พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงโครงการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติ หรือ พิซา ในปี 2025 ซึ่งได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการยกระดับการสอบพิซาของนักเรียนไทยให้เป็นรูปธรรม โดยกำชับให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เร่งจัดหลักสูตรอบรมการใช้ระบบออนไลน์ข้อสอบพิซาในสถานศึกษาให้ครบตามเป้าหมายภายในเดือน พ.ค.นี้ พร้อมจัดทำลิงก์ข้อมูลให้แต่ละหน่วยงานสามารถติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัดได้ ส่วนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ไปดูความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในแต่ละจุด เพื่อแก้ไขป้องกันและดำเนินการให้ครอบคลุมนักเรียนทุกกลุ่มตามเป้าหมายที่วางไว้ภายในเดือน มี.ค.2568 รวมถึงการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ได้มอบให้ สพฐ.ไปดูว่าจะมีการดำเนินการเรื่องการสอบโอเน็ตอย่างไรบ้างโดยที่ไม่ต้องบังคับเด็ก แต่อยากให้โอเน็ตมีความสำคัญต่อการศึกษารมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนได้กำชับเรื่องการใช้งบประมาณประจำปี 2567 ซึ่งยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และอาจเสี่ยงถูกเรียกส่งคืนสำนักงบประมาณ ดังนั้นตนขอให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการใช้จ่ายงบให้เป็นไปตามเป้าทุกโครงการด้วย สำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ซึ่งเปิดภาคเรียนไปแล้วกว่าสองสัปดาห์นั้น ตนได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เป็นเจ้าภาพหลักในการสำรวจเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่ง สกร.ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบว่า พบตัวเลขเด็กที่หลุดระบบการศึกษา ประมาณ 20,000 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักเรียนที่มีฐานะครอบครัวยากลำบาก และปัญหาเรื่องส่วนตัว ซึ่งขณะนี้ สกร.ได้ประสานกับ สพฐ.และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ช่วยเหลือให้เด็กได้รับการศึกษาต่อไป นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ว่า ขณะนี้ศาลได้ตัดสินกรณี สกสค.อนุมัตินำเงินกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จำนวน 500 ล้านบาท ไปซื้อตั๋วสัญญาจากบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด เพื่อนำไปดำเนินการร่วมทุน โดยมีมูลค่าร่วมทุน รวม 2.5 พันล้านบาท โดยศาลชั้นต้นได้ตัดสินให้ผู้ถูกกล่าวหามีความผิด จึงมอบให้ สกสค.ติดตาม และยื่นบังคับคดี เพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป.