“รองเต่า” เผยผลประชุมร่วมกับผู้บังคับบัญชาตำรวจคอมมานโด พร้อมเรียกตัว ส.ต.ท.ฉาวปล่อยคลิปลับขณะมีเพศสัมพันธ์กับแฟนเก่ามาสอบข้อเท็จจริง โดยมีมติให้ออกจากราชการไว้ก่อน สำทับซ้ำพร้อมบุก “ถ้ำเสือเมืองทอง” จับคนเกี่ยวข้องให้หมดหากเป็นขบวนการปล่อยคลิปลับอย่างที่เป็นกระแส ส่วน “บิ๊กก้อง” ลั่นเรื่องนี้ผิดว่าไปตามผิดไม่มีช่วยเหลือกันแน่นอน พร้อมช่วยท้องที่สอบสวนข้อเท็จจริงอีกทางกรณีหญิงสาวเข้าร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังถูก ส.ต.ท.สุเมธ ถาวรศรีวิมล ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) หรือตำรวจคอมมานโด อดีตแฟนหนุ่มข่มขู่ขอมีเพศสัมพันธ์ ซ้ำยังปล่อยคลิปวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กันลงในสื่อโซเชียล เช่น แอปพลิเคชัน VK และในสื่ออื่นๆอีกจำนวนหลายคลิป ตามที่เป็นข่าว มีรายงานว่า ทันทีที่ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช. ทราบเรื่องมอบหมายให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เร่งตรวจสอบเนื่องจากสร้างความเสื่อมเสียให้หน่วยงานเป็นอย่างยิ่งความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 มี.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พหลโยธิน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เผยถึงเรื่องนี้ว่า เบื้องต้นค่อนข้างมีมูล ทางวินัยในวันนี้น่าจะให้ออกไว้ก่อนให้สิ้นสภาพการเป็นตำรวจ เพื่อจะได้ดำเนินคดีตามกฏหมายได้อย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องคดีอาญาทราบว่าโรงพักได้ดำเนินการไปแล้ว ตำรวจสอบสวนกลางไม่มีอำนาจในการดำเนินคดี แต่จะช่วยสืบสวนให้ได้ ข้อเท็จจริงในการดำเนินคดีกับบุคคลคนนั้นให้ถึงที่สุด ได้กำชับสั่งให้คณะชุดสอบสวนทำงานให้เร็วที่สุด ส่วนผู้เสียหายจะมีกี่คน สามารถแจ้งความที่โรงพักได้ทันที ตำรวจสอบสวนกลางจะช่วยสืบสวนให้อีกทางหนึ่งด้วย ยืนยันว่าเรื่องนี้ผิดว่าไปตามผิดไม่มีช่วยเหลือกันแน่นอนต่อมาที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เรียกประชุมกรณี ส.ต.ท.สุเมธ ถาวรศรีวิมล สังกัด บก.ปพ. (ตำรวจคอมมานโด) ถ่ายคลิปลับขณะมีเพศสัมพันธ์กับแฟนเก่า ก่อนแชตมาข่มขู่แบล็กเมล์ โดยเชิญผู้บังคับบัญชาหน่วยคอมมานโดมาด้วยหลังการประชุมใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย จะปล่อยไปไม่ได้ ผู้บังคับบัญชาได้กำชับเรื่องนี้มาเช่นกัน ผลการประชุม มีมติให้ ส.ต.ท.สุเมธออกจากราชการไว้ก่อนโดยทันที ทั้งนี้ ถ้ายังให้อยู่ในราชการต่อไปอาจจะเป็นผลเสียต่อการทำงาน วันนี้ได้เรียกตัว ส.ต.ท.สุเมธมาสอบสวนข้อเท็จจริง เจ้าตัวมาโดยสีหน้าเรียบเฉยยอมรับว่าได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหา 2 ราย โดยโพสต์ลงโซเชียลธรรมดาไม่ได้เอาไปขาย อย่างไรก็ตาม การสอบสวนของ บช.ก.จะตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีการได้เงินจากการนำคลิปไปปล่อยในกลุ่มลับ หรือมีพฤติกรรมเข้าข่ายค้ามนุษย์หรือไม่ด้วยรอง ผบช.ก.กล่าวอีกว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวของตำรวจนายนี้ที่บันทึกคลิปวิดีโอและนำมาโพสต์ลงโซเชียล ต้องตรวจสอบว่าเกิดจากการทะเลาะกันหรืออย่างไร มีการบีบบังคับเพื่อหวังอะไรหรือไม่ หรือทำไปเพื่อความสนุกต้องไปสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง หลักฐานตอนนี้ที่เห็นเป็นแชตข้อความที่ไม่สมบูรณ์ต้องรอหลักฐานทั้งหมดอีกครั้ง ทราบว่าก่อนหน้านี้ ส.ต.ท.สุเมธได้ไปยอมรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายคนแรกมาแล้ว ทั้งนี้ อยากให้ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อให้มาร้องที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยันจะทำอย่างตรงไปตรงมา จะไม่ปล่อยให้บุคคลหนึ่งทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสื่อมเสีย ส่วนประเด็นที่มีการอ้างว่าทำเป็นขบวนการ “แก๊งถ้ำเสือ เมืองทอง” ถ้าพบใครมีส่วนเกี่ยวข้องจะบุกถ้ำเสือ จับให้หมดอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่