การเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ของ พรรคภูมิใจไทย เป็นไปตามความคาดหมาย พรรคนี้ต้องยอมรับว่า มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นไปในทิศทางเดียวกันหมด ไม่มีแตกแถว ไม่ว่าจะเป็นกิจการในพรรคหรือนอกพรรค ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า ศีลเสมอกัน ภาษาการบริหาร เป็นพรรคที่ประสบผลสำเร็จในการบริหารจัดการเป็นอย่างดีส่วนใหญ่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก เป็นที่รู้กัน ครูใหญ่ มีความเห็นอย่างไร สมาชิกพรรคก็ว่าไปตามนั้น อนุทิน ชาญวีรกูลยังเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนเลขาธิการพรรคเลือกไชยชนก ชิดชอบ ลูกชายเนวิน ชิดชอบ หลานชายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรคและอดีต รมว.คมนาคม มีการตั้งรองหัวหน้าพรรคจากคนรุ่นใหม่ อาทิ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล สส.อยุธยา ภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วย รมต.ศึกษาธิการ รองเลขาธิการพรรคก็เปลี่ยนเป็นทายาทการเมืองรุ่นใหม่ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร พิมพฤดา ตันจรารักษ์ สส.อยุธยา ไตรศุลี ไตรสรณกุล อดีตรองโฆษกรัฐบาลเป็นนายทะเบียนพรรคอย่างที่เกริ่นไว้แล้ว ภูมิใจไทย มีการบริหารจัดการที่ดี ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนเอาคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นแถวสองแถวสาม ภูมิใจไทยก็ยังเป็นภูมิใจไทย ที่มี ตราประทับของครูใหญ่ และ เสี่ยหนู วันยังค่ำ การฝังทายาทการเมืองเอาไว้ในภูมิใจไทย ยิ่งตอกย้ำว่า ภูมิใจไทย จะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเป็นธรรมชาติของการเมือง บ้านใหญ่ การเมืองมีเจ้าของ การจะส่งทายาทการเมืองเข้ามาบริหารพรรคการเมืองเป็นเรื่องธรรมดาของการเมืองไทย เพื่อไทย ก็ส่ง แพทองธาร ชินวัตร มาเป็นหัวหน้าพรรค รับไม้ต่อจากคนรุ่นปัจจุบันแต่การพัฒนาทางการเมืองภาคเอกชนล้ำหน้าไปกว่าการพัฒนาของนักการเมือง ที่อยากเห็นการเมืองเป็นอิสระทางความคิดและการบริหาร ประชาชนต้องการมีส่วนร่วมมากกว่าจะเป็นการผูกขาดของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะการใช้อำนาจ ในการสร้างความเหลื่อมล้ำทางสังคม จะเป็นแรงกดดันให้เกิดการขับเคลื่อนการเมืองภาคประชาชนมากขึ้น ก้าวไกล ตีโจทย์แตกก่อน การหาเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไป นอกจากมีลุงไม่มีเราแล้วก็จะต้องไม่มีเพื่อไทยด้วยโฟกัสไปที่ คดียุบพรรคการเมือง โฟกัสไปที่ กกต. กับข้อครหาการเลือกปฏิบัติระหว่าง ก้าวไกล กับ ภูมิใจไทย เป็นผลมาจากคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ เหมือนกัน ภูมิใจไทยมีคำวินิจฉัยก่อน ถูกร้องยุบพรรคก่อน ผลของการวินิจฉัยไม่มีอะไรซับซ้อนเหมือนกัน แต่ กกต.ส่งเรื่องยุบพรรคก้าวไกลไปยังศาลรัฐธรรมนูญก่อนไม่ว่าจะเป็นการร้องเรียนยุบพรรคตามมาตรา 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองหรือจะใช้มาตรา 93 จะเกี่ยวกับความมั่นคงหรือการรับเงินบริจาคผิดกฎหมาย ก็เป็นการระบุความผิดของพรรคการเมืองที่มีโทษยุบพรรคเช่นกันจะชี้ว่า เงินบริจาค มีที่มาผิดกฎหมายหรือไม่ กกต. ก็ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวน แม้จะไม่มีผู้ร้องในประเด็นนี้ก็ตาม เพราะเป็นอำนาจของ กกต.อยู่แล้ว เมื่อ กกต.ต้องมีหน้าที่จัดการให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม