กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมสำรวจโลก “THEOS-2” ขึ้นสู่วงโคจรของอวกาศจากท่าอวกาศยานยุโรปเฟรนช์เกียนา เมืองกูรู รัฐเฟรนช์เกียนา ทวีปอเมริกาใต้ ศุภมาส อิศรภักดี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. บอกว่า แม้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการ เมื่อดาวเทียมขึ้นไปแล้วจะทดสอบระบบในอวกาศร่วมกับสถานีภาคพื้นดินราว3เดือนก่อนจะใช้งานได้ แต่หากมีสถานการณ์เร่งด่วนเกิดขึ้น อาทิ ภัยพิบัติTHEOS-2...ก็สามารถสั่งถ่ายภาพได้ภายใน 5-8 วัน หลังจากดาวเทียมเข้าสู่วงโคจร“หลังจากนี้จะมีการต่อยอดยกระดับด้านต่างๆของประเทศ รวมทั้งการให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนให้รู้ว่าดาวเทียม THEOS-2 มีประโยชน์อย่างไร สามารถนำไปใช้อะไรได้บ้าง ข้อมูลที่ได้จะถูกใช้ในการปรับปรุง ทำให้ในทุกพื้นที่ของไทยเป็นปัจจุบัน ทันสมัย มีความละเอียดที่ถูกต้อง” ศุภมาส อิศรภักดีที่สำคัญจะช่วยให้ทุกการวางแผนบริหารจัดการพื้นที่ที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ“กระทรวงศึกษาธิการ” และ “กระทรวงการอุดมศึกษาฯ” มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นระบบปัญญาของชาติ แต่นักการเมืองไม่ค่อยสนใจ อาจกลัวว่ายากศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เปิดมุมมองประเด็น “รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ควรทำอะไร?” เอาไว้ว่าในวันวานเมื่อครั้ง...คุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านพูดกับผมว่า “เรื่องการศึกษานี้ผมอยากทำมาก แต่ไม่รู้จะจับในแง่มุมไหน”“แง่มุม” ที่คุณทักษิณพูดนั้น คือ “จุดคานงัด” ถ้ารู้จุดคานงัดแล้วงัดตรงนั้น จะยกประเทศไทยขึ้นได้ทั้งประเทศ แต่ไม่เคยมีรัฐมนตรีคนใดเข้าใจ “แง่มุม” ที่คุณทักษิณพูด หรือ “จุดคานงัด” ของการศึกษาไทย ก็น่าเห็นใจ ผ่านมาถึงวันนี้ ศ.นพ.ประเวศ มีคำแนะนำต่อท่านรัฐมนตรีทั้งสองกระทรวง ก็คือ ศ.นพ.ประเวศ วะสีหนึ่ง...อย่าไปบริหารงานประจำ ซึ่งจะเหนื่อยและไม่ได้ผล ระบบมีข้าราชการประจำทำอยู่แล้วสอง...รัฐมนตรีต้องเป็นผู้นำนโยบาย และนโยบายต้องพุ่งไปที่จุดคานงัดของระบบการศึกษา ซึ่งถ้างัดตรงนี้อย่างเดียว ทั้งหมดจะดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดคำถามสำคัญมีว่า...“จุดคานงัดประเทศไทย” คืออะไรคำตอบก็คือ...“ประเทศไทย” มีทรัพยากรเพื่อการพัฒนามาก ควรเจริญรุ่งเรืองยิ่ง แต่กลับติดอยู่ในวิกฤตการณ์เรื้อรัง เพราะ “พัฒนาแบบแยกส่วน” เป็นเรื่องๆ อะไรที่ชำแหละเป็นส่วนๆ เช่น ชำแหละโค ชำแหละสุกรก็จะทำให้สิ้นชีวิต...ชีวิตคือการเชื่อมโยง“การพัฒนาแบบแยกส่วนทำให้ประเทศเสียสมดุลหมดทุกมิติ อะไรที่ไม่สมดุลก็จะปั่นป่วน วุ่นวาย รุนแรง วิกฤติ ไม่ยั่งยืน...เพราะฉะนั้น จุดคานงัดประเทศไทยคือ พัฒนาอย่างบูรณาการ ให้ทุกส่วนเชื่อมโยงกัน เมื่อเชื่อมโยงก็จะมีชีวิต ชีวิตเรียนรู้และเติบโตได้” การพัฒนาอย่างบูรณาการต้องเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง เอาหน่วยงาน หรือประเด็น หรือวิชาการเป็นตัวตั้งไม่ได้ เพราะแยกส่วนเป็นเรื่องๆฉายภาพ “ประเทศไทย” ที่มีบูรณภาพอย่างสมบูรณ์เริ่มจาก...พัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ 8 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ,จิตใจ, สังคม, สิ่งแวดล้อม, วัฒนธรรม, สุขภาพ, การศึกษา, ประชาธิปไตยโดยทั้ง 8 มิติข้างต้นนี้ จะเชื่อมโยงอยู่ในกันและกัน แบบที่เรียกว่า “มรรคสมังคี”ถัดมา...ระบบต่างๆอีก 8 ระบบ ซึ่งจะบูรณาการกับพื้นที่และระหว่างกัน ได้แก่ การเมือง, รัฐ, ธุรกิจการเงิน, การศึกษา, ศาสนาและวัฒนธรรม, สุขภาพ, ประชาสังคม, การสื่อสาร ถึงตรงนี้...ประเทศไทยที่มีบูรณภาพและดุลยภาพ...“ระบบอะไรๆก็ต้องเป็นระบบที่บูรณาการ ไม่ใช่แยกส่วน” แล้วก็มาถึง...ระบบการศึกษาบูรณาการที่เป็นอีกหัวใจสำคัญ ซึ่งปัญหาใหญ่ของการศึกษาคือ เป็นระบบการศึกษาที่แยกส่วนโดยเอาวิชาเป็นตัวตั้ง วิชาความรู้มีความสำคัญแต่ไม่ใช่ตัวตั้ง แต่เป็นตัวประกอบอย่างหนึ่งของการเรียนรู้...โดย การศึกษาต้องบูรณาการกับชีวิต ตามหลักทางพุทธศาสนานั้น“ชีวิตคือการศึกษา การศึกษาคือชีวิต...ชีวิตจะเกี่ยวข้องกับอะไร ก็ต้องเรียนรู้ในสิ่งนั้นๆชีวิตต้องเรียนรู้ให้...ทำเป็น คิดเป็น ตัดสินใจเป็น จัดการเป็น อยู่ร่วมกันเป็น พัฒนาจิตใจเป็น...ถ้าการศึกษาทำให้ทุกคนมี หกเป็นดังกล่าว ชีวิตก็จะเจริญ สังคมก็จะเจริญ”จุดคานงัดจึงอยู่ที่ “เรียนรู้จากการทำ” ที่ทำให้ทำเป็น คิดเป็น ตัดสินใจเป็น จัดการเป็น อยู่ร่วมกันเป็น พัฒนาจิตใจเป็น ไม่ใช่การศึกษาแบบ “ท่องเป็น” แต่ทำอะไรไม่เป็น เป็นเหตุให้ชาติอ่อนแอและวิกฤตินโยบายจุดคานงัดของกระทรวงศึกษาธิการมีว่า...ให้ทุกสถาบันการศึกษามี หลักสูตรเรียนรู้จากการทำงาน (Work-Base Learning) หรือ WBL ถ้ามีการเรียนรู้จากการทำงาน มีรายได้ไปด้วย เรียนรู้ไปด้วย จะหายจนทั้งนักเรียน ครู ผู้ปกครอง คือหายจนทั้งประเทศ และคนไทยมีสมรรถนะสูงเพราะ “ทำเป็น”แน่นอนว่า “อุดมศึกษา” ควรเป็นหัวรถจักรทางปัญญาพาชาติออกจากวิกฤติ ศ.นพ.ประเวศ ย้ำว่า ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน ประมาณ 140 แห่ง มีนิสิตนักศึกษาประมาณ 2 ล้านคนมีครูบาอาจารย์นักวิชาการหลายแสนคน เป็นขุมศักยภาพทางปัญญามหาศาลแต่...การที่ไม่สามารถเป็นหัวรถจักรทางปัญญาพาชาติออกจากวิกฤติได้ เพราะ “คิดเชิงเทคนิคเท่านั้น” ขาดสมรรถนะการคิดเชิงระบบและการจัดการ รวมทั้งสมรรถนะเชิงพัฒนานโยบายจุด “คานงัด” ของ “อุดมศึกษาไทย” มี 2 จุดด้วยกันคือ 1.นโยบายการทำงานเชิงพื้นที่ 1 มหาวิทยาลัย/1 จังหวัด ถ้าร่วมพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ จะทำให้คนไทยเข้าใจความจริงของแผ่นดินไทย 2.นโยบายมหาวิทยาลัยกับการพัฒนานโยบาย นโยบายเป็นปัญญาสูงสุดของชาติ เพราะกระทบทุกองคาพยพของประเทศ ประเทศไทยเกือบไม่มีความสำเร็จทางนโยบาย เป็นเหตุให้ติดอยู่ในหลุมดำแห่งวิกฤตการณ์ ทั้งนี้ เพราะขาดความเข้าใจ ระบบนโยบาย...นโยบายเป็นระบบไม่ใช่เรื่องทางเทคนิคเท่านั้นถ้าทำเป็นระบบครบวงจรทุกขั้นตอน ก็จะสำเร็จทุกเรื่อง เรียกว่า “สัมฤทธิศาสตร์”...หากมหาวิทยาลัยสร้างความเชี่ยวชาญในสัมฤทธิศาสตร์ ก็จะช่วยให้ประเทศไทยมีความสำเร็จทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องชุมชนจนถึงนโยบาย...“อุดมศึกษาคือหัวรถจักรทางปัญญาพาชาติออกจากวิกฤติ”“ถ้าท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวง อว. ทำตรงนโยบายจุดคานงัด ทุกสิ่งทุกอย่างก็สัมพันธ์กันเป็นลูกโซ่...สู่องค์รวม ประเทศไทยที่เป็นองค์รวมจะมีคุณสมบัติอันมหัศจรรย์...ทำนองเดียวกับที่เครื่องบินเมื่อประกอบชิ้นส่วนครบเป็นองค์รวมก็มีคุณสมบัติใหม่ คือบินได้ ในขณะที่ไม่มีชิ้นส่วนใดบินได้เลย”“ประเทศไทย”...ก็เช่นเดียวกัน พัฒนาแบบแยกส่วนประเทศไทยบินไม่ได้.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม