ทันทีที่รู้ข่าวศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ยกฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับคณะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าครอบครัวดีใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ดีใจ อยากกลับประเทศไทย เช่นเดียวกับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร“อุ๊งอิ๊งค์” บอกนักข่าวว่าดีใจ แต่สงสาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ต้องเสียเวลาไป ประเทศไทยก็เสียโอกาส ไม่เช่นนั้นคงจะมีอะไรดีขึ้นมาก หากน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี แต่โอกาสของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่จะได้กลับไทยอย่างเท่ๆ แบบพี่ต่างกัน เพราะนายทักษิณอายุกว่า 70 ปี และมีโรคภัยเบียดเบียนจึงเข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพักโทษ ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์อายุเพียง 56 ปี และไม่มีข่าวว่ามีโรคภัย ถึงจะพ้นคดี การอนุมัติงบกลาง 230 ล้านบาท เพื่อจัดโรดโชว์ โครงการก่อสร้างพื้นฐานของประเทศ 2 ล้านล้านบาท แต่ยังติดอยู่อีกคดีคือโครงการรับจำนำข้าว ที่ศาลสั่งจำคุก 5 ปีโครงการรับจำนำข้าว เป็นบทเรียน ราคาแพงของพรรคการเมืองที่หาเสียงด้วยนโยบายลดแลกแจกแถม หรือประชานิยม รัฐบาลยิ่งลักษณ์ประกาศจะรับจำนำข้าวจากชาวนาทุกเมล็ด ในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดมาก รัฐบาลต้องซื้อข้าวถึงปีละ 5 แสนล้านบาท แต่ไม่มีเงินในงบรายจ่าย ต้องใช้เงินกู้จากธนาคารรัฐปีแรกๆอาจผ่านพ้นไปด้วยดี ชาวนาส่วนใหญ่ต่างรื่นเริง เพราะขายข้าวได้ราคาดี แต่ปีต่อๆมาเริ่มมีปัญหาเพราะรัฐบาล ค้าขายแบบ “ซื้อแพงแต่ขายถูก” รัฐเอาข้าวที่ซื้อมาในราคาแพง มาขายถูกในราคาตลาด ซ้ำยังปล่อยให้เกิดการทุจริต โครงการเจ๊งไม่มีเงินจ่ายชาวนา หลายคนผูกคอตายเหตุที่ชาวนาบางคนต้องตัดสินใจผูกคอตาย เพราะนัดเจ้าหนี้ไว้ว่าจะนำเงินมาให้ หลังจากได้รับเงินจำนำข้าว แต่เมื่อรัฐไม่มีเงินจ่ายและโครงการเจ๊ง จึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมทั้งประเทศ รัฐต้องเป็นหนี้ธนาคารกว่า 9 แสนล้านบาท จนบัดนี้ก็ยังใช้หนี้ไม่หมด รัฐมนตรีติดคุก 2 คน พร้อมทั้งข้าราชการระดับสูงรวมทั้งพ่อค้าข้าวรายใหญ่ของประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต จึงโดนคุกคนละหลายสิบปี ขณะนี้ก็ยังอยู่ในคุก มีผู้ที่รอดตัวเพียงคนเดียว คือนายกรัฐมนตรี แม้จะถูกดำเนินคดี แต่ไม่ใช่ข้อหาทุจริต เป็นแค่ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้มีการทุจริตกันอย่างมโหฬาร จึงโดนแค่ 5 ปี และใช้บารมีหลบหนีได้ถ้าอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์อยากกลับบ้าน อาจใช้ช่องทางเดียวกับพี่ชายไม่ได้ เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์ราชทัณฑ์ แต่ถ้ามั่นใจว่ามีผลงานเป็นที่ชื่นชมของประชาชน และมั่นใจว่ามีเสียงข้างมากในสภา อาจขอให้สภาออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ เหมือนกับที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เคยออกนิรโทษกรรมสุดซอย เป็นวิธีที่โปร่งใส แต่อาจมีคนออกมาคัดค้าน.คลิกอ่านคอลัมน์ "บทบรรณาธิการ" เพิ่มเติม