“มังกร คือสัญลักษณ์แห่งพลัง ความแข็งแกร่ง และความโชคดี ดังนั้น ในปีนี้ซึ่งเป็นปีแห่งมังกร จึงเป็นช่วงเวลาอันดีอย่างยิ่ง เพื่อต้อนรับ ‘มังกรตัวน้อย’ มาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว” ถ้อยแถลงเนื่องในโอกาส “วันตรุษจีน” เมื่อ 9 ก.พ. 2567 ตรงกับปีนักษัตรมังกร (ตามความเชื่อจีน) ของนายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ สะท้อนให้เห็นถึงการกระตุ้นให้ประชาชนชาวสิงคโปร์สร้างครอบครัวที่อบอุ่น และความพยายามแก้ไข ปัญหาภาวะการเจริญพันธุ์ตกต่ำ (Low Fertility Rate) หรือปัญหาเด็กเกิดน้อยของสิงคโปร์สำนักงานสถิติแห่งชาติของสิงคโปร์เผยว่า ในปี 2565 (ปีนักษัตรขาล) สิงคโปร์มีอัตราการเกิดเฉลี่ยอยู่ที่ 1.04 เท่ากับว่าสตรี 1 คน จะมีบุตรเพียง 1 คนเท่านั้น โดยปีดังกล่าวมีเด็กเกิดใหม่ 30,429 คน จากประชากรสิงคโปร์ทั้งหมด 5.9 ล้านคน ทั้งนี้ อัตราการเกิดของสิงคโปร์ยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง อีกทั้งประชากรผู้สูงอายุก็เพิ่มขึ้น อาจทำให้ขาดแคลนประชากรวัยแรงงานและจัดเก็บภาษีได้น้อยลงรัฐบาลจึงออกนโยบายกระตุ้นให้ประชาชนมีบุตร เช่น การให้เงินสนับสนุนการเลี้ยงดูบุตรเป็นเวลา 18 เดือน นับตั้งแต่คลอด โดยลูกคนแรกและคนที่ 2 จะได้รับเงินทั้งหมดคนละ 11,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 294,316 บาท) ส่วนบุตรคนที่ 3 จะได้รับเงินสนับสนุน 13,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 347,828 บาท) แต่ประชาชนบางส่วนยังเผยว่า การมีบุตรค่อนข้างเป็นเรื่องยาก เนื่องจากต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมาก และ ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น คู่สมรสและการจ้างงานหากจำแนกชาวสิงคโปร์เป็น 3 กลุ่ม คือ จีน มาเลเซีย และอินเดีย พบว่าแม้อัตราการเกิด ในแต่ละกลุ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ อัตราการเกิดของชาวจีนในสิงคโปร์ (ประชากร ส่วนใหญ่) เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระหว่างปีขาลกับปีมังกร ทำให้ภาพรวมอัตราการเกิดในช่วงปีดังกล่าวเพิ่มขึ้น เช่น ปี 2529 (ปีขาล) สิงคโปร์มีอัตราการเกิดอยู่ที่ 1.43 ก่อนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1.96 ในปี 2531 (ปีมังกร)ที่เป็นเช่นนี้เพราะชาวจีนเชื่อว่า คนที่เกิดในปีมังกรจะเป็นผู้มีอำนาจและเต็มไปด้วยความโชคดี ชี้ให้เห็นว่าการใช้ความเชื่อ และการปลูกฝังทัศนคติก็ยังช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ขณะที่ไทยก็ประสบปัญหาเด็กเกิดน้อยเช่นเดียวกัน โดยปี 2565 ไทยมีอัตราการเกิด เฉลี่ยเพียง 1.08 เท่านั้น จึงเป็นที่มาของความ พยายามของรัฐบาลไทยที่ผลักดันอย่างจริงจังตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนไทยที่ว่า “ลูกมากจะยากจน” ให้มองว่า “การเกิดเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ของโลก”.ญาทิตา เอราวรรณคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม