เผาร่าง “น้องพลอย” นักเรียน ม.6 เหยื่อแก๊งมิจฉาชีพลวงขายไอโฟน 13 เพื่อนนักเรียนร่วมร้องเพลงส่งดวงวิญญาณร่ำไห้ระงมน้ำตาท่วมวัด แม่อโหสิกรรมให้คนร้าย แต่ขอให้ตำรวจดำเนินคดีถึงที่สุด หวังให้ลูกสาวเป็นเหยื่อกลโกงรายสุดท้าย “ดอกแก้ว” ยอมรับแล้วรับเปิดบัญชีม้าด้วยการสแกนใบหน้า ได้ค่าจ้างแค่ 300 บาท ตำรวจไซเบอร์ส่งฝากขังผัดแรกพร้อมค้านประกันตัว ตามลากคอหนุ่มสาวบัญชีม้าแถว 2 แถว 3 ได้อีก2ราย ขณะที่เหยื่อแก๊งต้มตุ๋นออนไลน์โผล่อีก หลงกลโอนเข้าบัญชีดอกแก้วเช่นกันสังคมเฝ้าจับตาการทำงานของตำรวจไซเบอร์ ระดมไล่ล่ากวาดล้างขบวนการมิจฉาชีพออนไลน์ เปิดเฟซบุ๊กปลอมหน้าร้านขายโทรศัพท์มือถือ หลอกลวง น.ส.อาทิยา หรือพลอย ช่วยคง อายุ 19 ปี นักเรียน ม.6 ร.ร.ปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ให้โอนเงินดาวน์ซื้อไอโฟน 13 ร่วม 2 หมื่นบาท เข้าบัญชีธนาคาร CIMB ของ น.ส.ดอกแก้ว แก้วเจิม รวม 4 ครั้ง แต่ไม่ส่งสินค้าให้ก่อนปิดเฟซบุ๊กหนี เหยื่อเครียดหนักคิดสั้นผูกคอตาย ทิ้งจดหมายสั่งเสียถึงมารดาให้ช่วยใช้หนี้เพื่อน 2 คนที่ขอยืมเงินมาดาวน์มือถือด้วย สร้างความสะเทือนใจอย่างมาก ต่อมาตำรวจจับกุม น.ส.ดอกแก้ว เจ้าของบัญชีม้า ได้แล้ว เจ้าตัวปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เพราะมีหลักฐานเป็นแชตพูดคุยกับผู้ตาย และยังมีผู้ตกเป็นเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชี น.ส.ดอกแก้วอีกหลายรายด้วยความคืบหน้าในเรื่องนี้ ช่วงเที่ยงวันที่ 19 ต.ค. บรรยากาศงานศพของ น.ส.อาทิยา หรือน้องพลอย ช่วยคง เหยื่อมิจฉาชีพ จัดขึ้นที่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 8 ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. และในบ่ายจะมีพิธีฌาปนกิจศพ นางบุญเยือน อ่อนแก้ว มารดา และญาติๆ พร้อมชาวบ้านรวมทั้งเพื่อนนักเรียน ร.ร.ปากพนังจำนวนหนึ่ง ช่วยกันยกโลงศพออกจากสถานที่จัดงานศพ ขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อเคลื่อนศพไปยังวัดบางบูชาชนาราม หมู่ 1 ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช อยู่ห่างจากบ้านงานศพไม่มากนัก ก่อนยกโลงศพน้องพลอย นางบุญเรือนได้ใช้มือเคาะโลงศพเสียงดัง บอกลูกสาวว่าแม่และญาติจะพาไปวัดแล้วนะ ขอให้น้องพลอยไม่ต้องเป็นห่วง ให้น้องพลอยขึ้นสวรรค์ไปให้สบายนะ คดีของน้องพลอยได้รับความยุติธรรมแล้ว ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายที่โกงน้องพลอยและออกหมายจับคนร้ายแก๊งมิจฉาชีพแล้วอีกหลายคน ขอให้น้องพลอยไปสู่สุคติ ไม่ต้องเป็นห่วงแม่รถขนศพน้องพลอยได้เคลื่อนออกจากบ้านอย่างช้าๆ มีญาติและเพื่อนนักเรียนขับรถตามไปที่วัดเป็นขบวนยาว ระหว่างทางมีเพื่อนบ้านและคนรู้จักออกมายืนไว้อาลัยให้กับน้องพลอยตลอดสองข้างทาง บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า เมื่อขบวนรถเคลื่อนมาถึงวัดบางบูชาชนาราม ญาตินำศพน้องพลอยไปตั้งบนเมรุเตรียมทำพิธีฌาปนกิจศพ ท่ามกลางแขกเหรื่อผู้มาร่วมงานจำนวนมาก มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และ พ.ต.ท.สวัสดิ์ นิยมเดชา สว.สภ.เกาะทวด ตัวแทน พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจไปร่วมไว้อาลัยด้วย ก่อนจะทำพิธีประชุมเพลิง เพื่อนนักเรียนของน้องพลอยได้ร่วมกันร้องเพลง “ฉันจะมีเธออยู่” ของศิลปิน สิงโต นำโชค ที่เป็นเพลงโปรดของน้องพลอย ท่ามกลางเสียงร่ำไหระงมลั่นวัดนางบุญเรือน มารดาน้องพลอย กล่าวว่า ขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจ สภ.เกาะทวด ทุกนายที่เร่งรัดติดตามคดี จับกุมมิจฉาชีพกลุ่มนี้ที่โกงเงินของลูกสาวจนเป็นเหตุให้น้องพลอยฆ่าตัวตาย ส่วนตัวได้อโหสิกรรมให้กับคนร้ายแล้ว เพื่อให้ลูกสาวไปสู่สุคติ แต่ในส่วนของคดีต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิด เพื่อไม่ให้ไปหลอกลวงสร้างความเดือดร้อนกับใครอีก ขอให้น้องพลอยเป็นเหยื่อรายสุดท้ายส่วนความคืบหน้าของคดี เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พนักงานสอบสวน บก.สอท.5 บช.สอท. คุมตัว น.ส.ดอกแก้ว แก้วเจิม อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในความผิด “ฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” ไปขออำนาจศาลฝากขัง เบื้องต้นพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวท้ายคำร้องฝากขัง เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง น.ส.ดอกแก้วอยู่ในสภาพอิดโรยอดนอน มีสีหน้าเคร่งเครียด เนื่องจากถูกสอบปากคำตลอดทั้งคืน และมีอาการโศกเศร้าร้องไห้ตลอดเวลาระหว่างถูกคุมตัวไปฝากขัง ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่ารู้สึกเสียใจหรือไม่ที่เป็นต้นเหตุให้นักเรียนหญิงเสียชีวิต และต้องการที่จะขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิตหรือไม่ น.ส.ดอกแก้วปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาตลอดเวลา จากนั้นนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญารัชดาเป็นผัดแรก ตั้งแต่วันที่ 19-31 ต.ค. ศาลพิจารณาคำร้องฝากขังแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาเมื่อหมดเวลาทำการศาลแล้ว ไม่ปรากฏญาติหรือทนายความมายื่นประกันตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวผู้ต้องหาไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลางต่อไปพล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5 กล่าวว่า จากการสอบปากคำ น.ส.ดอกแก้ว ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า รับจ้างเปิดบัญชีม้าแบบสแกนใบหน้าด้วยเงิน 300 บาท เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ส่วนบัญชีธนาคารของ น.ส.ดอกแก้ว ตรวจสอบพบว่า เปิดไว้ 3 บัญชี เป็นบัญชีที่ใช้ส่วนตัว อีกทั้งพบว่ามี 1 บัญชี มีรายการโอนเงินจากเหยื่อที่โอนมาซื้อโทรศัพท์ จากแนวทางสืบสวนพบว่า ยังมีผู้เสียหายอีก 3 รายที่ตกเป็นเหยื่อ ได้แจ้งความไว้แล้วในพื้นที่ สน.หัวหมาก สน.บุคคโล และ สน.ห้วยขวาง ตามหลักฐานที่ชุดสืบสวนตรวจสอบยังพบอีกว่า มีรายละเอียดบางอย่างที่ไม่ตรงกับคำให้การของผู้ต้องหา ในส่วนนี้อยู่ระหว่างการขยายผลผบก.สอท.5 กล่าวต่อว่า ส่วนการติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลืออยู่ระหว่างการดำเนินการ ขณะนี้ออกหมายจับไปแล้ว 3 ราย เป็นบัญชีม้าในแถว 2 แถว 3 และแถว 4 เบื้องต้นพบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหา 1 ราย ในพื้นที่ จ.เชียงราย ส่วนอีก 2 ราย หนีไปกบดานที่ จ.แม่ฮ่องสอน อยู่ระหว่างการติดตาม พนักงานสอบสวนจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขอหมายจับเพิ่มอีก 1 ราย เป็นผู้ร่วมขบวนการทำหน้าที่กดเงิน แนวทางสืบสวนเชื่อว่ายังคงหลบหนีอยู่ในประเทศ จะขยายผลไปยังตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่จะจับกุมแค่ปลาซิวปลาสร้อยที่เป็นบัญชีม้าเท่านั้น จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้ร่วมขบวนการเป็นแก๊งการพนันออนไลน์จากฝั่งเมียนมา แต่ต้องขยายผลให้ชัดเจนว่าเป็นกลุ่มพนันออนไลน์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ไทม์ไลน์โอนเงินของน้องพลอย ผู้เสียชีวิต โอนเงินเข้าธนาคาร CIMB บัญชีม้าของ น.ส.ดอกแก้ว ในวันที่ 15 ต.ค. เวลา 11.00 น. โอนเงินเข้า 5,500 บาท เวลา 12.00 น. โอนเงินเข้า 5,500 บาท เวลา 13.00 น. โอนเงินเข้า 5,500 บาท เวลา 14.00 น. โอนเงินเข้า 2,000 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 18,500 บาท จากการตรวจสอบบัญชีม้าของ น.ส.ดอกแก้ว พบมียอดโอนเงินออกจากบัญชีไปยังบัญชีม้าแถวที่ 2 และแถวที่ 3 ก่อนพบยอดเงินโอนไปยังบัญชีม้าแถวที่ 4 จำนวน 30,000 และ 40,000 บาท จากนั้นมีผู้กดเงินออกจากตู้เอทีเอ็มในปั๊มน้ำมันในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ห่างจากชายแดนไทย-เมียนมา 3 กม. ในวันที่ 15 ต.ค. ขณะที่พนักงานสอบสวน บก.สอท. ขอศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีเพิ่มเติม 3 ราย คือ น.ส.ศิริพร จำปี อายุ 20 ปี น.ส.รัตนพร ชันแข็ง อายุ 18 ปี และนายธีรวัฒน์ ศรีดอน อายุ 19 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.เชียงรายต่อมาเวลา 15.30 น. พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5 เผยว่า ชุดสืบสวน บก.สอท.5 ติดตามจับกุมตัวบัญชีม้าได้เพิ่มอีก 2 ราย ประกอบด้วย น.ส.รัตนพร ชันแข็ง และนายธีรวัฒน์ ศรีดอน จับตัวได้ในพื้นที่ จ.เชียงราย นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนมายัง บก.สอท.5 เพื่อสอบสวนขยายผล และเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างติดตามจับกุม น.ส.ศิริพร จำปี ผู้ต้องหาที่เปิดบัญชีม้าในรายสุดท้าย มั่นใจจะได้ตัวเร็วๆนี้ขณะเดียวกันยังมีเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์ ถูกหลอกโอนเงินเข้าบัญชี น.ส.ดอกแก้ว แก้วเจิม ผู้ต้องหาบัญชีม้าอีกหลายราย ที่ จ.นครศรีธรรมราช น.ส.จิตติมา (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.วิเชียร ชูเมือง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช หลังถูกเพจร้านผ่อนโทรศัพท์หนึ่งหลอกให้ผ่อนไอแพด ราคา 22,900 บาท และถูกหลอกให้จ่ายเงินดาวน์ 9,900 บาท ผ่านบัญชี น.ส.ดอกแก้ว แก้วเจิม พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย ก่อนส่งสำนวนไปให้ตำรวจ บก.สอท.5 เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวโยงกันที่ จ.พะเยา ร.ต.อ.ธมน คิดอ่าน สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพะเยา รับแจ้งจาก น.ส.ภรกนก ขันทะรักษ์ อายุ 28 ปี เสมียนทนายความว่า มีนายจักรพันธ์ รุ่งเรืองศิลป์ ชาว จ.เพชรบูรณ์ เดินทางมาหาตนที่บ้านเลขที่ 605/7 บ้านหนองหวี หมู่ 5 ต.ท่าวังทอง อ.เมืองพะเยา เพื่อขอรับเครื่องไอแพด หลังติดต่อร้านขายโทรศัพท์มือถือ “โฟน เช็กกันแฮนด์ สโตร์” ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กเพื่อขอซื้อไอแพด 1 เครื่อง โอนเงินเข้าบัญชี น.ส.ดอกแก้ว แก้วเจิม แต่ยังไม่ได้รับสินค้า ต่อมาร้านส่งที่อยู่ทางลิงก์กูเกิลแมพให้แล้วปิดเพจหนีไป นายจักรพันธ์เลยตัดสินใจเดินทางมา จ.พะเยา พักอยู่ที่โรงแรมถึง 3 วัน กระทั่งได้พบกับตนที่เป็นเจ้าของบ้าน หลังทำความเข้าใจกันแล้วถึงรู้ว่านายจักรพันธ์ถูกหลอก และได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของเฟซบุ๊กที่เป็นหน้าร้านหลอกลวง และ น.ส.ดอกแก้ว แก้วเจิม เจ้าของบัญชีม้าเช่นกันต่อมาเวลา 18.30 น.ชุดสืบสวน บก.สอท.5 นำกำลังพร้อมหมายศาลเข้าจับกุม น.ส.ณัฎฐนิชา สุขศรี อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ 5 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาขบวนการแก๊งตุ๋นหลอกนักเรียนหญิงวัย 19 ปี ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช โอนเงินซื้อไอโฟน 13 ผู้ต้องหารายนี้ทำหน้าที่กดเงินออกจากตู้เอทีเอ็ม ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ควบคุมตัวนำมาสอบปากคำขยายผลที่ บก.สอท.5วันเดียวกัน ที่ สน.บุคคโล น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี เข้าแจ้ง ร.ต.อ.ตฤณ คำพาที รอง สว. (สอบสวน) สน.บุคคโล ว่า เมื่อวันที่ 13 ต.ค. สั่งซื้อไอโฟน 13 จากเพจเฟซบุ๊กชื่อ “HQ mobile shop” มูลค่า 22,990 บาท ผ่อนจ่ายรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท วางมัดจำก่อน 6,990 บาท ตัดสินใจซื้อ โอนเงินมัดจำก้อนแรกไปยังบัญชีชื่อ “ดอกแก้ว แก้วเจิม” ยอด 6,990 บาท ต่อมาเพจดังกล่าวแจ้งว่าโอนเงินไม่ถูกต้อง ขอให้โอนเงินอีกครั้งจำนวน 6,990 บาท เมื่อโอนเสร็จแล้วจะได้ยอดโอนเงินก้อนแรกคืน ตนหลงเชื่อโอนไปอีกครั้ง รวมเป็นเงิน 13,980 บาท เมื่อโอนเงินเสร็จกลับได้รับคำตอบกลับมาว่ายังทำรายการไม่ถูกต้อง ขอให้โอนเงินมาใหม่ ตนเอะใจยกเลิกการสั่งซื้อแล้วขอเงินคืน แต่เพจดังกล่าวอ้างว่าถ้าต้องการยกเลิกให้โอนเงินมา 3,000 บาท ตนไม่ได้โอนให้ กระทั่งถูกบล็อก ตัดสินใจเข้าแจ้งความอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่