เมื่อวันที่ 24 ต.ค. นายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน สนทนาโทรศัพท์หารือ กับนายเอลี โคเฮน รมว.ต่างประเทศอิสราเอล ถึงสถานการณ์ขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยกล่าวยืนยันจุดยืนของทางการจีนว่า ทุกประเทศมีสิทธิที่จะป้องกันตัวเอง แต่นั่นควรเป็นการป้องกันที่อยู่ภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมสากลและการให้ความคุ้มครองแก่พลเรือน และจีนพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในความพยายามใดๆที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างสันติภาพทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การหารือมีขึ้นหลังบรรยากาศความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กำลังดำเนินไปอย่างเต็มรูปแบบ กองทัพอิสราเอล (IDF) ยังคงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายต่างๆในฉนวนกาซา ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอิสราเอล รวมทั้งเป้าหมายในเลบานอน ทางภาคเหนือของอิสราเอล ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่รัฐบาลอิหร่านให้การสนับสนุน ในการสนทนาครั้งนี้ นายหวัง อี้ ยังกล่าวย้ำว่า สิ่งที่ควรทำอย่างเร่งด่วนคือการป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย และกลายเป็นวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมที่ร้ายแรงไปมากกว่านี้ และจีนยอมรับในหลักการความเป็นชาติของทั้งสองฝ่าย และเชื่อว่าเป็นหลักการที่จะเป็นทางออกให้กับความขัดแย้งครั้งนี้ขณะที่นายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังร่วมแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์รอบใหม่ โดยกล่าวว่า การกระทำบางอย่างของอิสราเอล เช่นการตัดน้ำ ตัดอาหาร นอกจากจะเป็นการสร้างวิกฤติทางมนุษยธรรมแล้ว ยังส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์มีความมุ่งมั่นที่จะต่อต้านไปหลายชั่วอายุคนและบั่นทอนเสียงสนับสนุนอิสราเอลในเวทีโลก ซึ่งย่อมเข้าทางศัตรูของอิสราเอล กังวลว่าเรื่องนี้ผลร้ายจะย้อนกลับไปที่อิสราเอลเอง ไม่รวมถึงส่งผลกระทบต่อการสร้างสันติภาพ-เสถียรภาพแก่ภูมิภาคในระยะยาวด้านหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทม์สของสหรัฐฯ รายงานด้วยว่า พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ยังแสดงความกังวลต่อนายโยอาฟ กาลแลนต์ รมว.กลาโหมอิสราเอล ว่าให้พิจารณาให้ดีเรื่องการส่งทหารบุกเข้าไปในฉนวนกาซา ขณะที่แหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯยังระบุด้วยว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมโจมตีอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ทางสหรัฐฯก็ยังไม่เห็นว่า อิสราเอลมีแผนการที่ชัดเจนในเรื่องการกำจัดกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่