มรดกเลือด หลานปืนโหดกระหน่ำยิงอาดับสยอง 2 ศพ หลังมีปัญหาฟ้องร้องเรื่องที่ดิน ตัวเองเป็นฝ่ายแพ้คดี ต้องรื้อบ้านที่อาศัยมาตั้งแต่เด็กไปอยู่ที่อื่น ก่อนถูกอากดดันขับไล่มาตลอด พยายามเจรจาขอแลกที่ดินอีกแปลง แต่คู่กรณีไม่ยอม ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมาสูบน้ำเข้านาใกล้บ้าน เกิดทะเลาะกันอีกรอบ สุดทนเดินไปเอาปืนในบ้านออกมารัวยิงทีละคนกว่า 10 นัด แล้วเผ่นหนีไปตั้งหลัก ก่อนโทรศัพท์ไปหาผู้ใหญ่บ้านพามอบตัวที่โรงพักเหตุสะเทือนขวัญหลานชายรัวยิงอาแท้ๆดับสยอง 2 ศพ หลังมีปัญหาฟ้องร้องที่ดินมรดก เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ม.ค. ร.ต.อ.จรัญ ประยูร สว. (สอบสวน) สภ.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันตาย 2 ศพ หน้าบ้านเลขที่ 38/2 หมู่ 10 ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.ปรารถนา แผ่นผา ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางแม่นาง แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งริมถนนหน้าบ้านพบศพนายพายัพ เอี่ยมผ่อง อายุ 60 ปี นอนหงายจมกองเลือดอยู่ข้างเครื่องสูบน้ำ มีแผลถูกยิงด้วยกระสุน 9 มม.ตามลำตัว 4 นัด ห่างไปเล็กน้อยพบศพนางพะเยาว์ สีหลุ่น อายุ 56 ปี น้องสาวของนายพายัพ ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาดเดียวกันเข้าลำตัว 5 นัด และปากอีก 1 นัด ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนตกอยู่กว่า 10 ปลอก และหัวกระสุนจำนวนหนึ่ง ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุทราบจากพยานว่าชื่อนายพิศิษฐ์ เอี่ยมผ่อง อายุ 41 ปี เป็นหลานชายของผู้ตายทั้งสองคน หลังเกิดเหตุขี่รถ จยย.หลบหนีไปสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายพิศิษฐ์ผู้ก่อเหตุมีปัญหาขัดแย้งเรื่องมรดกที่ดินกับนายพายัพและนางพะเยาว์ น้องชายแท้ๆของพ่อ แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ถึงขั้นฟ้องร้องต่อสู้กันถึง 3 ศาลมานานกว่า 10 ปี กระทั่งเมื่อเดือน ธ.ค.66 ศาลตัดสินให้ฝ่ายนายพายัพชนะคดี ทำให้นายพิศิษฐ์เกิดความเครียด เนื่องจากต้องรื้อบ้านออกไป หลังศาลตัดสิน นายพิศิษฐ์ พยายามเจรจาต่อรองกับอาเพื่อหาทางออก เนื่องจากตัวเองไม่อยากย้ายออกจากบ้านและที่ดินผืนดังกล่าว แต่ตกลงกันไม่ได้ จนมีเรื่องกระทบกระทั่งกันอีกหลายครั้ง ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้านายพิศิษฐ์มีปากเสียงกับผู้ตายสองคนที่มาสูบน้ำเข้านาข้าวใกล้บ้าน ก่อนชักปืนรัวยิงหลายนัดแล้วหลบหนีไปพร้อมอาวุธปืนด้านนางละเอียด เอี่ยมผ่อง อายุ 63 ปี แม่นายพิศิษฐ์ให้การว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด ตอนแรกคิดว่าเป็นเสียงลูกระเบิด สักพักนายพิศิษฐ์ ลูกชายวิ่งเข้าบ้านแล้วเดินวนอยู่หลายรอบ หลังรู้ว่าไปยิงผู้ตายก็บอกให้มอบตัวไม่ต้องหนีไปไหน ลูกชายบอกเดี๋ยวขอทำใจก่อน แล้วหลบหนีไป ส่วนสาเหตุที่ยิงกันเป็นเรื่องที่ดินที่มีปัญหาทะเลาะกับฝ่ายผู้เสียชีวิตมานานแล้ว ลูกชายบอกว่าที่ดินผืนนี้อยู่มานานแล้วตั้งแต่เกิด แต่อีกฝ่ายจะไล่ไม่ให้อยู่ หลังศาลตัดสินให้ลูกชายแพ้คดี นายพิศิษฐ์ไปขอแลกที่ดินกับผู้ตายก็ไม่ยอมให้ ก่อนหน้านี้ลูกชายเคยพูดว่าถ้าเราอยู่ไม่ได้มันก็อยู่ไม่ได้ต่อมาเวลา 11.00 น.ที่ สภ.บางแม่นาง พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 ลงพื้นที่ไปติดตามคดี ก่อนเรียก พล.ต.ต.ปรารถนา แผ่นผา ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางแม่นาง และชุดสืบสวนวางแผนไล่ล่าคนร้าย ปรากฏว่าระหว่างประชุม นายพนม พึ่งสุขแดง กำนันตำบลบ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี และนายสมศักดิ์ กลั่นเพ็ชร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ พานายพิศิษฐ์ ผู้ก่อเหตุยิงอาตัวเองตาย 2 ศพ เข้ามอบตัวกับ ผบช.ภ.1สอบสวนนายพิศิษฐ์ให้การอ้างว่าก่อเหตุยิงผู้เสียชีวิตจริง เนื่องจากช่วงเช้า ผู้ตายมาด่ามาไล่ให้ออกจากที่ดินที่ตนอาศัยอยู่ตั้งแต่เด็กๆ ผู้เสียชีวิตทั้งสองคนมีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ เป็นน้องของพ่อ แต่มาขับไล่ ก่อนหน้านี้ได้เจรจากันมาตลอด แต่ฝ่ายผู้ตายไม่ยอม ที่ผ่านมาเคยให้ผู้ใหญ่หลายคนไปพูดคุยก็ไม่ยอม บอกว่าหากอยากอยู่ให้นำเงินมาให้ 1 ล้านบาท แต่ตนไม่เงิน เลยขอแลกกับที่ดินแปลงอื่นก็ไม่ยอมอีก ทำให้มีเรื่องกระทบกระทั่งกันเรื่อยมา ตนรู้ดีอยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องย้ายออกเพราะแพ้คดี ศาลตัดสินให้ย้ายออกก็ยอมรับแล้ว“ผมขอโทษในสิ่งที่ทำไป ใจจริงไม่ได้อยากทำแบบนี้ เพราะเป็นญาติพี่น้องกันทั้งนั้น สาเหตุที่ทำไปมีหลายอย่าง ส่วนหนึ่งมาจากอาสองคนมาด่าทอผมที่บ้าน ด่าแบบรุนแรง ด่าถึงบุพการี ไล่ให้ออกจากที่ดินให้ออกจากบ้านหลายรอบจนเริ่มทนไม่ไหว ตัดสินใจไปเอาปืนของพ่อที่เก็บไว้ในบ้านออกมาจ่อยิงอาทั้งสองคน แต่จำไม่ได้ว่ายิงไปทั้งหมดกี่นัด” นายพิศิษฐ์กล่าวด้านนายสมศักดิ์ กลั่นเพ็ชร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ เปิดเผยว่า บ้านอยู่ใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุเพราะเป็นเขตติดต่อหมู่ 1 กับหมู่ 10 ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงดัง แต่ไม่แน่ใจว่าเสียงปืนหรือประทัด เพราะช่วงนี้ชาวนาจุดปะทัดไล่นกกันเป็นประจำ กระทั่งนายพิศิษฐ์ ผู้ก่อเหตุโทรศัพท์มาหาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง บอกว่ากำลังขี่รถ จยย.หลบหนีและขอให้ช่วยพาไปมอบตัวกับตำรวจก่อนแจ้งนายพนม กำนันตำบลบ้านใหม่ขับรถไปรับนายพิศิษฐ์แถวไทรน้อย จ.นนทบุรี พาไปพบตำรวจที่โรงพักทันที ส่วนสาเหตุที่ยิงกันเป็นเรื่องการฟ้องร้องที่ดินมรดก ผู้ก่อเหตุแพ้คดี ไม่มี ที่อยู่จึงเอาที่ดินด้านในไม่มีทางเข้า แต่มีพื้นที่มากกว่ามาแลก ไกล่เกลี่ยยังไงอีกฝ่ายก็ไม่ยอม ตรงนี้ อาจเป็นเหตุให้ผู้ก่อเหตุโมโหก่อเหตุสะเทือนขวัญขึ้นขณะที่ พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 กล่าวหลังสอบปากคำว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ผู้ก่อเหตุกับผู้เสียชีวิตเป็นญาติพี่น้องกัน สาเหตุมาจากเรื่องมรดก ผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่ในที่ผู้ตาย มีการฟ้องขับไล่กันเรียบร้อยจนคดีสิ้นสุด ฝ่ายปกครองผู้ใหญ่บ้านพยายามไกล่เกลี่ยมาตลอด แต่ก็ยังทะเลาะกันมาต่อเนื่อง เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนในที่สาธารณะ ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของบิดาผู้ต้องหา ตรวจสอบพบว่าเป็นปืนถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากผู้ต้องหานำไปใช้ก่อเหตุจะทำเรื่องถึงฝ่ายปกครองให้เพิกถอนทะเบียนต่อไปเวลา 17.45 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางแม่นาง พร้อมด้วย ร.ต.อ.จรัญ ประยูร รอง สว. (สอบสวน) เจ้าของคดี คุมตัวนายพิศิษฐ์ เอี่ยมผ่อง ผู้ต้องหายิงนายพายัพและนางพะเยาว์ อาแท้ๆเสียชีวิต ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านของนายพิศิษฐ์ เริ่มจากผู้ต้องหานั่งกินข้าวอยู่หน้าบ้าน เห็นอาทั้งสองคนเข็นท่อมาสูบน้ำใส่นาข้าวผ่านมา นายพิศิษฐ์อ้างว่าถูกอาทั้งสองคนเข้ามาด่า ไล่ให้ย้ายบ้านออกไปจากที่ดิน ทำให้โมโห เดินไปเอาปืนในห้องนอนมารัวยิงอาผู้หญิงเป็นคนแรก แล้วหันไปยิงอาผู้ชายเป็นศพที่สอง หลังก่อเหตุกลับเข้าบ้านก่อนหลบหนีและตัดสินใจเข้ามอบตัว โดยใช้เวลาทำแผนประมาณ 15 นาทีอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่