รศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ ผอ.สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยประชากรและสังคมได้รับการสนับสนุนจาก สสส. จัดทำรายงานสุขภาพคนไทย มาเป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษแล้ว สำหรับการสำรวจปี 2566 โดยมี 7 ตัวชี้วัดพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม การขาดกิจกรรมทางกาย อุบัติเหตุทางถนน ปัญหาสุขภาพจิต และมลพิษทางสิ่งแวดล้อม โดยจำแนกตามเขตภูมิภาคพบว่า เด็กกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะเด็กอายุ 6-14 ปี ครองแชมป์ไม่กินผัก สุขภาพมีความเสี่ยงเพราะกินอาหารไขมันสูงทั้งนี้ครอบครัว โรงเรียน สถานที่ทำงาน ชุมชน เป็นปัจจัยสภาพแวดล้อมที่มีบทบาทในการสร้างเสริมสุขภาพและลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพของคนไทยแต่ละช่วงวัยได้ การขับเคลื่อนรณรงค์ทำให้บ้านเป็นเขตปลอดบุหรี่ที่ดำเนินการโดยชุมชน สามารถลดอัตราการสูบบุหรี่ในบ้านของครอบครัวที่เข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนได้ถึงร้อยละ 75 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนฉลาดเล่น มีสัดส่วนนักเรียน ป.4 ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอร้อยละ 37.9 สูงกว่าโรงเรียนทั่วไปที่มีเพียงร้อยละ 6.9 สำหรับในปี 2567 จะได้มีการติดตามผลพวงจากการเปลี่ยนโลกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และสุขภาพของคนไทยให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้นจริงผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรายงานสุขภาพคนไทยจากเว็บไซต์ www.thaihealthreport.com พบว่า ไม่ถึง 1 ใน 4 เท่านั้นที่กินผักและผลไม้เพียงพอ โดยมีความแตกต่างกันตามสถานะทางเศรษฐกิจ คือ กลุ่มคนมีรายได้สูงกินอาหารที่มีไขมันสูงและเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ส่วนกลุ่มคนรายได้น้อย กินเนื้อสัตว์แปรรูปและอาหารกึ่งสำเร็จรูปที่เสี่ยงต่อสุขภาพ เป็นต้น ด้านอุบัติเหตุทางถนนพบว่า 1 ใน 5 ของคนไทยที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนน เป็นกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน อายุ 15-24 ปี และกว่า 3 ใน 4 เป็นเพศชาย ด้านมลพิษทางสิ่งแวดล้อม พบว่า ผู้อาศัยอยู่ในภาคเหนือมีโอกาสได้รับฝุ่น PM 2.5 มากกว่าผู้อาศัยในภูมิภาคอื่น ซึ่งสัมพันธ์กับอัตราการตายจากโรคมะเร็งปอดในแต่ละจังหวัดของภาคเหนืออยู่ที่ 25.6 คนต่อแสนประชากร ซึ่งสูงกว่าภูมิภาคอื่นอย่างชัดเจน.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่