นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวงได้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.67 เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนสู่ภูมิภาคต่างๆ โดยได้สั่งการสำนักงานทางหลวงและแขวงทางหลวงทั่วประเทศตรวจสอบป้ายจราจร สัญญาณไฟจราจร ไฟฟ้าแสงสว่างให้พร้อมใช้งาน ตรวจสอบและแก้ไขจุดเสี่ยงและจุดอันตราย พร้อมบำรุงรักษาทางหลวงให้อยู่ในสภาพดีและมีรถบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Mobile Service Car) เมื่อผู้ใช้ทางเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสีย อีกทั้งได้ขอความร่วมมือผู้รับจ้างคืนผิวทางในพื้นที่ก่อสร้างทุกโครงการ หากพบว่ามีปริมาณจราจรหนาแน่นบนเส้นทางหลักจะประสานงานกับตำรวจทางหลวง ในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรหรือการเปิดช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) พร้อมจัดเจ้าหน้าที่บริหารการจราจรในจุดที่การจราจรติดขัด เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นอธิบดีกรมทางหลวงกล่าวต่อไปว่า กรมทางหลวงได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทาง จำนวน 2 สายทาง ได้แก่ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 บางปะอิน-บางพลี และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 พระประแดง-บางขุนเทียน ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 11 เมษายน 2567 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 17 เมษายน 2567 นอกจากนี้ ปัจจุบันได้เปิดให้บริการทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 ช่วงปากช่อง-นครราชสีมา ระยะทาง 77 กิโลเมตร ตลอด 24 ชั่วโมง และเปิดบริการวิ่งชั่วคราวบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 ช่วงนครปฐมตะวันตก-กาญจนบุรี ระยะทาง 50 กิโลเมตร โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเปิดตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 11 เม.ย.67 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 21 เม.ย.67 รวม 11 วัน และช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์จะเปิดในช่วงสุดสัปดาห์ (วันศุกร์ เวลา 15.00 น. ถึงวันอาทิตย์ เวลา 21.00 น.) เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2567 เป็นต้นไปสำหรับผู้ใช้ทางสามารถติดตามการรายงานสภาพจริงการจราจร Online แบบ Real time ผ่านแอปพลิเคชัน M-Traffic (มอเตอร์เวย์) / Thailand Highway Traffic และเฟซบุ๊ก “ศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุกรมทางหลวง” สายด่วนกรมทางหลวง 1586 สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 (โทร.ฟรี) และตำรวจทางหลวง 1193.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่