม่น่าจะเป็นอาวุธสังหาร เนื่องจากบาดแผลจะต้องมีรอยแตกจากการตรวจร่างกายผู้ตายไม่พบการตั้งครรภ์ ส่วนจะมีการใช้ยาบางประเภทเพื่อทำให้หมดสติก่อนเสียชีวิตหรือไม่นั้น จากสภาพบาดแผลจากการต่อสู้แทบจะไม่มี ทั้งนี้ ต้องรอผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจากห้องปฏิบัติการ ว่าพบยาประเภทใดในร่างกายของผู้เสียชีวิตหรือไม่ ต้องรอผลภายใน 48 ชั่วโมง อีกทั้งต้องหาข้อมือทั้ง 2 ข้าง ให้พบ เพื่อดูว่ามีบาดแผลจากการยื้อแย่งของมีคมที่มือหรือไม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่