สนามบินแทบแตก คนเสื้อแดงโคราชแห่รับ “ทักษิณ” บินเจ็ตส่วนตัวร่วมเผาศพอดีตคนขับรถคู่ใจ ร่วมเป็นร่วมตายอยู่กันมา 40 ปี ชี้การเมืองไทยยังลี้ลับ ลั่นรู้ตัวหมด คนอยู่เบื้องหลัง 40 สว.ชงสอยนายกฯ อ่านสัญญาณออกใครเคลื่อนไหวต้องการอะไร ออกตัวแก่แล้วไม่ไปไล่เช็กบิล ชี้แค่สร้างความวุ่นวายทำบ้าน เมืองชะงัก แต่ล้มรัฐบาลไม่ได้ อยากให้นายกฯนิด อยู่นานๆ แนะให้เรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจ ไม่ปฏิเสธ ช่วยคุยกับเพื่อนบ้าน “เศรษฐา” ถกทีม ก.ม.พร้อม สู้คดี ไม่เสียสมาธิทำงาน เชิญผู้ว่าการ ธปท.-เลขาฯสภาพัฒน์ร่วมถก ครม.ศก. เช็กชื่อ 40 สว.สาย “ลุงตู่- ลุงป้อม” ร่วมสหบาทา “ดิเรกฤทธิ์” รับชื่อที่หลุดของจริง ไม่สนโดนไล่เช็กบิล เย้ยทำไม่ได้ เผยยอดผู้สมัคร สว.รวม 48,117 คน “แสวง” หน้าชื่นสมัครกัน น้อยจัดการง่าย เผยศรีสะเกษสมัครมากสุด-น่านน้อยสุด มี 2 อำเภอไม่มีผู้สมัครสักคนจับตานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั่ง เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวร่วมฌาปนกิจศพอดีตคนขับรถคนสนิท พร้อมเปิดใจให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมืองร้อน ทั้งการเข้าชื่อยื่นถอดถอนนายกฯของ 40 สว. บอกอ่านสัญญาณออกใครเคลื่อนไหวอะไรสนามบินแทบแตกแห่รับ “ทักษิณ”เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 25 พ.ค. ที่ท่าอากาศยานนครราชสีมา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย เดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมาร่วมงานฌาปนกิจศพนายวิชัย ช่างเหล็ก หรือลุงป๊อก อดีตคนขับรถคนสนิทนายทักษิณ โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช อดีต สส.บัญชีรายชื่อ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษา พรรคชาติพัฒนา ประชาชนและมวลชนเสื้อแดงมารอรับกันจนแน่นสนามบิน ต่างแห่เข้าไปผูกผ้าขาวม้าพร้อมโอบกอดและขอถ่ายภาพกับนายทักษิณ มีเสียงตะโกน “เรารักทักษิณ” ตลอดเวลา บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ฌาปนกิจพลขับคู่ใจอยู่กันมา 40 ปีจากนั้นนายทักษิณและคณะเดินทางต่อไปยังร้านส้มตำพันล้าน มีนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ รวมถึง สส.นครราชสีมา และ สส.อีสาน พรรคเพื่อไทย อาทิ นายโกศล ปัทมะ นายพชร จันทรรวงทอง ตามมาสมทบ มีการขึ้นป้ายเป็นรูปนายทักษิณและข้อความต้อนรับ นายทักษิณให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงบ่ายจะไปฌาปนกิจ “ลุงป๊อก” ที่วัดสังฆชินาราม ความสัมพันธ์กับนายวิชัยเริ่มตั้งแต่ตอนจบปริญญาเอกกลับมาจากสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ “โอ๊ค” นายพานทองแท้ยังตัวเล็กๆ ขับรถให้ตั้งแต่ตอนนั้น ชีวิตเขามีแต่ครอบครัวก็ต้องดูแลกัน เมื่อถามว่าครอบครัวนายวิชัยรอให้นายทักษิณกลับมาเผา นายทักษิณตอบว่า “ครับ ต้องไป เขาอยู่กับผมมา 40 ปี” เมื่อถามถึงกรณีที่โซเชียลนำชื่อไปขุดโยงว่าเป็นการปิดตำนานคดีซุกหุ้น นายทักษิณปฏิเสธตอบคำถาม ได้แต่ยกมือขึ้นมาและส่งยิ้มลั่นรู้ตัวหมดใครเคลื่อนไหวอะไรนายทักษิณยังกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง 40 สว. ขอให้วินิจฉัยคุณสมบัติของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จนทำให้มีการมองกันว่ามีกระบวนการวางยาพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ในพรรค พท.ไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ภายนอกการเมืองก็ยังเป็นการเมือง มีความลี้ลับอยู่พอสมควร ส่วนใหญ่เราจะดูความเคลื่อนไหว เพราะประเทศไทยใครเคลื่อนไหวอะไรก็จะรู้ว่าคนนี้เป็นคนของใคร เคลื่อนไหว ด้วยเหตุอะไร แต่แน่นอนในฐานะนายกฯมีหน้าที่ต้องตอบ ท่านต้องเตรียมตอบคำถามของท่าน ไม่ว่าใครจะเคลื่อนไหวอย่างไรก็แล้วแต่ หากเราไม่ได้ทำอะไรผิดก็ชี้แจง เมื่อถามว่าจากประสบการณ์มองว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่ม 40 สว. มีเบื้องหลังจากกลุ่มอำนาจไหน นายทักษิณตอบว่า สังคมการเมืองเขารู้ว่าใครเป็นคนของใคร อย่างไร เป็นเรื่องธรรมดาออกตัวแก่แล้วไม่ไปไล่เช็กบิลผู้สื่อข่าวถามว่านักวิชาการให้จับตานายใหญ่รอเช็กบิล 40 สว. นายทักษิณถึงกับร้องโอ๊ะ ก่อนตอบว่า “ผมจะไปมีสิทธิ์อะไร วันนี้ผมเป็นคนแก่คนหนึ่ง ที่ให้คำปรึกษารุ่นน้องๆ ให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองเจริญดีกว่า คงไม่มีน้ำยาอะไรหรอก แก่แล้ว” เมื่อถามว่าเป้าหมายคือการล้มนายเศรษฐาหรือไม่ นายทักษิณตอบว่า คงไม่ถึงขั้นล้มได้ แต่อาจเป็นการสร้างความวุ่นวาย บ้านเมืองชะงักบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่มองว่าจะไม่มาก เพราะหากชี้แจงได้ก็ไม่เป็นอะไร เมื่อถามย้ำว่ามองว่าเป้าหมายการเคลื่อนไหวครั้งนี้คือตัวนายทักษิณ นายทักษิณย้อนถามสื่อว่า “จะเล่นงานผมน่ะหรือ โอ๊ย ผมไม่มีอะไรให้เล่นแล้ว แก่แล้ว ต่างคนต่างอยู่เถอะ” เมื่อถามอีกว่าพรรค พท.ต้องเตรียมรับมืออะไรบ้าง นายทักษิณตอบว่า “ไม่มีอะไรครับ ก็ทำอะไรให้ถูกต้อง ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปหวั่นไหวมาก”แนะเรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจนายทักษิณกล่าวถึงกรณีอัยการนัดฟังคำสั่งคดีมาตรา 112 วันที่ 29 พ.ค.ว่า ยังเหมือนเดิม ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถ้าต้องไปก็ต้องไป ขึ้นอยู่กับทางอัยการด้วย วันนี้มาเยือนโคราช บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เจริญมากขึ้น ในเมืองใหญ่ๆจะเป็นเช่นนี้ แต่ในชานเมืองยังคงเหมือนเดิม เห็นชาวบ้านแล้วรู้สึกสงสาร เศรษฐกิจตอนนี้ไม่ดีเลย เมื่อถามว่าเศรษฐกิจ ตอนนี้แย่แค่ไหน นายทักษิณตอบว่า การที่ GDP โตร้อยละ 1.5 นายกฯได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในวันที่ 27 พ.ค. เราต้องรีบหาทางแก้ไข อะไรที่ต้องโด๊ปต้องยกขึ้นมาสูงๆ วันนี้กำลังซื้อประชาชนไม่มีเลย นายกฯก็เป็นห่วง เลยคุยกันระหว่างอยู่ต่างประเทศว่าท่านต้องเรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจอยากให้ “นายกฯนิด” อยู่นานๆเมื่อถามว่ามีการเตรียมความพร้อมให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ดำรงตำแหน่งแทนหรือไม่ นายทักษิณตอบว่า อยากให้ “นายกฯนิด” อยู่ให้ได้นานที่สุด เพราะงานกำลังเข้าที่ ต้องใช้เวลา มารับช่วงจากรัฐบาลทหาร และมีโควิด 3 ปี เหตุการณ์บ้านเมือง การแก้ปัญหามันไม่ง่าย ต้องอดทน ต้องให้ประชาชนอดทนว่าต้องใช้เวลาอีกหน่อย ไม่มีใครนิ่งนอนใจ เมื่อถามว่าการยื่นศาล รธน.ครั้งนี้ เหมือนเป็นการออกมาปรามการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา นายทักษิณตอบว่า “ไม่เกี่ยวหรอก ผมไม่มีตำแหน่งหน้าที่อะไร ผมมีแค่การให้คำปรึกษา”ไม่ปฏิเสธช่วยคุยกับเพื่อนบ้านเมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีกระแสข่าวไปพูดคุยกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน นายทักษิณตอบว่า มีหลายส่วน เรื่องต่างประเทศก็ส่วนหนึ่ง เรื่องในประเทศก็ส่วนหนึ่ง การไปพูดคุยกับต่างประเทศเหมือนเป็นการ ทำการตลาด ส่วนในประเทศเป็นเรื่องของการผลิต เพื่อให้มีกำลังซื้อ เราก็ต้องกลับมาระดมกำลังสมองช่วยกัน เมื่อถามถึงกรณีที่ได้มีการไปพูดคุยกับประเทศมาเลเซียและเมียนมา นายทักษิณตอบว่า ช่วยกันดูเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการที่มีเหตุการณ์ไม่สงบในแถบชายแดน เรามีพื้นที่ติดกันอยู่กว่า 2 พันกิโลเมตร ทำให้คนไทยลำบาก และเราต้องดูแลความเดือดร้อนประชาชนชาวเมียนมาที่เข้ามาอยู่ในไทย การที่เมียนมาเป็นหนึ่งในสมาชิกอาเซียน ทำให้อาเซียนอ่อนแอลง เราต้องคิดว่าถ้ามีอะไรพูดคุยช่วยเหลือกันได้ก็ปรึกษาหารือกัน พร้อม “โอ๊ค–อิ๊งค์” เผาศพ “ลุงป๊อก”ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่วัดสังฆวินาราม นายทักษิณเป็นประธานพิธีฌาปนกิจศพนายวิชัย ช่างเหล็ก หรือลุงป๊อก คนขับรถคนสนิท ตลอดสองข้างทางเข้าวัดมีป้ายต้อนรับและธงแดงปักไว้ตลอดเส้นทาง มีบางคนตะโกน “เรารักทักษิณ” และชมว่า “ตัวจริงหล่อจังเลย คิดถึง” สำหรับบรรยากาศภายในงานฌาปนกิจ มีนายทักษิณ พร้อมบุตรสาว บุตรชาย แกนนำพรรคเพื่อไทย และนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.นครราชสีมา มาร่วมงาน ทางเจ้าภาพได้ตั้งจอโปรเจกเตอร์เปิดคลิปสัมภาษณ์นายวิชัยก่อนเสียชีวิต เป็นการเล่าถึงการทำงานกับนายทักษิณ ตลอดการชมคลิปนายทักษิณตั้งใจดูด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะมีฝนตกลงมาสลับกับแดดจ้าตลอดพิธีเล่าประวัติอยู่ทุกช่วงเวลาชีวิตนายทักษิณได้ยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะพูดคุยกับแขกผู้ร่วมงานว่า “หลายคนคงแปลกใจว่าทำไมถึงผูกพันกับ “ป๊อก” มากขนาดนี้ เพราะไม่ใช่เป็นแค่คนขับรถ แต่เขาใช้ชีวิตคู่กับผมในที่แคบๆมากที่สุดคนหนึ่ง อยู่ในรถด้วยกัน ทำงานหนักตั้งแต่ทำธุรกิจจนมาเป็นนายกฯ เช้าออกเย็นกลับกว่า 40 ปี และป๊อกเคยขับรถไปส่งคุณหญิงคลอดเอมกับอิ๊งค์ วันที่ผมโดนคาร์บอมบ์ ถ้าวันนั้นสำเร็จก็คงตายด้วยกัน แต่โชคดีที่ไม่สำเร็จ ป๊อกเป็นคนที่ซื่อสัตย์อดทน เรียกได้ว่าชีวิตของป๊อกมีแค่ครอบครัวผมเท่านั้นกับครอบครัวตัวเอง อยู่ด้วยกันตลอด ป๊อกพยายามรอให้ผมกลับมา แต่โชคร้ายที่เป็นมะเร็งเลยจากไปก่อนผมกลับมาเพียงเดือนเดียว จึงตั้งใจบอกกับคุณหญิงไว้ว่า ผมจะกลับไปเผา และวันนี้ผมมาเป็นประธานฌาปนกิจ ขอบคุณพี่น้องเสื้อแดง พี่น้องคนโคราช ที่มาร่วมงานในวันนี้ และทุกท่านที่มาช่วยส่งดวงวิญญาณให้ป๊อกไปสู่สุคติในสัมปรายภพ” กราบย่าโมมีทั้งคนรัก–คนต้านจากนั้นเวลา 16.30 น. ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าว สุรนารี (ย่าโม) นายทักษิณนำคณะกราบสักการะย่าโม ทำพิธีถวายดาบและผูกผ้าสามสี มีมวลชนเสื้อแดงในพื้นที่รอต้อนรับจำนวนมาก อีกด้านมีมวลชน กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) จำนวนหนึ่ง มารวมตัวถือป้ายคัดค้าน เช่น “หลานย่าโมไม่เอาบ่อนคาสิโน” “ประเทศไทยไม่ใช่สมบัติชินวัตร” “คนโคราชยินดีต้อนรับนักโทษเทวดา” พร้อมกับตะโกนว่า “ทักษิณติดคุก-ยิ่งลักษณ์ติดคุก” “ยิ่งลักษณ์ข้าวเน่า” ขณะที่มวลชนคนเสื้อแดงตะโกนแข่งว่า “เรารักทักษิณ” แข่งกับเสียงกลุ่มผู้คัดค้านแหย่ “สุวัจน์” หวนคืนเพื่อไทยกระทั่งเวลา 17.00 น. ที่ภัตตาคารเสียว เสี้ยว นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ปิดภัตตาคารเลี้ยงต้อนรับนายทักษิณ และคณะ พร้อมมอบรูปหล่อท้าวสุรนารี รุ่น 555 ปี นครราชสีมา เป็นที่ระลึกแก่นายทักษิณ ด้านนายทักษิณกล่าวขอบคุณว่า วันนี้อบอุ่น ได้รับการต้อนรับและของที่ระลึกมากมาย ไม่ได้พูดนานจึงพูดไม่ค่อยเป็น ขอใช้ หัวใจพูด ที่ผ่านมาประเทศไทยเดินหน้าเศรษฐกิจทุนนิยมตามฝรั่ง เป็นเศรษฐกิจที่ขาดความเห็นใจ เพราะหลักของมันคือปลาใหญ่กินปลาเล็ก ปลาเร็วกินปลาช้า แต่คนบ้านนอกทั้งตัวเล็กและช้าจึงโดนกินมาตลอด เพราะเราบริหารโดยไม่เข้าใจพื้นฐานของคนที่ด้อยโอกาส วันนี้ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องคิดถึงคนส่วนใหญ่ เราถูกยุบมา 3 ครั้ง ไม่เคยย่อท้อที่จะเดินหน้าเศรษฐกิจทุนนิยมที่เห็นอกเห็นใจประชาชน เราต้องแก้ไขเศรษฐกิจครั้งนี้ให้ได้ วันนี้ดีใจมาพบเพื่อนๆคนเก่าคนแก่อย่างนายสุวัจน์ รู้จักกันมาตั้งแต่พรรคปวงชนชาวไทย อีกคนที่ต้องขอบคุณคือนายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีต รมช.คมนาคม ที่วันนี้มีลูกสาวเป็น รมว.วัฒนธรรม “เดี๋ยวนายสุวัจน์ก็จะมาเป็นกำลังสำคัญของพรรคเพื่อไทย” ทำเอาเรียกเสียงฮือฮาของผู้ร่วมงาน เศรษฐา ทวีสิน“เศรษฐา” ถกทีม ก.ม.สู้คดีแล้วช่วงเย็นวันเดียวกันที่สวนสาธารณะบึงหนองบอน เขตประเวศ กทม. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับทีมกฎหมาย เตรียมการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ หลังรับคำร้องของ 40 สว.ยื่นถอดถอนจากตำแหน่ง กรณีเสนอชื่อนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีว่า เมื่อช่วงเช้าได้พูดคุยกับทีมงานฝ่ายกฎหมายแล้ว เมื่อถามว่าแนวทางชี้แจงเป็นอย่างไร นายกฯ ตอบว่า ขอให้รอครบ 15 วันก่อน จะชี้แจงครั้งเดียวเลยเพื่อให้เกียรติทีมทนายด้วย เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการและระบบตุลาการแล้วไม่อยากพูดเป็นรายวันว่าใครทำอะไร ต้องให้เกียรติทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมให้ความกระจ่างกับทุกฝ่าย เมื่อถาม ว่า มั่นใจว่าจะชี้แจงได้ใช่หรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า “มั่นใจครับ มีความสบายใจ คุยกับทางทีมทนายแล้ว เดี๋ยวเราก็เตรียมเรื่อง” เมื่อถามย้ำว่าพร้อมชี้แจงทั้งในเรื่องของเอกสารและชี้แจงด้วยตัวเองใช่หรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า มีการพูดคุยกันอยู่แล้วตลอดเวลาไม่เสียสมาธิทำงานฝ่ายบริหารผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำให้เสียสมาธิระหว่างที่ ยังต้องเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ นายกฯตอบว่า ไม่หรอก สื่อเองก็ถามกันทุกวัน เชื่อว่าพรุ่งนี้ต้องถามอีกว่าเสียสมาธิหรือเปล่า ความจริงแล้วอย่างตน อย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ไม่อายุ 60 ปี ก็ใกล้ 60 ปีกันแล้ว เราผ่านมาเยอะ สามารถทำทุกอย่างได้ในเวลาเดียวกันหลายๆอย่าง มันเป็นหน้าที่ที่มากับตำแหน่งอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ รองนายกฯ ผู้ว่าฯ กทม. เราต้องทำได้หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ตรงนี้ไม่ห่วง อย่างที่บอกเมื่อมีเรื่องนี้เข้ามาก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมไป เรามีหน้าที่ชี้แจงก็ชี้แจงไป ขณะเดียวกันหน้าที่ของฝ่ายบริหาร เราเองต้องไม่ให้หย่อนยาน สบายใจได้ยก “อนุทิน” ร่วมแนะถก ครม.ศก.นายเศรษฐายังกล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุแนะนำให้มีการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ว่า มีหลายคนแนะนำ นายอนุทิน ก็แนะนำเพราะเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจ เราทำงานกันเป็นทีม ตอนที่อยู่ต่างประเทศตัวเลขจีดีพีเพิ่งออกมา สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มารายงานก่อนเดินทาง 1 วัน ก็พอจะทราบ เลยให้เกียรติสภาพัฒน์เป็นผู้แถลง เมื่อถามว่า จะมีการประชุม ครม.เศรษฐกิจทุกวันจันทร์เลยหรือไม่ นายกฯตอบว่า แล้วแต่ความจำเป็น แต่ละเรื่อง โดยวันที่ 26 พ.ค.นี้ มีนัดทานข้าวพูดคุยกับ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและ รมว.คลัง เตรียมการก่อนที่จะประชุม ครม.เศรษฐกิจ วันที่ 27 ก.พ.เชิญผู้ว่าการ ธปท.–เลขาฯสภาพัฒน์เมื่อถามว่าเชิญผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) เข้าร่วมประชุม ครม.เศรษฐกิจด้วยหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า เข้าใจว่ามีการเชิญผู้ว่าการ ธปท. เลขาธิการสภาพัฒน์ เข้าร่วมประชุมด้วย เมื่อถามว่าเตรียมความพร้อมชี้แจงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2568 ต่อที่ประชุมรัฐสภาหรือยัง นายกฯตอบว่ามีความพร้อมแน่นอน ก่อนไปต่างประเทศได้คุยกับทีมงานแล้ว ก่อแก้ว พิกุลทอง“ก่อแก้ว” เห็นใจขอมุ่งทำงานต่อนายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกเห็นใจสงสารนายกฯตั้งแต่รับตำแหน่งมา 8-9 เดือน ขยันขันแข็งใส่ใจทุกปัญหา เผชิญหน้าทุกสถานการณ์ ไม่ระรานวิวาทะกับใคร มุ่งไปสู่เป้าหมาย แก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ สร้างความปรองดองคนทุกสี คลี่คลายความขัดแย้งและให้โอกาสทุกกลุ่มด้วยกฎหมายนิรโทษกรรม เชื่อว่าสังคมส่วนใหญ่มองเห็นให้การยอมรับและชื่นชมในความตั้งใจของนายเศรษฐา ความพยายามของคนบางกลุ่มที่พยายามให้ร้าย ดิสเครดิต ขัดขวาง ตั้งใจล้มรัฐบาล อาจทำให้นายเศรษฐา รู้สึกไม่สบายใจ ท้อแท้ กำลังใจถดถอย อาจบั่นทอนความมุ่งมั่นตั้งใจของท่านได้ ขอให้นายกฯเดินหน้าทุ่มเททำงานต่อไป ไม่ต้องหวั่นไหวในอุปสรรคและหมู่มารทั้งหลาย ถึงเวลาคนไทยที่รักและชื่นชมท่าน จะออกมาให้กำลังใจอย่างล้นหลามแน่นอน เชื่อว่าจะผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปได้แน่เช็กชื่อ 40 สว.ยื่นถอดถอนนายกฯผู้สื่อข่าวรายงานจากวุฒิสภาว่า สำหรับรายชื่อ 40 สว.ที่เข้าชื่อยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายก รัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงหรือไม่นั้น คำร้องดังกล่าวมีนายสมชาย แสวงการ สว. เป็นผู้ยื่น พร้อมรายชื่อ 40 สว.ประกอบด้วย 1.นายขวัญชาติ วงศ์ศุภรานันต์ 2.นายจเด็จ อินสว่าง 3.นายจิรชัย มูลทองโร่ย 4.นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร 5.นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต 6.นายจัตุรงค์ เสริมสุข 7.พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ 8.พล.อ.ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ 9.ว่าที่ ร.ต.เชิดศักดิ์ จำปาเทศ 10.นายเชิดศักดิ์ สันติวรวุฒิ 11.นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม 12.พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย 13.นายถนัด มานะพันธุ์นิยม 14.นายถวิลเปลี่ยนศรี 15.นายทวีวงษ์ จุลกมนตรี 16.พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ 17.พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร 18.นายธานี อ่อนละเอียด 19.พล.อ.นิวัตร มีนะโยธิน 20.พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ผสมกันสองสาย “ลุงตู่-ลุงป้อม”21.นางประยูร เหล่าสายเชื้อ 22.น.ส.ปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม 23.นายพลเดช ปิ่นประทีป 24.พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป 25.นายพิทักษ์ ไชยเจริญ 26.นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ 27.พล.อ.สุนทร ขำคมกุล 28.พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ 29.ว่าที่ ร.ต.วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี 30.นางวรารัตน์ อติแพทย์ 31.นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร 32.นายศรีศักดิ์ วัฒนพร มงคล 33.พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร 34.มล.สกุล มาลากุล 35.นายสมชาย แสวงการ 36.พล.ต.ท.สมบัติ มิลินทจินดา 37.นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์ 38.นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ 39.นายประพันธุ์ คูณมี 40.พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบรายชื่อแล้ว เป็นการผสมผสานกันของ สว.สาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ“ดิเรกฤทธิ์” รับชื่อหลุดของจริงนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สว.กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุว่ารู้ใครอยู่เบื้องหลัง 40 สว.ยื่นรายชื่อถอดนายกฯว่าเป็นการเดา ไม่เป็นไร แล้วแต่จะวิเคราะห์ วันนี้มีการเปิดชื่อ 40 สว.ออกมา นายทักษิณคงไปไล่เอาใครเป็นเพื่อนใคร อยู่กับใคร แต่เนื้อหาและประโยชน์ที่ สว.ทำ ต้องการให้เกิดความถูกต้อง ไม่ให้ใครมาย่ำยีหลักนิติรัฐทำผิดรัฐธรรมนูญ จึงมี สว.มาร่วมลงชื่อ เป็นเรื่องหลักการ กระบวนการหลังจากนี้เป็นไปตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด เราทำสำเร็จแล้วคือศาลรับฟังคำร้องที่ให้ตรวจสอบความสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี หรือความเป็นรัฐมนตรีโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ มีคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามหรือไม่ไม่สนโดนเช็กบิลเย้ยทำได้ไหมเมื่อถามว่ามีการมองไปถึงว่าหากต้องเปลี่ยนตัว นายกฯระหว่างที่ยังไม่มี สว.ชุดใหม่มาทำหน้าที่ จะมีผู้ไปร้องในเรื่องอำนาจโหวตเลือกนายกฯ ของ สว.ชุดรักษาการหรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์ตอบว่า ความเห็นตนรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัด ถึงอายุมาตราที่กำหนด ในบทเฉพาะกาลชัดเจน ไม่กำกวม ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่น่ามีใครไปยื่นเรื่องนี้เพื่อให้ สว.มีอำนาจมากขึ้น ไม่มีประโยชน์อะไร ต้องกลับไปสู่บทบัญญัติตามกฎหมาย สิ่งที่ สว.ควรดูคือใครไม่ทำตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ให้ประเทศเกิดนิติรัฐฟื้นฟูหลักนิติธรรมเท่านั้น แต่เรื่องขยายอำนาจ สว.ไม่มีอยู่ในแนวคิด เมื่อถามว่าเกรงหรือไม่ว่าซีกรัฐบาลจะมีไล่เช็กบิล นายดิเรกฤทธิ์ตอบว่า ไม่กังวล จะเช็กบิลอย่างไร เราทำตามหน้าที่ และรัฐธรรมนูญกำหนดด้วยความถูกต้องและเต็มใจ อะไรจะเกิดก็ว่าไปตามกฎหมาย ไม่ได้กลั่นแกล้งใครเป็นตัวบุคคล หรือกลั่นแกล้งพรรคการเมือง จะเช็กบิลอย่างไรไม่ว่าทางกายภาพหรือทางไหน ทำไม่ได้ แสวง บุญมีเผยยอดผู้สมัคร สว. 48,117 คนวันเดียวกัน นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการสมัคร สว.ว่า ได้รับรายงานอย่างไม่เป็นทางการจากกรมการปกครองว่าตั้งแต่เปิดรับสมัครวันที่ 20-24 พ.ค. มีผู้มาสมัครทั้งสิ้น 48,226 คน มีผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม รับสมัครไว้ก่อน 48,117 คน ผอ.การเลือกระดับอำเภอ จะตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามโดยละเอียดอีกครั้งว่าจะประกาศเป็นผู้สมัครหรือไม่ ภายใน 5 วัน นับจากวันสิ้นสุดวันรับสมัคร มีผู้สมัครที่ไม่มีคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม จึงไม่รับสมัครไว้จำนวน 109 คน มีหลายอำเภอไม่มีผู้สมัครครบทุกกลุ่ม เบื้องต้นมี 2 อำเภอไม่มีผู้มาสมัครเลย และมีอำเภอที่สมัครเพียงกลุ่มเดียวอีก 7 อำเภอ แต่ไม่กระทบการเลือกตามไทม์ไลน์ เพราะกฎหมายเขียนรองรับไว้แล้วในมาตรา 19 และมาตรา 40 ว่าการเลือกระดับอำเภอให้กระทำได้ แม้จะไม่มีผู้สมัครครบทุกกลุ่ม กลุ่มใดไม่มีผู้สมัคร ให้งดดำเนินการการเลือกในกลุ่มนั้น ไม่มีผลกระทบต่อการเลือกในกลุ่มอื่น และในเขตอำเภอใดมีผู้สมัครไม่เกิน 5 กลุ่มไม่ต้องจัดไห้มีการแบ่งสายหน้าชื่นสมัครกันน้อยจัดการง่ายนายแสวงกล่าวต่อว่า สำนักงาน กกต.อำนวยความสะดวกให้สามารถติดตามรายชื่อผู้สมัครเป็น สว.ระดับอำเภอ ผู้ได้รับเลือกในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ผ่านแอปพลิเคชันสมาร์ทโหวต (Smart Vote) ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.เวลา 22.00 น.เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้สมัครอาจน้อยกว่าที่ประมาณการไว้ อาจเนื่องจากกำหนดคุณสมบัติไว้สูง หาคนรับรองไม่มี การจัดตั้งเป็นหมู่เป็นคณะ บริหารจัดการได้ยาก เพราะระบบออกแบบป้องกันไว้ทั้งการจัดตั้งและการฮั้วในระดับหนึ่ง รวมทั้งขาดแรงจูงใจในการสมัครที่ระบบการเลือกมีความซับซ้อนหลายชั้น จำนวนผู้สมัครประมาณนี้น่าจะเอื้อให้การบริหารจัดการในการเลือก และการควบคุม ทำให้การเลือกเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อยยันระเบียบ กกต.ยังมีผลบังคับใช้เลขาฯ กกต.กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเรื่องระเบียบ กกต.ว่าด้วยการแนะนำตัวผู้สมัครเป็น สว. ทาง กกต.ได้ตรวจสอบคำพิพากษาและกฎหมายเบื้องต้นแล้ว ระเบียบ กกต.ดังกล่าวยังมีผลบังคับใช้อยู่ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองมาตรา 70 ที่กำหนดว่าในกรณีคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ให้รอการปฏิบัติตามคำบังคับจนกว่าจะพ้นระยะเวลาการอุทธรณ์ หรือในกรณีที่มีการอุทธรณ์ให้รอการบังคับคดีไว้ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด เรื่องนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ช่วงวันหยุดจะได้ประมวลเรื่องและความเห็นเสนอ กกต. ในวันที่ 27-28 พ.ค.นี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน เป็นแนวทางกับผู้สมัครและสื่อมวลชนโดยเร็วต่อไปศรีสะเกษมากสุด-น่านน้อยสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยอดผู้สมัครรับเลือก สว. ตั้งแต่วันที่ 20-24 พ.ค. รวม 5 วัน มีผู้สมัครที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น รวม 48,117 คน แบ่งเป็นวันแรกมีผู้สมัครผ่านเบื้องต้น 4,642 คน วันที่สอง 6,607 คน วันที่สาม 9,434 คน วันที่สี่ 13,486 คน วันที่ห้า 13,948 คน โดยจังหวัดที่มีผู้สมัครมากที่สุด คือ ศรีสะเกษ 2,764 คน กทม. 2,489 คน เชียงใหม่ 2,000 คน บุรีรัมย์ 1,836 คน นครศรีธรรมราช 1,798 คน ส่วนจังหวัดที่มีผู้สมัคร น้อยที่สุด คือ น่าน 98 คน ตาก 102 คน สมุทรสงคราม 128 คน พังงา 134 คน อุตรดิตถ์และนครพนม เท่ากัน 150 คนเผยรายชื่อคนดังแห่สมัคร สว.67สำหรับรายชื่อคนดังที่ลงสมัคร สว.ปี 2567 ที่น่าสนใจ อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ น.ส.นารากร ติยายน ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ยังมีอดีตข้าราชการคนมีสี อาทิ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีตรอง ผบ.ตร. พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี อดีต ผวจ.อ่างทอง ส่วนอดีตนักการเมืองมีอาทิ นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ อดีต สว.กทม. นายจักรพันธุ์ ยมจินดา อดีต สส.ระยอง นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต สว.อุทัยธานี นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กทม. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ส่วนนักวิชาการชื่อดังมี อาทิ นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตอัยการและอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีตคณบดี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้นนายกฯตรวจสวนสาธารณะ ปตท.เวลา 14.00 น. ที่อาคารสำนักงานสนาม พื้นที่ก่อสร้างสวนสาธารณะ ปตท. 66 ไร่ เขตหลักสี่ กทม. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาที่ดินกำแพงเพชร 6 พร้อมนายจักรพงษ์ แสงมณี และ น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. และนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการ ปตท. นายเศรษฐากล่าวว่า หลังจากนี้จะทำหนังสือยื่นขอพระราชทานชื่อสวนสาธารณะแห่งนี้ ขอให้คัดเลือกพันธุ์ต้นไม้ให้สามารถฟื้นตัวหลังปลูกได้รวดเร็ว ขอชื่นชม ปตท.ที่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคลองเปรมประชากร เป็นการสืบสานพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และส่งเสริมระบบการขนส่งสาธารณะล้อ ราง เรือยกระดับสวนสาธารณะมหานครต่อมานายกฯและคณะ เดินทางมายังสวนสาธารณะบึงหนองบอน เขตประเวศ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย ตามมาสมทบ เพื่อตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการยกระดับสวน สาธารณะบึงหนองบอน และ Pocket Park 72 แห่ง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เป็นการเชื่อมพื้นที่สวน สาธารณะขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ สวนหลวง ร.9 เนื้อที่ 500 ไร่ และสวนสาธารณะศูนย์กีฬาบึงหนองบอน เนื้อที่ 644 ไร่ 1 งาน 38 ตารางวา ให้เป็นสวนสาธารณะระดับมหานครสมบูรณ์พร้อมทุกด้าน บนพื้นที่กว่า 1,144 ไร่ รวมทั้งตรวจความคืบหน้าการพัฒนาสวน สาธารณะรูปแบบ Pocket Park ทั้ง 72 แห่ง อาทิ Wattana 39 Pocket Park และสวนป่าสัก วิภาวดี 5 เขตจตุจักรอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่