สำนักจุฬาราชมนตรีออกประกาศ “อาศิส พิทักษ์คุมพล” จุฬาราชมนตรี คนที่ 18 ของประเทศไทยถึงแก่อนิจกรรมที่ รพ.จุฬาฯ เมื่อวันที่ 22 ต.ค. เวลา 10.32 น. เคลื่อนศพไปจัดพิธีละหมาดญะนาซะห์ (ละหมาดขอพร) ในวันที่ 23 ต.ค.2566 เวลา 10.00 น. ณ มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา ประธานองคมนตรีอัญเชิญดินฝังศพพระราชทาน ขณะที่บรรดาญาติพี่น้องและชาวมุสลิมต่างทยอยมาร่วมไว้อาลัยสำนักจุฬาราชมนตรีออกประกาศการถึงแก่ อนิจกรรมของจุฬาราชมนตรี เปิดเผยเมื่อช่วงสายวันที่ 22 ต.ค. สำนักจุฬาราชมนตรี ออกประกาศสำนักจุฬาราชมนตรี เรื่อง การถึงแก่อนิจกรรมของจุฬา ราชมนตรี “แท้จริงเราเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์และเราต้องกลับไปสู่พระองค์” ตามที่นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เข้ารับการรักษาอาการป่วยเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ความละเอียดแจ้งแล้วนั้นสำนักจุฬาราชมนตรีขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี คนที่ 18 แห่งราชอาณาจักรไทย ได้กลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮ์ (ถึงแก่อนิจกรรม) แล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ต.ค.2566 เวลา 10.32 น. และจัดพิธีละหมาดญะนาซะห์ (ละหมาดขอพร) ในวันจันทร์ที่ 23 ต.ค.2566 เวลา 10.00 น. ณ มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา เลขที่ 352 ถนนลพบุรีราเมศวร์ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ประกาศ ณ วันที่ 22 ต.ค.2566 นายสมชาย เจ๊ะวังมา รักษาการผู้อำนวยการสำนักจุฬาราชมนตรีต่อมานายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี อัญเชิญดินฝังศพพระราชทานแก่นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี และเป็นผู้แทนพระองค์ประธานในพิธีละหมาดขอพร และฝังศพ ณ มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา ในวันที่ 23 ต.ค.นี้ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นผู้แทน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะผู้แทนฝ่ายรัฐบาล พร้อมด้วยนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม ร่วมพิธี โดยกรมการศาสนาประสานงานกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา อำนวยความสะดวกและการเตรียมความพร้อมในการจัดพิธีร่วมกับสำนักจุฬาราชมนตรีทั้งนี้ ภายหลังสำนักจุฬาราชมนตรีออกประกาศเรื่องการถึงแก่อนิจกรรมของนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยแล้ว คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยและผู้เกี่ยวข้อง จัดพิธีเคลื่อนศพของจุฬาราชมนตรีไปยังท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ด้วยเครื่องบิน C 130 ของกองทัพอากาศถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา ในเวลา 16.00 น. เพื่อเตรียมประกอบพิธีละหมาดญะนาซะห์ (ละหมาดขอพร) และฝังศพในวันที่ 23 ต.ค. เวลา 10.00 น. ณ มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลาส่วนบรรยากาศที่บ้านนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เลขที่ 45 ซอยควนสันติ 1 เทศบาลเมืองควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา บรรดาญาติพี่น้องและประชาชนทยอยเดินทางมาแสดงความเสียใจกันอย่างต่อเนื่อง บริเวณหน้าบ้านตั้งเต็นท์และเก้าอี้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ร่วมงาน ติดป้ายห้ามถ่ายรูปและขบวนเคลื่อนย้ายศพมายังบ้าน บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้าประวัตินายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี คนที่ 18 เกิดวันที่ 6 มี.ค.2490 อายุ 76 ปี สถานที่เกิด ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา ชื่อบิดา-มารดา นายมะแอ-นางน๊ะ พิทักษ์คุมพล มีพี่น้องจำนวน 4 คน สมรสกับนางร่อมิอ๊ะ พิทักษ์คุมพล จบการศึกษาจากอัลมัดรอซะฮ์อัลนัซซอบีย๊ะฮ์ ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา และอัลมัดรอซะฮ์อัลอัดรีซียะฮ์ ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มีความสามารถทางภาษาอาหรับ, ยาวี, บาฮาซอ มาเลเซีย, บรูไน, และอินโดนีเซีย เส้นทางจุฬาราชมนตรีคนที่ 18 ของไทย หลังจากนายประเสริฐ มะหะหมัด ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นจุฬาราชมนตรี เสนอชื่อนายอาศิสเพื่อโปรดเกล้าฯให้เป็นกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และมอบหมายให้ดูแลงานวิชาการร่วมกับนายวินัย สะมะอุน ต่อมาในปี พ.ศ.2530 ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลาได้ถึงแก่กรรม คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลามีมติเป็นเอกฉันท์ให้นายอาศิสเป็นประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนี้มาโดยตลอดต่อมาในปี พ.ศ.2539 นายอาศิสได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภาสัดส่วนผู้นำศาสนาอิสลาม วันที่ 16 พ.ค.2553 ได้รับลงคะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 จากกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศให้ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540 และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นจุฬาราชมนตรีคนที่ 18 เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2553 จนถึงปัจจุบันต่อมา เวลา 20.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง โพสต์เฟซบุ๊กและทวีต ผ่าน X แสดงความไว้อาลัยต่อการถึงแก่อนิจกรรมของนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรีคนที่ 18 ของประเทศไทย ระบุว่าขอองค์อัลลอฮ์ ทรงรับดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์ของท่านให้พำนักอยู่ในสรวงสวรรค์ด้วยเถิด ในนามรัฐบาลและชาวไทยทุกคนขอแสดงความเสียใจ ตลอดระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ได้สร้างคุณูปการด้านศาสนาอิสลามไว้บนแผ่นดินไทยนานัปการ ส่งเสริมการสร้างความสมานฉันท์ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม ผ่านโครงการต่างๆ เช่น จัดตั้งสถาบันวะสะยะฮ์ เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักศาสนิกชนของศาสนาอิสลามแห่งสายกลาง ส่งเสริมการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้นับถือต่างศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม จัดตั้งสภาเครือข่ายด้านมนุษยธรรมเพื่อให้ ความช่วยเหลือต่อเพื่อนมนุษย์โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา ส่งเสริมชมรมผู้นำศาสนาอิสลามรุ่นใหม่ เพื่อให้เข้าใจหลักคำสอนทางศาสนา สังคม วัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความเชื่อหลากหลาย ตลอดจนโครงการอื่นๆอีกมากมายที่ฝากให้ชาวไทย มุสลิมรุ่นต่อไปได้สานต่อ ล้วนเป็นประโยชน์แก่การ ดำเนินงานตามนโยบายด้านศาสนาและสันติสุขแห่งสังคมไทย รวมถึงแนวทางการดำรงชีวิตของท่าน จะเป็นแบบอย่างแก่พี่น้องชาวไทยมุสลิมตลอดไป ในวาระที่ท่านได้กลับไปสู่ความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า ขอให้องค์อัลลอฮ์ทรงตอบรับความดีงามที่ท่านได้ประกอบไว้ขณะที่ท่านดำรงชีวิตอยู่ และขอโปรดรับ ดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์ของท่านให้พำนักอยู่ในสรวงสวรรค์ด้วยเถิดอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่