ไม่รู้ได้ไฟเขียวส่องมาจากศูนย์อำนาจตรงไหน ทำให้นายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” ลงนามคำสั่งให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เข้ามาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร.เพราะก่อนหน้านี้ได้เกิดปัญหาขัดแย้งกันอย่างหนักในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่รู้ๆกันอยู่ แต่นายกรัฐมนตรีบอกว่า ผบ.ตร.มีอำนาจรับผิดชอบน่าจะแก้ไขได้ไม่มีปัญหาคล้ายกับว่าเป็นเรื่องเล็กระดับหัวหน้าหน่วยคงแก้ไขได้แต่จู่ๆอีกไม่กี่วันนายกรัฐมนตรีได้เรียก 2 นายพลไปพบที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้น 2 นายพลได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชนในลักษณะทำความเข้าใจกันแล้วไม่มีปัญหาอะไร พร้อมจะทำงานร่วมกันต่อไปพอแถลงข่าวจบปุ๊บมีคำสั่ง “เด้ง” ให้ไปช่วยราชการที่ทำเนียบถามกันว่า 2 นายพลรู้ว่าจะโดนเด้งก่อนหรือไม่?ดูจากสภาพความเป็นจริงแล้วไม่น่าจะรู้ล่วงหน้า เพราะระหว่างแถลงข่าวต่างก็พยายามที่จะบอกสังคมว่าไม่มีปัญหาอะไรทำความเข้าใจกันแล้วพูดง่ายๆ ว่าทุกอย่างจบเพื่อให้ดูดีใครได้ฟังแล้วสบายใจ แต่คนที่ทำเนียบคงฟังแล้วไม่แน่ใจ เพราะปัญหายังไม่จบจึงมีคำสั่งตามมาติดๆ เพื่อให้มั่นใจว่าทำแบบนี้จึงจะทำให้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีได้ เท่ากับเป็นการแยกคู่ขัดแย้งออกจากกันถามว่าคำสั่งย้ายครั้งนี้ใครได้ใครเสีย?ก็แน่นอนว่าคนระดับ ผบ.ตร.หัวหน้าหน่วยงานถูกย้ายย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวเขาแน่ ไม่ต่างกับเป็นตัวปัญหาและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ประเด็นก็คือไม่มีความสามารถพอที่จะบริหารความขัดแย้งได้อีกคนระดับ รอง ผบ.ตร.ประวัติเคยถูกย้ายในลักษณะนี้มาแล้ว แต่ก็พ้นพงหนามกลับมาใหญ่ใน สตช.ได้อีกครั้งจึงไม่น่าจะต้องทุกข์โศกอะไรมากนักอีกทั้งการแยกตัวออกมาจากจุดความขัดแย้งทำให้มีเวลาที่จะคิดและวางแผนเพื่อให้หลุดพ้นจากคดีความที่ถูกล่าวหาพัวพันกับคดีเว็บพนันที่สำคัญก็คือ ผบ.ตร.ได้ให้คำมั่นว่า คดีเว็บพนันให้ ป.ป.ช.เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด เท่ากับตัดความรับผิดชอบจากตำรวจ ซึ่งทำคดีนี้มาตั้งแต่ต้นเป็นความต้องการของ “บิ๊กโจ๊ก” อยู่แล้ว เพราะเท่ากับฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ไม่มีโอกาสที่จะใช้อำนาจหน้าที่ทำอะไรเขาได้เพราะก่อนหน้านี้ถูกหมายเรียกซึ่งเขาไม่ยอมรับ อ้างว่าชุดสอบสวนไม่มีอำนาจ เนื่องจาก ป.ป.ช.มีมติรับคดีนี้ไปดำเนินการเองเท่ากับว่า ป.ป.ช.จะเป็นฝ่ายชี้มูลความผิดไม่ใช่ตำรวจคำสั่งย้ายนี้ นายกรัฐมนตรีบอกว่า ยังไม่ถือว่ามีความผิดและได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน 3 คน ให้เวลา 60 วัน หากไม่มีความผิดก็ให้โอนกลับตำรวจได้นายกรัฐมนตรียอมรับว่ามีความไม่สบายใจ แต่ก็ยอมรับและถือว่าคนที่จะมาเป็นกรรมการนั้นความเป็นกลาง “ผมไม่มีธงว่าต้องตัดสินออกมาเป็นอย่างไร ต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง”ทุกอย่างที่ว่ามานี้ เป็นขบวนการในเชิงบริหารเท่านั้นแต่สิ่งที่จะต้องทำให้ปรากฏนั้นสำคัญกว่าคือ มีความผิดจริงตามข้อกล่าวหาว่ารับเงิน “ส่วย” จากเว็บพนันนั้นจริงหรือไม่จริง!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ "กล้าได้กล้าเสีย" เพิ่มเติม