เผาแล้วร่าง “บุ้ง ทะลุวัง” ท่ามกลางนักเคลื่อนไหว นักการเมือง ร่วมส่งดวงวิญญาณ “บุ้ง” แน่นวัด 2 แนวร่วมทะลุแก๊สโกนหัวบวชหน้าไฟ ส่วนมวลชน นักเคลื่อนไหวแห่ร่วมงานมีชู 3 นิ้ว และป้ายเรียกร้องการปฏิรูป แต่ไร้เงา “หยก” อดีตน้องรัก ด้าน “ใบปอ ทะลุวัง” เพื่อนสนิท ยันเดินหน้าสานต่ออุดมการณ์บุ้งให้สำเร็จ ขณะที่ “ทนายด่าง” สวนกลับราชทัณฑ์ที่ร่อนเอกสารยืนยันการรักษาบุ้งเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข แฉมีการโทร.ไป รพ.ธรรม ศาสตร์ฯเพื่อขอให้อธิบาย มองการสอบถามกับการข่มขู่ มีเส้นแบ่งเพียงนิดเดียว ย้ำมีหลักฐานการใส่ท่อหายใจผิดพลาด ที่วัดสุทธาโภชน์ ลาดกระบัง กทม. วันที่ 19 พ.ค.มีการจัดพิธีฌาปนกิจศพ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง ทะลุวัง แกนนำกลุ่มทะลุวัง ที่ถูกดำเนินคดี ม.112 และภายหลังถูกถอนประกัน นำตัวเข้าไปคุมขังในเรือนจำ เพราะทำผิดเงื่อนไขประกันของศาลและเริ่มอดอาหารประท้วงในคุกมาตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค.กระทั่งเกิดอาการช็อกวูบหมดสติหัวใจหยุดเต้นเมื่อวันที่ 14 พ.ค. และจบชีวิตการเป็นนักเคลื่อนไหวด้วยวัยเพียง 28 ปี โดยมีการทำบุญถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ ที่ศาลา 7 ในช่วงสาย บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติพี่น้องบุ้ง นำโดย นายปัญจพล เสน่ห์สังคม บิดา น.ส.ชญาภัส เสน่ห์สังคม หรือโบ พี่สาว ฯลฯ รวมถึงเพื่อนแกนนำและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองจากกลุ่มมวลชนต่างๆ เดินทางเข้าร่วมพิธีคับคั่ง และมีเพื่อนของบุ้งที่เป็นนักเคลื่อนไหว 2 คน คือ นายอัครพล หรือหิน เงินเนย และนายสันติชน บุญช่วย ร่วมบวชหน้าไฟเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ รวมถึงมีการแสดงดนตรีจากวงดนตรีประจำม็อบราษฎรมาขับกล่อมเหล่ามวลชนจากนั้นเวลาประมาณ 15.00 น. มีการเคลื่อนศพบุ้งจากศาลา 7 ขึ้นสู่เมรุ โดยญาติอนุญาตให้เพื่อนฝูงของบุ้งปรับเปลี่ยนการจัดพิธี เพื่อให้สื่อถึงความเป็น “บุ้ง ทะลุวัง” มากที่สุด ทั้งนี้ โลงศพบุ้งถูกคลุมด้วยธงสีเลือดหมู ตรงกลางเป็นภาพนกพิราบในกรงมี น.ส.ชญาภัส เสน่ห์สังคม หรือโบ พี่สาว เป็นผู้ถือกระถางธูปเชิญดวงวิญญาณ น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือใบปอ ทะลุวัง เพื่อนสนิท ถือภาพบุ้ง นายนรินทร์ กุลพงศธร แอดมินเพจ “กูkult” สวมหน้ากากและชุดคลุมสีเขียวคล้ายนักบวช เดินตาม น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม ทะลุวัง และนายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือสายน้ำ ประคองหน้ารถแห่ นอกจากนี้ ยังมีการใช้เพลง “นักสู้ธุลีดิน” ของศิลปินจิ้น กรรมาชน ที่แต่งไว้หลังการสลายชุมนุมเสื้อแดงปี 53 มาเปิดแทนการสวด ระหว่างเวียนรอบเมรุ 3 รอบ ขณะที่มวลชนผู้ร่วมอุดมการณ์ พร้อมใจเดินถือป้ายข้อเรียกร้องและเดินชู 3 นิ้วตาม เมื่อเสร็จสิ้นแล้วมีการแสดงรำมโนราห์หน้าไฟ โดยน้องสาวของบุ้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงประชุมเพลิงในเวลา 16.00 น. มีมวลชนผู้ร่วมอุดมการณ์ นักเคลื่อนไหว แกนนำกลุ่มต่างๆ มาร่วมส่งบุ้งจนแน่นวัด อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช. นายวิชิต ลีธรรมชโย อดีตผู้พิพากษา น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. นายสุเทพ สุริยะมงคล อดีตคนเดือนตุลานางทิชา ณ นคร ฯลฯ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าไร้เงา “หยก” น.ส.ธนลภย์ ผลัญชัย ผู้ต้องหาคดี ม.112 อดีตสมาชิกกลุ่มทะลุวัง ที่บุ้งได้เขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สินส่วนตัวมอบให้ ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าสลดระหว่างนั้น น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือใบปอ ทะลุวัง เป็นตัวแทนของญาติบุ้ง กล่าวประวัติบุ้ง ใจความตอนหนึ่งว่า ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพี่บุ้งแม้มีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่พี่บุ้งยังมุ่งมั่นในอุดมการณ์จนนาทีสุดท้ายของชีวิต กฎหมาย ม.112 ผู้พิพากษา กระบวนการยุติธรรม เป็นผู้คร่าชีวิตพี่บุ้งไป วันนี้เรามารวมตัวกันมีสัญญาใจว่าจะต้องทำให้ข้อเรียกร้องสุดท้ายของพี่บุ้งเสียงดังขึ้นอีก คือ 1.ขอให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 2.จะต้องไม่มีใครติดคุกเพราะเห็นต่างทางการเมืองอีก ซึ่งพี่บุ้งประกาศเรียกร้องนี้ไว้ก่อนถูกถอนประกัน พวกเราที่อยู่จะสานต่อข้อเรียกร้องของพี่บุ้งให้ดีที่สุดในช่วงเช้าวันเดียวกัน กรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารชี้แจงกรณีที่ทนายกฤษฎางค์ นุตจรัส หรือทนายด่าง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกล่าวพาดพิงถึงทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทำการรักษาและการช่วยชีวิตนางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง อย่างผิดวิธี จึงอาจเป็นสาเหตุทำให้นางสาวเนติพร เสียชีวิต ว่า จากกรณีดังกล่าว กรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ชี้แจงกระบวนการรักษาและการช่วยชีวิตนางสาวเนติพร เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ว่า ทีมบุคลากรทางการแพทย์ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ช่วยชีวิตนางสาวเนติพร ในภาวะวิกฤติตามมาตรฐานการรักษาพยาบาล โดยมีแพทย์ดำเนินการใส่ท่อช่วยหายใจ ได้นวดหัวใจ พร้อมให้ยากระตุ้นหัวใจ ยากระตุ้นความดันโลหิตตามมาตรฐานการช่วยชีวิตขั้นสูงและทีมบุคลากรทางการแพทย์ให้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงเวลา จนส่งตัวผู้ป่วยถึงโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติกรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ยังคงให้การดูแลรักษาผู้ต้องขังทุกรายตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขโดยมีบุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้ในการช่วยชีวิตผู้ป่วย ล้วนแล้วแต่ได้มาตรฐานถูกต้องทุกประการ ตลอดจนกระบวนการการรักษาที่เป็นไปตามหลักวิชาชีพ ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ขอให้ติดตามข้อมูลทางการแพทย์ และผลการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ต่อไปสำหรับประวัติการรักษาพยาบาลของนางสาวเนติพร ทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้เตรียมพร้อมให้ญาติหรือทนายความที่ได้รับมอบอำนาจมารับเอกสารในวันเปิดทำการ ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายกฤษฎางค์ นุตจรัส หรือทนายด่าง ทนายความศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เปิดแถลงข่าวที่หน้าศาลา 7 ตอบโต้คำชี้แจงของกรมราชทัณฑ์ โดยเริ่มจากอ่านข้อแถลงของกรมราชทัณฑ์ที่เผยแพร่ต่อสื่อ ยืนยันการรักษาบุ้งตามมาตรฐาน หลังอ่านจบก็ได้ฉีกเอกสารทิ้งต่อหน้าสื่อมวลชน ก่อนอ่านคำชี้แจงตอบโต้ที่ประกอบไปด้วยเอกสารการชันสูตรศพจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติและข้อคิดเห็นจากครอบครัว โดยยืนยันตั้งแต่เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ข้อมูลจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ถึงบัดนี้ยังไม่มีการเปิดเผย ส่วนสาเหตุการตายในผลชันสูตรพลิกศพลงความเห็นเพียงว่า 1.ภาวะหัวใจล้มเหลวโดยเฉียบพลัน 2.ภาวะสมดุลเกลือแร่ผิดปกติ 3.ภาวะหัวใจโต ส่วนผลการตรวจหาสารพิษในร่างกายยังอยู่ระหว่างการรอผลจากห้องวินิจฉัย ขณะที่ข้อมูลการรักษาที่ได้จากทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ แรกรับในเวลา 09.30 น. พบว่า น.ส.เนติพรไม่มีสัญญาณชีพ ไม่มีคลื่นไฟฟ้าจากหัวใจ ไม่พบเสียงลมในปอด แต่พบเสียงลมบริเวณลิ้นปี่ เมื่อตรวจดูจากอุปกรณ์ใส่ท่อช่วยหายใจที่มีกล้องติดอยู่ที่ปลายพบว่า ท่อช่วยหายใจอยู่ในหลอดอาหาร ค่าลมหายใจไม่มี จากข้อมูลทั้งหมดระบุว่า มีการใส่ท่อช่วยหายใจลงไปในหลอดอาหาร แพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ จึงใส่ท่อช่วยหายใจใหม่ จึงได้ยินเสียงลมเข้าปอดทั้งสองข้างและวัดค่าได้ พร้อมยืนยันได้ขออนุญาตครอบครัวแล้ว ในการนำเอกสารนี้มาอ่าน ตนไม่ได้กล่าวหาใคร แต่เหตุที่ต้องมาพูด เพราะมีการโทรศัพท์ไปที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ เพื่อขอให้อธิบายเรื่องนี้ มองว่าการสอบถามและการข่มขู่ มีเส้นแบ่งเพียงนิดเดียว เราต้องรักษาโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯไว้ทนายด่างกล่าวอีกว่า จากรายงานยังระบุได้ว่าเป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมงในการกู้ชีพก่อนที่จะมาถึงมือ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ สัญญาณชีพแรกรับไม่พบชีพจร ขณะที่ยังคงต้องค้นหาสาเหตุความตายผ่านการทบทวนจากเวชระเบียนของ รพ.ราชทัณฑ์ แม้การใส่ท่อหายใจผิดพลาดลงไปในหลอดอาหารเป็นสิ่งที่พบได้แต่ตามมาตรฐานวิชาชีพ การตรวจสอบเพื่อยืนยันตำแหน่งท่อช่วยหายใจนั้น เป็นพื้นฐานที่ต้องทำ หากไม่แน่ใจต้องมีวิธีการในการยืนยันตำแหน่งว่าอยู่ในที่ถูกต้อง เพราะเป็นหนึ่งในความผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่ทำให้โอกาสในการกู้ชีพของบุ้งน้อยลงจนแทบไม่มีโอกาสรอดชีวิต ทนายและครอบครัวจึงตั้งคำถาม รพ.ราชทัณฑ์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุ้งตั้งแต่การดูแลก่อนเสียชีวิตขณะการกู้ชีพ จนถึงการรักษาตัวขณะที่ส่งต่อ ขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์น่าสลดกับคนไข้รายอื่น ยืนยันว่าสิ่งที่ทางทนายและครอบครัวร้องขอเป็นไปเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ไม่ใช่เรื่องการเมือง หรือหาความผิดว่าเป็นของใครอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่