ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติรับทราบให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 11 หน่วยงานร่วมแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ หรือ Thailand Zero Dropout โดยจะมีการประชุมนัดแรกวันที่ 14 มิ.ย.นี้ มติ ครม.ดังกล่าวถือเป็นกุญแจดอกแรกในการขับเคลื่อนมาตรการต่างๆทั้ง 4 มาตรการ ได้แก่ 1.มาตรการค้นหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาผ่านการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.มาตรการติดตาม ช่วยเหลือ ส่งต่อ และดูแลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา 3.มาตรการจัดการศึกษาและเรียนรู้แบบยืดหยุ่นมีคุณภาพและเหมาะสมกับศักยภาพของเด็กและเยาวชนแต่ละราย และ 4.มาตรการส่งเสริมผู้ประกอบ การภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมจัดการศึกษาหรือเรียนรู้ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานคณะกรรมการติดตามเยาวชนนอกระบบการศึกษา ซึ่งจะทำให้ทุกจังหวัดมีกลไกทำงานให้ทุกต้นเทอม ทุกโรงเรียน ทุกจังหวัด จะมีระบบการติดตามผู้เรียน และฟื้นฟูเด็กเตรียมความพร้อมการเข้าเรียนใหม่อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องดร.ไกรยสกล่าวว่า จากการประมวลข้อมูลหน่วยงานต่างๆ พบเด็กและเยาวชนที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา หรือเด็กนอกระบบปี 2566 ประมาณ 1.02 ล้านคน เมื่อแยกเป็นรายจังหวัดจะพบว่ามีเด็กนอกระบบเฉลี่ย 1-3% ของประชากรวัยเรียน ยกเว้น กรุงเทพมหานคร และจังหวัดตาก ที่มีเด็กนอกระบบสูงถึง 6-13% ซึ่งแต่ละจังหวัดมีศักยภาพในการดูแลเด็กกลุ่มนี้ได้ในระดับจังหวัด ระดับชุมชน โดยมีการติดตามปัญหาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง มีการออกแบบกลไกรายจังหวัด ซึ่งแต่ละชุมชนรู้จักทุกคนในชุมชนเป็นอย่างดี สามารถออกไปเคาะประตูบ้านของนักเรียนที่หลุดจากระบบการศึกษาให้กลับมาเรียนได้โดยช่วยแก้ปัญหาของแต่ละครอบครัวได้.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่