ศาลเยาวชนฯส่งตัวเด็กชายวัย 14 ปี มือกราดยิง “สยามพารากอน” ไปควบคุมในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและ เยาวชนกรุงเทพมหานคร ย่านบางนา เพื่อตรวจสภาพจิต โดยไม่มีผู้ปกครองมายื่นประกัน ชี้พฤติกรรมอาจเป็นภัยร้ายแรงต่อผู้อื่น ถูกพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันแจ้ง 5 ข้อหาหนัก ทั้งฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน-พยายามฆ่า ตำรวจเผยขณะจับกุมเด็กผู้ก่อเหตุ พร้อมสู้ ต้องโชว์อาวุธหนักถึงยอมวางปืน ขณะที่ “นายกฯเศรษฐา” เดินสายกำชับเรื่องซื้อ-ขายปืน “แบลงก์กัน” จ่อแก้กฎหมายให้เข้มขึ้นรวมถึงการนำเข้า หลังพบยอดกว่าหมื่นกระบอก ด้าน ตร.มีคำสั่งกวาดล้าง ปืนทั่วประเทศครั้งใหญ่ ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรียังคงต้องติดตามกันต่อ สำหรับเหตุระทึก คนร้ายเด็กชายวัย 14 ปี แต่งกายในชุดพร้อมรบพกปืนเข้ามาในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ตั้งอยู่ในพื้นที่ธุรกิจการค้าใจกลางกรุง ก่อนสาดกระสุนใส่ประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยภายในห้าง จนมีผู้บาดเจ็บ 5 คน และเสียชีวิต 2 ราย ต่อมาตำรวจ สน.ปทุมวันและหน่วยงานเกี่ยวข้องจะเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ สอบสวนเบื้องต้นพบผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางจิตเคยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล พ่วงด้วยอาการเสพติดการเล่นเกม ตรวจสอบบ้านพักย่านถนนเพชรเกษม ฝั่งธนฯ พบปืนและเครื่องกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง เหตุครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความหวั่นวิตกในสังคมไทยมาระยะหนึ่งแล้ว ทั้งหมดอาจเกิดขึ้นได้จากการลอกเลียนแบบพฤติกรรมการก่อเหตุรุนแรงในต่างประเทศ รวมทั้งในปัจจุบันสังคมไทยสามารถเสาะหาปืนในรูปแบบต่างๆมาครอบครองเพื่อก่อเหตุได้โดยง่าย ขาดการควบคุมอย่างเป็นระบบมือยิงค้างคืนที่ สน.ปทุมวันความคืบหน้าเรื่องนี้ที่ สน.ปทุมวัน เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ต.ค. พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ปทุมวัน เจ้าหน้าที่นักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์นำตัว ด.ช.ออย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ผู้ต้องหาเยาวชนก่อเหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังเจ้าตัวถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องรับรองของ สน.ปทุมวันตลอดทั้งคืน ทั้งหมดร่วมกันสอบปากคำใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นพนักงานสอบสวนคุมตัว ด.ช.ออยไปฝากขังยังศาลเยาวชนและครอบครัวกลางทันที แจ้ง 5 ข้อหา-จ่อเอาผิดพ่อแม่พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6 เปิดเผยว่า การจับกุมผู้ก่อเหตุครั้งนี้เป็นการจับกุมซึ่งหน้า เบื้องต้นตั้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 5 ข้อหา ประกอบด้วย ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่า มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและยิงปืนในที่สาธารณะ ส่วนจะมีการแจ้งข้อหาอื่นๆหรือไม่ อยู่ระหว่างการหาหลักฐานเพิ่มเติม นอกจากนี้อยู่ในระหว่างสอบสวนว่าผู้ปกครองจะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กด้วยหรือไม่ โดยเมื่อวานก่อนการสอบปากคำ ได้มีการเชิญจิตแพทย์จาก รพ.ตร. นักจิตวิทยา และอัยการเข้าร่วมในการสอบสวนด้วย ทีมงานจิตแพทย์ประเมินอาการเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุให้การวกวน เชื่อว่ามีอาการทางจิตและแพทย์ยืนยันผู้ก่อเหตุยังไม่พร้อมในการให้ปากคำ สำหรับวันนี้ได้นำตัวผู้ก่อเหตุไปที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยมีการนำความเห็นของแพทย์ประกอบคำร้องฝากขังมีอาการหูแว่ว-คุมตัวเองไม่ได้“จากการพูดคุยสอบถามผู้ก่อเหตุ เหมือนว่าทราบและรู้ตัวก่อเหตุ และสักพักก็จะมีอาการหลุดๆ เบลอๆไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ตลอดการสอบสวนเจ้าตัวยังคงมีอาการหูแว่วอยู่ ดูแล้วไม่ปกติ ส่วนเรื่องประวัติการรักษาอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล แรงจูงใจในการก่อเหตุคาดว่าเป็นเรื่องจิตไม่ปกติ ส่วนรายละเอียดการพูดคุยกับพ่อแม่ของเด็กนั้น เป็นรายละเอียดที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากหลักฐานถึงผู้ปกครองแล้วพบว่ามีส่วนในการกระทำความผิดก็จะแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป” พล.ต.ต.นครินทร์กล่าวหาข้อมูลกราดยิงก่อนลงมือมีรายงานข่าวจากชุดสืบสวนแจ้งว่า สำหรับเด็กชายผู้ก่อเหตุรายนี้มีลักษณะนิสัยและพฤติกรรมที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป พบประวัติการรักษาอาการจิตเวชที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เจ้าตัวมักจะถูกเพื่อนในเกมบูลลี่ อาทิ เวลาพูดอะไรระหว่างเล่นเกมเพื่อนก็จะตัดบทให้หยุดพูด อาทิ หุบปากไปเลย ส่วนอาวุธปืนสั่งซื้อมาจากในเว็บไซต์ และเจ้าตัวชื่นชอบปืนเป็นพิเศษ มักจะไปซ้อมยิงปืนที่สนามยิงปืนในพื้นที่ กทม.มานานพอสมควร แต่ยังไม่ถึง 1 ปี ซึ่งสนามยิงปืนแห่งนี้ไม่ได้ตรวจเข้มเรื่องอายุและมักมีการถ่ายรูปมาอวดเพื่อนด้วย ส่วนพฤติกรรมที่ชื่นชอบปืนนั้นยังไม่มีข้อมูลว่าพ่อแม่รู้เรื่องหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าไม่น่าจะรู้เรื่อง นอกจากนี้ผู้ก่อเหตุยังชอบดูภาพยนตร์และหาข้อมูลเกี่ยวกับข่าวกราดยิงในเว็บไซต์ อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างหาสาเหตุและแรงจูงใจที่ทำให้เด็กก่อเหตุ โดยไม่เชื่อว่ามาจากการลอกเลียนแบบเกมออนไลน์ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ ส่งตัวไปควบคุมที่สถานพินิจฯที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เวลา 12.15น. พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน คุมตัว ด.ช.ออย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าและ พ.ร.บ.อาวุธปืน มาแสดงตัวต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พร้อมยื่นคำร้องตรวจสอบการจับกุมตัวหลังถูกจับภายใน 24 ชั่วโมง ตามขั้นตอน เบื้องต้นศาลเยาวชนและครอบครัวกลางตรวจสอบการจับกุมแล้ว มีคำสั่งว่าศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงจากการสอบผู้ร้องและตรวจเอกสารของผู้ร้องแล้ว เห็นว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำผิดจริง เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมพบผู้ต้องหาในขณะกระทำผิดจึงจับกุมตัวซึ่งเป็นความผิดซึ่งหน้า การจับเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าการปฏิบัติของเจ้าพนักงานตำรวจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนที่ขอให้ศาลส่งตัวผู้ต้องหาไปให้แพทย์จิตเวชสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ตรวจรักษาจนกว่าผู้ต้องหาจะสามารถต่อสู้คดีได้นั้น พนักงานสอบสวนไม่ได้นำแพทย์ผู้ทำความเห็นมาให้ศาลได้สอบถามหรือไต่สวนให้ฟังได้ว่าผู้ต้องหามีอาการป่วยทางจิตจริง ดังนั้นข้อเท็จจริงจึงยังไม่ยุติ ผู้ต้องหามีอาการป่วยทางจิตเวช และเนื่องจากการกระทำของผู้ต้องหาอาจเป็นภัยร้ายแรงต่อผู้อื่น เห็นควรส่งตัวไปควบคุมในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและให้สถานพินิจฯดำเนินการตรวจสอบสภาพจิตใจของผู้ต้องหาให้หมายควบคุมเว้นแต่มีประกัน ทั้งนี้ตลอดทั้งวันไม่มีผู้ปกครองของ ด.ช.ออยมายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ส่งตัวเยาวชนไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ถนนสรรพาวุธ บางนา ตามคำสั่งศาลรับศพสาวเมียนมา 1 ใน 2 เหยื่อที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. เวลา 12.10 น. มีน้องสาว ญาติ และเจ้าหน้าที่สถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทยเดินทางมาขอรับศพหญิงสาวชาวเมียนมาผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงครั้งนี้ ไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดผาสุกมณีจักร ถนนป๊อปปูล่า ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผลชันสูตรเบื้องต้นปอดและขั้วหัวใจฉีกขาดจากกระสุนปืนทำลาย โดยเพื่อนร่วมงานได้เผยสั้นๆว่า ขอความเป็นส่วนตัว งดให้สัมภาษณ์ ทั้งนี้โลงศพสำหรับบรรจุศพ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นผู้มอบให้ โดยเขียนข้อความในกระดาษขนาดเอ 4 ติดโลงศพว่า “อุทิศให้กายสังขารเทวดาประจำตัวและเจ้ากรรมนายเวรทุกภพชาติ” 4 ต.ค.66 ทั้งนี้ ใต้ฝาโลงมีการเขียนเลข 94 อีกด้วย มีรายงานว่าสำหรับครอบครัวของหญิงชาวจีนที่เสียชีวิตญาติได้โทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่อ้างว่ายังไม่พร้อมที่จะมาติดต่อรับศพเนื่องจากทำใจไม่ได้ และเสียใจอย่างมากที่มีการแชร์ภาพลูกฝาแฝดของหญิงผู้เสียชีวิต นอกจากนี้พอทราบว่ามีผู้สื่อข่าวมารอทำข่าวจึงขอเลื่อนการเข้ารับศพ เพราะต้องการความเป็นส่วนตัวโฆษกศาลแจงขั้นตอนดำเนินคดีที่สำนักงานศาลยุติธรรม นายสรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินคดีกับเด็กชายอายุ 14 ปี ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงประชาชนในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ว่าภายหลังตำรวจจับกุมเด็กผู้ก่อเหตุแล้ว จะต้องนำตัวเด็กหรือเยาวชนส่งศาลเยาวชนและครอบครัวภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจสอบว่าเป็นการจับกุมเด็ก หรือเยาวชนตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งเรียกว่าเป็นกระบวนการตรวจสอบการจับกุม และศาลใช้ดุลพินิจว่าจะควบคุมตัวหรือส่งไปสถานที่ใด หรือจะให้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างไร โดยจะพิจารณาพฤติกรรมของเยาวชนจากรายงานการจับกุมของพนักงานสอบสวนที่นำส่งมาให้ศาลพิจารณา เช่น ศาลจะดูว่าเด็กก่อเหตุยิงไปกี่คน สภาพทางจิตใจ การรักษาพยาบาลทางจิต การดูแลของพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นอย่างไร ซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องใส่ไว้ในรายงานให้ศาลพิจารณา ส่วนกรณีของเด็กที่มีเรื่องของอาการป่วยทางจิตนั้น หากศาลเห็นว่าถ้าพ่อแม่เด็กดูแลเด็กได้ ก็จะให้พ่อแม่ หรือผู้ปกครองดูแล และวางมาตรการต่างๆ กำหนดไว้ แต่หากพ่อแม่เด็กดูแลไม่ได้ ก็อาจจะให้องค์กรหรือหน่วยงานเกี่ยวกับเด็กรับไปดูแลแทนหรืออาจเป็นสถานที่อื่นที่ศาลเห็นสมควร เช่น สถานดูแลทางจิตเวช แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ของเด็กว่ารุนแรงขนาดไหนชี้พ่อแม่อาจรับผิดทางแพ่งนายสรวิศกล่าวต่อด้วยว่า ตามกฎหมายกำหนดไว้ เด็กอายุเกินกว่า 12 ปีแต่ไม่เกิน 15 ปี ได้รับการยกเว้นโทษ ไม่นำโทษจำคุกมาใช้กับเด็กและเยาวชน แต่ให้ศาลมีอำนาจกำหนดมาตรการ หรือวางข้อกำหนดให้พ่อแม่ควบคุมดูแลเด็ก ไม่ให้เด็กก่อเหตุร้ายตลอดเวลาที่ศาลกำหนด หรืออาจส่งตัวไปสถานศึกษาหรือสถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิตหรือสถานที่ซึ่งจัดขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็ก ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมตามพฤติการณ์ของเด็กและเยาวชน ยกตัวอย่างเช่น ใน 1 คดี มีเด็กทำผิดกฎหมาย 10 คน ศาลอาจจะใช้มาตรการที่ต่างกันไปของทั้ง 10 คน ในส่วนของพ่อแม่ของเด็กหรือเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่ต้องรับผิดทางอาญา แต่อาจต้องรับผิดชอบทางแพ่ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.429 เว้นแต่พ่อแม่จะพิสูจน์ได้ว่าใช้ความระมัดระวังในการดูแลแล้ว น.1 ชื่นชมมอบเงินชุดจับกุมมีรายงานว่าก่อนหน้านี้ ที่ สน.ปทุมวัน เมื่อเวลา 00.15 น. หลังเหตุการณ์คลี่คลายลง พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6 ได้ชื่นชม พร้อมมอบเงินรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ตำรวจที่จู่โจมจับกุมคนร้ายรายนี้ ประกอบด้วย ส.ต.ท.กร ศรีพรหม ผบ.หมู่ ป.สน.สำราญราษฎร์ ช่วยราชการ สน.ปทุมวัน ผู้เข้าจับกุม และควบคุมตัวคนร้าย ส.ต.ท.นันทนัช สุธรรม ผบ.หมู่ ป.สน.สำราญราษฎร์ ช่วยราชการ สน.ปทุมวัน คู่บัดดี้ที่คอยคุ้มกันเฝ้าระวังผู้จับกุม และ ร.ต.อ.ธัญอมร หนูนารส รอง สวป.สน.ปทุมวัน ผู้เข้าไปเกลี้ยกล่อมคนร้าย โดยทั้งหมดปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามหลักยุทธวิธีตำรวจ พร้อมด้วยจิตใจที่กล้าหาญ เพราะหากตัดสินใจรอหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าพื้นที่ อาจเสี่ยงที่จะมีการสูญเสียเพิ่มเติม ทั้งนี้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. กล่าวว่า ขอชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ จากการสอบถาม พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.น. ดูแลงานป้องกันปราบปราม พบ บก.น.6 เรียกระดมกำลังสายตรวจและกลุ่มสายตรวจ สน.สำราญราษฎร์ เข้าพื้นที่ได้รวดเร็ว รวมทั้งชุดสืบสวนก็เข้าพื้นที่เก็บข้อมูลได้รวดเร็ว จนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในเวลาอันสั้นผู้กอง หน.ชุดเผยเด็กเกือบยิงสู้ร.ต.อ.ธัญอมร หนูนารถ รอง สวป.สน.ปทุมวัน หัวหน้าชุดจับกุมผู้ต้องหารายนี้ เปิดเผยว่า ช่วงนั้นตนออกเวรแล้ว แต่เมื่อทราบว่าเกิดเหตุกราดยิงในห้างสยามพารากอน และผู้ก่อเหตุเป็นเด็กชายอายุ 14 ปี ตนจึงอาสาขอเข้าไประงับเหตุทันที แม้จะไม่ใช่ชุดปฏิบัติการพิเศษ แต่ก็เคยฝึกอบรมหลักสูตรเผชิญเหตุ Active Shooter มาแล้วหลายหลักสูตร ประกอบกับหากปล่อยให้เวลาผ่านไปอาจเกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้น โดยมุ่งมั่นที่จะระงับเหตุหยุดคนร้ายและหยุดการฆ่าให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่เนื่องจากห้างมีขนาดใหญ่ จึงต้องแบ่งกำลัง 1 ชุด ดูกล้องวงจรปิด ที่เหลือกระจายกำลังค้นหาคนร้าย กระทั่งชุดของตนได้รับข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุปรากฏตัวที่ชั้น 3 ทิศใต้ของห้าง บริเวณใกล้ร้านเฟอร์นิเจอร์ เมื่อขึ้นไปตรวจสอบพบเด็กชายวัย 14 ปี กำลังคุยโทรศัพท์กับตำรวจชุดไกล่เกลี่ยอีกชุดที่พยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แต่เด็กตอบว่า “เห็นคนถืออาวุธปืนเยอะมาก ต้องสู้ ถ้าสู้ไม่ได้ก็จะฆ่าตัวตาย” ชำนาญปืนแถมเหลือกระสุนเพียบ“ผมประเมินสถานการณ์ว่าผู้ก่อเหตุกำลังวัดใจ จึงแสดงอาวุธให้เห็นว่าตำรวจมีปืนยาวเป็นอาวุธที่เหนือกว่า เป็นจิตวิทยาให้ผู้ก่อเหตุรู้ว่าถึงสู้ไปก็สู้ไม่ได้ สุดท้ายฝ่ายผู้ก่อเหตุยอมวางปืนและมอบตัว ขณะเข้าไปจับกุมและแจ้งรายละเอียดว่าการกระทำความผิดจะถูกแจ้งข้อหาอะไรบ้างและแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาตามขั้นตอนทางกฎหมาย ผู้ก่อเหตุมีท่าทีนิ่งไม่ตอบโต้อะไร ดูมีสติดี จากนั้นผู้บังคับบัญชาจึงมาสอบปากคำต่อ ผมเชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมีความชำนาญปืน เพราะมีอุปกรณ์สำหรับเหน็บปืนและยังมีแม็กกาซีนติดตัวอีก 2 แม็ก มีกระสุนอีกประมาณ 15 นัด ลักษณะการใช้อาวุธดูเหมือนผ่านการฝึกมาก่อน” ร.ต.อ.ธัญอมรกล่าวเคยรักษาตัวที่ รพ.เด็กมาก่อนด้าน นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวว่าเด็กชายอายุ 14 ปี ที่ก่อเหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เคยรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถี ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเด็กคนดังกล่าวเคยรักษาตัวที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือ รพ.เด็ก รักษามาตั้งแต่เดือน ก.พ.66 ก่อนหน้านี้อาจมีการรักษาที่อื่น อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดการรักษาได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยจึงต้องระมัดระวังในเรื่องนี้นายกฯสายตรงทูตลาว-เมียนมาที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.15 น.นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายคำพัน อั่นลาวัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ประจำประเทศไทย ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นพลเมืองของ สปป.ลาวด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเข้ารับการรักษาตัว โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอโทษถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งได้แจ้งกับทางเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี มีพระมหากรุณาธิคุณรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ประสานและติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อพูดคุยกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทยเพื่อแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยรัฐบาลไทยพร้อมดูแลทุกคนนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงสถานการณ์เหตุกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าพารากอนว่า เหตุดังกล่าวเป็นเหตุไม่คาดฝันแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วรัฐบาลต้องดูแลประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุให้ได้รับความปลอดภัย และสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุดแล้ว ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต กระทรวงการต่างประเทศจะดูแลอย่างดี โดยแจ้งไปทางคณะทูตที่มีพลเมืองได้รับผลกระทบไปแล้ว ยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมเยียวยาและสนับสนุนทุกเรื่อง รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ และประเทศที่พลเมืองได้รับผลกระทบ ขอย้ำว่ารัฐบาลไทยทำทุกอย่างเต็มที่ให้กลับสู่สภาวะปกติ ส่วนการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการอยู่ เชื่อไม่กระทบนโยบายฟรีวีซ่าเมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจกับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่กำลังจะเข้ามาจากนโยบายฟรีวีซ่าของรัฐบาลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร นายปานปรีย์ กล่าวว่า เรื่องฟรีวีซ่าเป็นการเอื้อให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยมากขึ้นในช่วงเทศกาลหยุดยาวของประเทศจีนและส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย เป็นคนละเรื่องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ทางการจีนเฝ้าติดตามการดำเนินการของฝ่ายไทยหลังเกิดเหตุว่าทำอะไรไปบ้าง เชื่อมั่นว่าขณะนี้แต่ละประเทศจะมีความพอใจในระดับหนึ่ง เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีเป็นห่วงว่าเหตุที่เกิดขึ้น จะส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาหรือไม่ นายปานปรีย์กล่าวว่า นายกฯกังวลเรื่องนักท่องเที่ยว และเสียใจกับเหตุการณ์กับผู้ที่ได้รับความเสียหายและครอบครัว และสั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องติดตามและดูแลผู้เสียหายตลอดเวลาอย่างดีที่สุดจีนเร่งเปิดกลไกตรวจสอบร่วมขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ออกประกาศระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค.66 เกิดเหตุกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน มีคนจีนเสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บอีก 1 คน หลังสถานทูตจีนประจำประเทศไทยทราบเหตุการณ์ดังกล่าว สถานทูตจีนเร่งเปิดใช้กลไกฉุกเฉินตรวจสอบสถานการณ์และทำงานร่วมกับฝ่ายไทยเพื่อจัดการเรื่องนี้ โดยส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลเร่งไปสถานที่เกิดเหตุทันทีเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ และไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ขณะนี้ได้ค้นพบข้อมูลประจำตัวของผู้เสียชีวิตและได้ส่งผู้บาดเจ็บไปรักษาอาการที่โรงพยาบาล หลังเกิดเหตุนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ไปเยี่ยมคนจีนบาดเจ็บที่โรงพยาบาล พร้อมทั้งโทร.ถึงนายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อแสดงความเสียใจในนามของรัฐบาลไทย โดยเน้นว่าฝ่ายไทยจะสอบสวนและจัดการตามกฎหมายโดยเร็ว เปิดงานต่อที่ “สยามพารากอน”ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เวลา 10.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิด “SCBX NEXT TECH” เทคคอมมูนิตี้แห่งโลกอนาคต มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นางชฎาทิพ จูตระกูล ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน และผู้เกี่ยวข้องร่วมงาน โดยก่อนเริ่มงานนางชฎาทิพได้กล่าวแสดงความไว้อาลัยต่อเหตุการณ์ยิงในพื้นที่สยามพารากอนว่า โอกาสนี้สยามพารากอนขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ต.ค.โดยผู้บริหารและพนักงานของเราดำเนินการระงับเหตุทันทีอย่างสุดความสามารถ อพยพลูกค้าออกได้โดยเร็วที่สุด จนระงับเหตุได้ภายในเวลาอันสั้น อย่างไรก็ดี ความสูญเสียผลกระทบไม่สามารถประเมินค่าได้ สยามพารากอนขอขอบพระคุณทุกกำลังใจท่ามกลางวิกฤตการณ์ และขอน้อมรับทุกคำแนะนำเพื่อนำมาพัฒนาป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก จากนั้นนางชฎาทิพย์ได้เรียนเชิญให้ผู้เข้าร่วมงานยืนไว้อาลัยสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาทีภาวนาให้เกิดเหตุหนเดียวนายเศรษฐากล่าวว่า ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอส่งกำลังใจให้กับญาติพี่น้องทางผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์สุดวิสัย ไม่สามารถควบคุมได้ เชื่อว่าทุกฝ่ายพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อที่จะดูแลความปลอดภัยตรงนี้ ขอให้เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ส่วนการป้องกันต่างๆทางรัฐบาลยืนยันเต็มที่กับการดำเนินการในเรื่องนี้คุมเข้มซื้อขายปืนออนไลน์เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีเสียงสะท้อนว่าต้องเข้มงวดระบบป้องกันและเตือนภัยให้มากขึ้น นายกฯ ตอบว่า ได้คุยกับ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ไม่ใช่แค่ระบบเตือนภัยอย่างเดียว แต่ระบบเตือนภัยทั้งหมด รวมถึงการกระจายข่าวเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ทราบว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง เมื่อถามว่าขณะนี้มีคำถามว่าทำไมปืนถึงหาซื้อได้ง่ายโดยเฉพาะในเด็กเยาวชนที่ท่องในโลกโซเชียลก็สามารถหาซื้อได้แล้ว นายกฯกล่าวว่า อันนี้เป็นปัญหาหนึ่งซึ่งจะต้องไปพูดคุยกับ ผบ.ตร.ในกรณีการซื้อทางออนไลน์จะต้องรัดกุมให้มากยิ่งขึ้นในการที่เยาวชนสามารถเข้าถึงการซื้ออาวุธ ถือเป็นนโยบายที่ต้องไปดำเนินการให้รัดกุมมากยิ่งขึ้นและให้เข้าถึงได้ยากมากขึ้นนายกฯหารือ “บิ๊กต่อ” เรื่องปืนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 14.15 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าหารือกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ถึงมาตรการในการป้องกันเหตุกราดยิงโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนเปิดเผยว่า มีการพูดคุยกันเรื่องขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ปฏิบัติการได้อย่างเฉียบขาดทันควัน และที่สำคัญจับกุมผู้กระทำความผิดได้ รวมทั้งเรื่องการค้นหาญาติของคนจีนที่กระจัดกระจายช่วงชุลมุนได้เวลาสี่ทุ่มกว่า ซึ่งทางสถานทูตจีนได้คลายความกังวลว่าเราให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เรื่องที่ 2.พูดคุยเกี่ยวกับมาตรการยกระดับของกฎหมายในการครอบครองปืนหรือความง่ายในการครอบครองอาวุธปืน และเรื่องที่ 3.ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ดูแลกรมศุลกากรอยู่ ต้องเข้มงวดในการนำเข้าปืน เป็นช่องโหว่ในการนำปืนจากนอกราชอาณาจักรเข้ามาแก้ ก.ม. “แบลงก์กัน” ซื้อขายไม่ได้ด้าน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวถึงประเด็นที่นายกรัฐมนตรีได้กำชับคือให้ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืน ว่าที่จริงเราทำกันมาแล้ว สถิติอาชญากรรมทางอาวุธปืน ในช่วงก่อนหน้านี้ 2 เดือน ตำรวจก็ได้มีการปิดล้อมตรวจค้น หลายร้อยที่หมายจับผู้ต้องหาได้ 2,000 กว่าคดี ได้ปืนกว่า 900 กระบอก ซึ่งในช่วงที่ตนดูแลงานปราบปราม ยืนยันมีการดำเนินการจับอย่างจริงจังไม่ใช่การเมก ขึ้นมา แต่สถิติที่เห็นว่าปืนที่นักเรียนมักจะนำมาใช้ในการทะเลาะวิวาทกันเป็นปืนแบลงก์กัน โดยทางสพฐ.ได้ส่งรายละเอียดมาให้ แต่การใช้ปืนแบลงก์กันไม่มีกฎหมายที่จะไปบังคับ การนำเข้าผ่านพิธีทางศุลกากร คนขายแค่ขออนุญาตแต่คนซื้อไม่ต้องมีใบอนุญาต นี่คือช่องว่างทางกฎหมาย จากนั้นนำไปดัดแปลงเป็นปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยในขั้นแรกตนได้สั่งการไปที่ บช.สอท.ให้เจาะเว็บไซต์ของกลุ่มพวกนี้ให้ได้ ขณะที่ประเด็นทางข้อกฎหมาย ประสานกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ทำให้ปืนแบลงก์กันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถซื้อขายกันได้ ให้ตีว่าเป็นอาวุธยกระดับข้อกฎหมายขึ้นไปเลย เพราะการนำเข้ามาแบบสิ่งเทียมอาวุธปืนทำให้สิ่งของเหล่านี้หลุดมาในตลาด เราจะไม่ใช่แค่ดำเนินการจับกุมแต่จะเป็นการยกระดับให้มีข้อกฎหมาย ห้ามนำเข้าเลยให้ถือว่าเป็นปืนจริง ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงกับนายก รัฐมนตรีแล้วว่าจะทำตรงนั้นสั่ง มท.1 คุมเข้มซื้อ-ขายปืนกระทั่งเวลา 15.57 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางกลับเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยได้หารือและติดตามงานกับผู้เกี่ยวข้อง จากนั้นเวลา 16.30 น. นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี เปิดเผยว่านายกฯได้สั่งการหลายเรื่อง อาทิ ระบบการแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน (Emergence Alert system) ต้องรีบทำ ส่วนเรื่องอาวุธปืนจะต้องยกระดับความเข้มงวดให้ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเทียมอาวุธปืนก็ตาม พร้อมกำชับห้ามปล่อยให้ซื้อขายกันโดยง่าย ทุกอย่างจะต้องยากขึ้น รวมถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญต้องยกระดับมากยิ่งขึ้น โดยเรื่องของอาวุธปืนนายกฯได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย ด้วยตัวเองแล้วพม.ขอร้องไม่ส่งต่อภาพรุนแรงที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม. กล่าวถึงเหตุความรุนแรงที่ห้างสยามพารากอนว่า เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเด็กชายอายุเพียง 14 ปี ทาง พม. โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ได้ส่งทีมสหวิชาชีพเข้าพื้นที่เพื่อทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและอยู่ร่วมกันในทุกๆขั้นตอนการสอบสวน และดูแลเรื่องสภาพจิตใจผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้สูญเสียและประชาชนที่ติดตามข่าวสารตลอดเวลา ซึ่งอาจมีความหดหู่ สามารถปรึกษาเข้ามาที่สายด่วน 1300 ทั้งนี้ขอความร่วมมือไม่ส่งต่อภาพความรุนแรง ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมเหตุการณ์ เพราะจะก่อให้เกิดความเกลียดชัง เกิดความหดหู่ในสังคมไทย ผู้ที่จะช่วยสังคมไทยได้ก็คือสื่อมวลชน ขอความกรุณาเสนอข่าว ใช้คำพูดในการพาดหัวการโปรยข่าวขอให้ใช้ความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้สังคมได้รับผลกระทบมากเกินไป ต้องมีระบบเตือนเหตุฉุกเฉินนายวราวุธ กล่าวด้วยว่า ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องมีระบบการแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน (Emergency broadcast) เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุได้ระวังตัว เพราะบางครั้งขนาดเดินเข้าห้างฯ ยังได้รับข้อความโปรโมชันลดราคาต่างๆ ดังนั้น เมื่อภาคเอกชนทำได้ภาครัฐก็คงไม่น่าจะเหนือบ่ากว่าแรง เชื่อว่าไม่มีอะไรที่เทคโนโลยีปัจจุบันทำไม่ได้ ไม่ทราบว่าหน่วยงานใดจะเป็นเจ้าภาพหลัก ซึ่งที่จริงคนที่รับผิดชอบอาจจะคิดและดำเนินการอยู่ก็ได้ แต่ถ้าคิดไม่ออกว่าใครจะเป็นเจ้าภาพ กระทรวง พม.จะเป็นเจ้าภาพให้ เพียงแค่จัดสรรงบประมาณมาให้ ส่วนตัวจะคอยติดตามดูว่าดำเนินการหรือเปล่าถ้ายังไม่มี เชื่อว่าใน ครม.อังคารหน้าจะมีการพูดคุยเรื่องนี้แน่นอนแถลงเสียใจกับครอบครัวเหยื่อต่อมา พม. เผยแพร่แถลงการณ์ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ถือเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญในพื้นที่สาธารณะที่ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก ทันทีที่ทราบข่าวได้ส่งทีมนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับตำรวจและทีมสหวิชาชีพ เพื่อร่วมสอบปากคำผู้ก่อเหตุและประสานงานร่วมกับกรมสุขภาพจิตจัดทีมนักจิตวิทยาเข้าร่วมการประเมินและดูแลครอบครัวผู้ก่อเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว ทั้งนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ก่อเหตุและครอบครัวในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 ที่ห้ามมิให้เปิดเผยประวัติการกระทำผิดของเด็กและเยาวชน ทั้งยังเป็นการกระทำที่ขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งองค์การสหประชาชาติ จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนไม่เผยแพร่ภาพและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ก่อเหตุและครอบครัว หลีกเลี่ยงการนำเสนอราย ละเอียดและข้อมูล เหตุการณ์ความรุนแรงที่จะเป็นการกระทำซ้ำและชี้นำให้เกิดพฤติกรรมความรุนแรงที่ไม่เหมาะสม “พารากอน” แสดงความเสียใจ“สยามพารากอน” ออกประกาศแสดงความเสียใจ มีข้อความโดยสรุปว่า “ตามที่เกิดเหตุการณ์อันไม่คาดคิดเมื่อเย็นวันที่ 3 ตุลาคม 2566 สยามพารากอนได้รับทราบข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า มีผู้บาดเจ็บรวม 5 ราย ซึ่ง 1 ในผู้บาดเจ็บคือ พนักงานรักษาความปลอดภัยของสยามพารากอน ที่พยายามเข้าไประงับเหตุ และมีผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ 2 ราย สยามพารากอนขอแสดงความเสียใจย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บริษัทจะดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด สำหรับผู้บาดเจ็บบริษัทพร้อมให้การดูแลรักษาและรับผิดชอบติดตามดูแลทุกท่านจนกว่าจะหายเป็นปกติ สยามพารากอนมีนโยบายปฏิบัติและมีมาตรการระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยยึดถือความปลอดภัยของลูกค้า พนักงานและร้านค้าทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สยามพารากอนขอขอบพระคุณตำรวจ อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสยามพารากอนทุกนายที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ ยุติสถานการณ์อย่างรวดเร็วและเต็มกำลัง.....4 ตุลาคม2566”“ชฎาทิพ” ยันมาตรการสุดเข้มนางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดเผยว่า เหตุการณ์กราดยิงครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบสุดวิสัย ไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากการบริหารงานศูนย์การค้าโดยทั่วไป สำหรับบริษัทสยามพิวรรธน์ไม่ได้แก้ปัญหาแบบวัวหายล้อมคอก แต่บริษัทได้เตรียมมาตรการรับมือกับเรื่องกราดยิงมาล่วงหน้ากว่า 3 ปี หลังมีเหตุการณ์กราดยิงที่ต่างประเทศมาก่อนหน้านี้ มาตรการของบริษัทถือเป็นมาตรการที่เข้มข้นที่สุดเมื่อเทียบกับมาตรการของศูนย์การค้าอื่นๆในประเทศ บริษัทมีการฝึกซ้อมรับมือการกราดยิงในทุกๆ 6 เดือนโดยผ่านการจำลองสถานการณ์ต่างๆผ่าน “ซิมูเลเตอร์” เพื่อรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพราะหากเกิดขึ้นแล้ว จะส่งผลกระทบถึงทุกฝ่ายทั้งบรรดาร้านค้าภายในศูนย์และตัวลูกค้าเอง เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นในครั้งนี้ บริษัทจึงสามารถรับมือได้และสามารถเคลื่อนย้ายคนเกือบทั้งหมดภายใน 15-20 นาที ทั้งนี้ เชื่อว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยที่มีอยู่ แม้กระทั่งหน่วยงานสลายระเบิดจะทำให้เรามีขีดความสามารถและทำงานเชิงรุกรับเหตุการณ์ต่างๆได้ทุกรูปแบบ เพราะสยามพารากอนเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของผู้คนทั่วโลก จะไม่ใช่มาตรการที่วัวหายล้อมคอกอย่างแน่นอนกต.-ตร.ตั้งศูนย์เฉพาะกิจที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ประชุมร่วมกับนายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์กราดยิงสยามพารากอน โดยที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันจัดตั้งศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์ (Situation Com mand Centre) เฉพาะกิจเพื่ออำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต และประสานข้อมูลประชุมในวันที่ 5 ต.ค. เวลา 09.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศดีอีเอสรับลูกปิดกั้นซื้อ-ขายอาวุธนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ดีอีเอสอยู่ระหว่างประสานงานกับสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กสทช. กรณีการทำระบบแจ้งเตือนภัยแบบเจาะจง หรือ cell broadcast เพื่อให้สามารถเตือนภัยผ่านเครือข่ายมือถือได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น ยังได้สั่งการให้เร่งปิดกั้นเว็บการซื้อขายอาวุธผิดกฎหมายออนไลน์ ซึ่งขอเตือนว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ตามมาตรา 14 (1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตาม ป.อาญา จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับกระทรวงแรงงานดูแลเหยื่อเต็มที่ที่กระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน กล่าวถึงการเยียวยาช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวและคนไทย ที่ถูกยิงเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ที่สยามพารากอน ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ เป็นนักท่องเที่ยวจีน 1 ศพ อีก 1 ศพ เป็นแรงงานชาวเมียนมาที่ทำงานในสยามพารากอน เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมม.33 และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 คน เป็นผู้ประกันตน 4 คน เป็นคนไทย 3 คน และชาว สปป.ลาว 1 คน โดยคนไทย 1 ใน 3 เป็นผู้ประกันตนตาม ม.39 ลูกจ้างชาวเมียนมาที่เสียชีวิตประกันสังคมจะทดแทนเยียวยาเป็นค่าทำศพและเงินสงเคราะห์ ส่วน รปภ. ที่ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากการทำงานจะได้รับเงินทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างและจะดูแลสิทธิในการรักษาพยาบาลจนสิ้นสุดการรักษาทุกราย กระทรวงแรงงานยืนยันจะดูแลและคุ้มครองแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่าเทียมกับแรงงานไทย ตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งกำชับให้ดูแลสิทธิประโยชน์ของแรงงานที่เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างเต็มที่ตร.ควบคุม-กวาดล้างปืนครั้งใหญ่วันเดียวกัน พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกตร. เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง สั่งการให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. กำหนดมาตรการป้องกันเหตุกราดยิง โดยขานรับนโยบายของนายกรัฐมนตรีและสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้ 1) ให้ทุกหน่วยระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน สิ่งเทียมอาวุธปืน อาวุธสงคราม และเครื่องกระสุนอย่างจริงจัง เด็ดขาด และต่อเนื่อง โดยให้รายงานผลการปฏิบัติทุกๆ 15 วัน ในกรณีที่มีการจับกุมให้สืบสวนขยายผล ดำเนินการผู้เกี่ยวข้อง 2) ประสานความร่วมมือ บูรณาการกับกระทรวงมหาดไทย กรมศุลกากร และหน่วยที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบและควบคุมการนำเข้า จำหน่าย รวมทั้งการออกใบอนุญาตอาวุธปืนที่ยังพบว่ามีสถิติการถือครองปืนและใบอนุญาต โดยง่าย โดยเฉพาะประเด็นแบลงก์กัน (Blank Gun) ซึ่งสามารถนำเข้าได้ พบสถิตินำเข้ากว่าหนึ่งหมื่นกระบอก 3) ให้ฝ่ายสืบสวนทุกหน่วยทั่วประเทศ จัดทำและตรวจสอบข้อมูลการจำหน่ายปืนในพื้นที่และให้ บช.สอท. เป็นหน่วยรับผิดชอบในการตัดวงจรการจำหน่ายและสืบสวนขยายผล การซื้อขายอาวุธออนไลน์ การนำแบลงก์กัน (Blank Gun) ไปดัดแปลงเป็นอาวุธ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เพื่อตัดวงจรการกระทำความผิด 4) จัดชุดวิทยากร ต่อยอดการฝึกอบรมการสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ ฝึกปฏิบัติในการรับมือกับสถานการณ์ ในพื้นที่ต่างๆ (Soft Target) และ 5) ขอความร่วมมือผู้ปกครองช่วยสอดส่องดูแลพฤติกรรมเด็ก เยาวชน บุตรหลาน เกี่ยวกับการใช้ปืนหรือความรุนแรงต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบ หรือเหตุความรุนแรงต่างๆในสังคมเจ้าชายรัฐยะโฮร์ประสบเหตุเองสำนักข่าวแชแนลนิวส์เอเชียของสิงคโปร์รายงานว่า เจ้าชายตุนกู อิสมาอิล สุลต่าน อิบราฮิม (Tunku Ismail Sultan Ibrahim) มกุฎราชกุมารแห่งรัฐยะโฮร์ มาเลเซีย เผยผ่านสตอรีอินสตาแกรม เมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 3 ต.ค. ว่า พระองค์และสมาชิกราชวงศ์ประทับในล็อบบี้โรงแรมใกล้กับศูนย์การค้าสยามพารากอน ขณะเกิดเหตุ ทรงได้ยินเสียงกรีดร้องดังไปทั่ว และเอาแต่คิดว่ามีมือปืนกี่คน ผู้ร้ายใช้อาวุธอะไร จะปกป้องครอบครัวและทีมได้อย่างไร ภายหลังเสด็จไปประทับที่สถานทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ที่สุดและได้ติดต่อนายอันวา อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายโมฮาหมัด ฮาซัน รมว.กลาโหม มาเลเซีย เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่เคยพบเจอมา ทรงขอบใจทีมรักษาความปลอดภัย รวมถึงพันธมิตรจากสิงคโปร์และมาเลเซียทูตมะกันส่งกำลังใจทุกฝ่ายนายโรเบิร์ต โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐ อเมริกาประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียล มีเดียเวลา 20.20 น. ของวันที่ 3 ต.ค. ใจความสรุปว่า ในนามของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่คนร้ายใช้อาวุธยิงในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ถือเป็นเรื่องที่น่าสลดใจและไร้ซึ่งเหตุผล ผมขอภาวนาให้กับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ตลอดจนส่งกำลังใจให้ครอบครัวและญาติมิตรของพวกเขา ขอขอบคุณตำรวจไทยและเจ้าหน้าที่ผู้ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินเบื้องต้น ซึ่งปฏิบัติงานอย่างกล้าหาญ นักท่องเที่ยวชาวจีนเริ่มกังวลสำนักข่าวโกลบอลไทมส์ของทางการจีน รายงานว่า ชาวจีนจำนวนมากแสดงความกังวลต่อความปลอดภัยในการเดินทางมาเที่ยวไทย บนแพลตฟอร์มเว่ยป๋อ โซเชียลมีเดียของจีน ขณะที่ข่าวการกราดยิงครั้งนี้มีผู้ให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ยอดผู้เข้าชมบนเว่ยป๋อมากกว่า 32 ล้านครั้ง ส่วนสำนักข่าวสเตรตส์ไทมส์ของสิงคโปร์รายงานโดยอ้างข้อความบนเว่ยป๋อของหลานสาวของผู้เสียชีวิตชาวจีน ระบุว่า ขณะเกิดเหตุสมาชิกครอบครัวบางส่วนเข้าไปหลบในห้องน้ำหญิง โดยมือปืนอยู่ตรงปากทางเข้า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สถานทูตจีนในไทยเดินทางมาเยี่ยมครอบครัวเหยื่อแล้วอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่