วันเสาร์สบายๆวันนี้ ไปคุยเรื่อง “นักท่องเที่ยว” ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลกกันนะครับ รัฐบาลไทยอยากได้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาก หวังพึ่งรายได้จากนักท่องเที่ยวมาฟื้นเศรษฐกิจ ถึงกับฝากอนาคตไว้กับการท่องเที่ยวเลยทีเดียว แต่คนในหลายประเทศกลับรู้สึกตรงกันข้าม มองว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นส่วนเกิน เป็นอุปสรรคต่อวิถีชีวิตของคนในเมืองและชุมชน ถูกแย่งกินแย่งใช้ทรัพยากรที่จำกัด ประชาชนในหลายเมืองทั่วโลกกำลังไม่พอใจนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งประเทศที่น่ารักอย่าง “ญี่ปุ่น” ชาวญี่ปุ่นก็กำลังไม่พอใจนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมากในอนาคตอาจมีบางเมืองในญี่ปุ่น ลุกขึ้นมาต่อต้านนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ได้25 เมษายนที่ผ่านมา เมืองเวนิส แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอิตาลีที่คนไทยรู้จักดีเริ่มใช้ “มาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว” ด้วยการ เก็บค่าธรรมเนียมเข้าเมืองคนละ 5 ยูโร ราว 200 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวอายุ 14 ปีขึ้นไป ที่ไปเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ ให้เที่ยวได้ตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. หมดเวลาต้องออกจากเมืองทันที นักท่องเที่ยวที่แอบเข้าเมืองถูกจับได้โดนปรับ 50–300 ยูโร ราว 2,000– 12,000 บาท ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวแบบพักในโรงแรมที่เมืองเวนิสซึ่งมีราคาแพงมาก ไม่ต้องจ่ายค่าเข้าเมืองล่าสุด ชาวเมืองเกียวโต เมืองที่น่ารักมากในประเทศญี่ปุ่นอีกเมือง เป็นเมืองที่คนไทยไปเที่ยวกันมาก ชาวเมืองเกียวโตเริ่มแสดงความไม่พอใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ไปทำให้วิถีชีวิตและคุณภาพชีวิตของชาวเมืองเกียวโตแย่ลง นักท่องเที่ยวบางชาติยังมีนิสัยไม่ดี ไม่เคารพกฎกติกาและวิถีชีวิตแบบชาวญี่ปุ่นความไม่พอใจนักท่องเที่ยวที่ ชาวเมืองเกียวโต แสดงออกล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาก็คือ เลือก นายโคจิ มัตสึอิ เป็น นายกเทศมนตรีคนใหม่ ซึ่งเขาหาเสียงกับชาวเมืองเกียวโตว่า จะจัดการปัญหา “นักท่องเที่ยวล้นเมืองเกียวโต” ให้ได้ จังหวัดเกียวโตมีประชากร 2.5 ล้านคน แต่ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวแห่กันไปเที่ยวเกียวโตถึง 3.2 ล้านคน ในขณะที่ระบบขนส่งสาธารณะไม่สามารถรองรับคนจำนวนมากเช่นนี้ได้ เกียวโตมีรถไฟใต้ดินเพียง 2 สาย มีรถเมล์ที่พอเพียงสำหรับชาวเมือง แต่นักท่องเที่ยวไปกันจำนวนมาก ชาวเมืองต้องยืนรอรถกันนานมากกว่าจะได้ขึ้น แถมยังต้องไปเบียดเสียดบนรถอีกเซอิระ ยามากิชิ พนักงานสาววัย 24 ในเมืองเกียวโต ให้สัมภาษณ์ว่า รถบัสคิวยาวมาก ฉันมักไม่ได้นั่งเลย นักท่องเที่ยวจำนวนมากสร้างปัญหาให้กับคนท้องถิ่น ฉันไม่สามารถพูดได้ว่า การท่องเที่ยวเป็นเรื่องดีสำหรับเกียวโตปี 2565 ธุรกิจการท่องเที่ยวสร้างเม็ดเงินสะพัดในเมืองเกียวโตถึง 1.1 ล้านล้านเยน 264,000 ล้านบาท แต่ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวจำนวนมากกลับสร้างปัญหาที่ญี่ปุ่นเรียกว่า “มลพิษการท่องเที่ยว” เดือนมีนาคม สภาท้องถิ่นจังหวัดเกียวโต ได้มีมติห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวในย่านกิออน ซึ่งเป็นย่านร้านอาหารและร้านน้ำชาที่มีเกอิชาทำงาน อนุญาตให้เข้าเฉพาะเกอิชา ลูกค้า และคนในพื้นที่เท่านั้น เพื่อปกป้องเกอิชาจาก “ปาปารัซซีเกอิชา” และนักท่องเที่ยวที่ชอบไปขอถ่ายรูปกับเกอิชาที่ใส่ชุดกิโมโนล่าสุด เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ ได้ทำฉากสีดำขนาดใหญ่สูง 2.5 เมตร ยาว 20 เมตร ไปปิดกั้นวิวอันสวยงามของภูเขาไฟฟูจิหลังร้านสะดวกซื้อลอว์สัน เพราะนักท่องเที่ยวไม่เคารพกฎระเบียบ ไม่สนใจกฎจราจร ทิ้งขยะเกลื่อน บางคนปีนหลังคาเพื่อถ่ายรูปปี 2566 ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 25 ล้านคน เป็นคนไทย 1 ล้านคน สร้างรายได้ 35,700 ล้านดอลลาร์ 1.28 ล้านล้านบาท แต่เงินก็ไม่ได้สำคัญเท่ากับคุณภาพชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่หายไป วันหนึ่งชาวเมืองญี่ปุ่นอาจลุกขึ้นมาชูป้าย “Tourist Go Home” แบบเดียว กับคนอังกฤษในอดีตก็ได้ วันนี้ “การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Ecotourism)” กำลังมาแรงนักท่องเที่ยวน้อยแต่มีคุณภาพ ดีกว่านักท่องเที่ยวมากแต่ไร้คุณภาพ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม