ในปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่มพระสมเด็จ (สำนักพิมพ์คลังวิทยาวังบูรพา พิมพ์ครั้งที่ 6 พ.ศ.2522) ตรียัมปวาย เล่าเรื่องราว สมเด็จพุฒาจารย์โต วัดระฆัง ไว้ 39 เรื่องเรื่อง ดั่งคันรถา อยู่ในชุดเตือนสติบุคคล เป็นเรื่องเอกที่เล่าขานต่อๆกันมามากกว่าเรื่องอื่นทุกถ้อยคำสำนวน เป็นสำนวนเก่าแท้ๆ ดังต่อไปนี้เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ได้ทรงพระราชดำริให้ สมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย และพระยาสามภพพ่าย ดำเนินการดัดแปลงสร้างสรรค์สวนสระปทุมขึ้นในท้องที่หลวง คลองบางกะปิ ให้เป็นรมณียสถานมีเกาะแก่งแอ่งน้ำ งามสะพรั่งไปด้วยปทุมชาตินานาพันธุ์ วิจิตรตระการตายิ่งนักทรงเสด็จมาพักผ่อนสำราญพระราชหฤทัยเป็นบางโอกาส แวดล้อมด้วยเหล่าอำมาตย์ข้าราชบริพารและโปรดเกล้าให้สังฆการีจัดนิมนต์พระสงฆ์อารามต่างๆ หมุนเวียนมารับพระราชทานบิณฑบาตโดยเรือสำปั้นครั้นพอถึงเวรของวัดระฆัง เจ้าพระคุณฯก็นำพระราชาคณะสามัญอีก 10 รูป พายเรือสำปั้นมีบาตรตั้งอยู่ตอนกลางลำ แต่ละรูปพายเรือจอดรออยู่ตามหมายกำหนดการเมื่อได้เวลาเจ้าพระคุณฯก็พายเรือนำขบวนมาจอดเทียบที่พลับพลาทรงบาตรพอล้นเกล้าทอดพระเนตรเห็นเจ้าพระคุณฯ ก็ทรงพระราชดำรัสทักทาย ด้วยพระอาการดีพระทัยยิ่ง แล้วทรงตรัสถามว่า “สระปทุมนี้งามไหม ขรัวโต”เจ้าพระคุณฯก็ถวายพระพรตอบพระราชดำรัสว่า“พระมหาบพิตรราชสมภาร สระปทุมนี้ งามดั่งราชรถ ขอถวายพระพร”เมื่อได้ทรงสดับเช่นนั้น พระพักตร์ก็ลดความเบิกบานลงทันทีในฐานะที่เคยทรงสมณเพศมาช้านาน ก็เข้าพระทัยได้ว่าเจ้าพระคุณฯ มีความหมายในการถวายพระพรอย่างไร กล่าวคือในโลควัคคธมมบท มีพระบาลีคาถาอยู่ตอนหนึ่ง“เอถ ปัสถิมัง โลกัง จิตตัง ราชรถูปมัง ยัตถ พาลา วิสี ทันติ นัตถิ สังโฆ วิชานตัง”-“สูทั้งหลายมาดูโลกนี้ อันตระการดุจราชรถ ที่คนโฉดเขลาพากันติดอยู่ แต่ส่วนผู้รู้หาข้องติดอยู่ไม่”ครั้นเมื่อรับพระราชทานบิณฑบาตแล้ว แทนที่เจ้าพระคุณฯจะพายเรือเคลื่อนไปตามปกติ กลับพายเรือวนเวียนอยู่หน้าพลับพลาทรงบาตรนั้นเองทรงขุ่นพระราชหฤทัยอยู่แล้ว จึงทรงพระราชดำรัสถามว่า“โยมก็ตักบาตรถวายแล้ว ไฉนขรัวโตจึงยังไม่ไป มัวพายวนเวียนอยู่ด้วยเหตุใด?”เจ้าพระคุณฯก็ถวายพระพรว่า“อาตมภาพคอยช่วยเหลือพระราชาคณะบางรูปที่ไม่สันทัดในการพายเรือ ทั้งว่ายน้ำก็ไม่เป็นอีกด้วย ฉวยพลาดพลั้งเรือคว่ำลง จะได้ช่วยทัน ขอถวายพระพร”ในหลวงทรงได้พระสติ และมิได้ตรัสประการใดอีกและต่อมาได้ทรงมีพระราชโองการ โปรดให้ระงับการถวายบาตรทางเรือแต่นั้นมานับว่าเป็นวาระที่สอง ที่เจ้าพระคุณได้เตือนพระสติพระเจ้าอยู่หัวอย่างอาจหาญและหมิ่นเหม่ต่อราชภัยยิ่งนัก แต่ก็หาได้รับโทษภัยอันใดไม่ ทั้งได้ผลทุกประการเช่นเคย.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม