ในธรรมะชุด “9ตา” อันมี ตถตา ไปจนถึง อิทัปปจยตา ที่ท่านอาจารย์พุทธทาสเน้นย้ำพร่ำสอน ไม่มี “วิวาทปัจจยตา” นะครับ ผมลองใช้วิชาชาววัด ก็แค่ลองสมาสคำ วิวาท กับ ปัจจัย ไว้ด้วยกันเท่านั้นอิทัปปจยตา โดยความหมาย ก็เช่นเดียวกับปฏิจจสมุปบาท...ชุดธรรมะใหญ่ มีระดับความซับซ้อน ความลึกซึ้งยากที่ปุถุชนจะหยั่งถึง และตีความ แม้ตีความได้แต่ก็มีนัยไม่ตรงกันท้ายหนังสือเล่ม อิทัปปจยตา (ท่านอาจารย์บรรยาย พ.ศ.2516 ตีพิมพ์เป็นหนังสือ...เล่มที่ผมใช้ พิมพ์ครั้งที่ 6 พ.ศ.2537 ด้วยเนื้อหา ที่ทั้งมากและทั้งความยากนี่แหละ ผมจึงเลือก หัวข้อธรรมสั้นๆง่ายๆพระสูตรหนึ่ง พระพุทธเจ้าตรัสไว้สั้นที่สุด...น่าจดจำที่สุด ...สิ่งทั้งหมดในโลกนี้ มีอยู่ 3 อย่างมโน คือใจ นั้น มีอยู่ ธรรมทั้งหลาย คือสิ่งทั้งหลาย มีอยู่ และ อวิชชาธาตุ มีอยู่ใน 3 อย่างนี้ พิจารณาให้ดี ต้องมีใจ อยู่อย่างหนึ่ง แล้วก็มี สิ่งทั้งปวง อยู่อย่างหนึ่ง แล้วก็ธาตุแห่งความโง่ อีกอย่างหนึ่ง ถ้าไม่มีเสียอย่างเดียว ในโลกนี้ก็ไม่มีเรื่อง พระพุทธเจ้าก็ไม่ต้องเกิด ความทุกข์ก็ไม่มี แม้โลกก็ไม่มีเอ่ยคำ ปฏิจจสมุปบาท หรืออิทัปปัจจยตา เราก็คิดว่า เป็นธรรมะข้อดี ข้อดับทุกข์ที่เฉียบขาดชัดเจน แต่ความเป็นจริง เป็นคำกลางๆ ปฏิจจสมุปบาท ที่นำไปสู่ความไม่ดี เป็นเหตุ แห่งการทะเลาะวิวาท...เป็นเหตุแห่งทุกข์...ก็มีเพราะอาศัยตัณหา จึงมีการแสวงหาแสวงหาการเล่าเรียน แสวงหาเงิน แสวงหาเกียรติยศชื่อเสียง แสวงหาอำนาจยึดมั่นให้หมดทั้งโลกเพราะอาศัยการแสวงหา จึงมีการได้...เพราะมีการได้จึงมีการปลงใจรักเพราะมีการปลงใจรัก จึงมีความกำหนัดเพลิดเพลิน เพราะมีความกำหนัดเพลินเพลิน จึงมีความสยบมัวเมาเพราะความสยบมัวเมา ก็มีการจับจิตจับใจ เพราะมีการจับจิตจับใจ จึงมีการตระหนี่เพราะมีความตระหนี่ จึงมีความหวงกั้นเพราะมีความหวงกั้นนี้ ...นี่แล! จึงมีการทะเลาะวิวาทกระทบกระทั่ง คือการใช้อาวุธไม่มีคม อาวุธมีคม การทะเลาะวิวาทโกลาหลวุ่นวาย การด่าว่ามึงๆกูๆ การส่อเสียดให้แตกร้าว ฯลฯ และการกล่าวมุสาวาทสอนธรรมภาษาไทย...มาถึงตรงนี้ ท่านพุทธทาส สรุปคำบาลี “อเนเก ปาปกา อกุศลา ธัมมา สัมภวันติ” คำแปล...“ดังนั้นบาปอกุศลธรรมอันลามกทั้งหลายเป็นอันมากนั้น ย่อมเกิดขึ้นด้วยอาการอย่างนี้”ปฏิจจสมุปบาท แห่งการทะเลาะวิวาท ข้อนี้ ย้อนไปอ่านอีกที... ขึ้นต้นว่า เพราะอาศัยตัณหา จึงมีการแสวงหา...ที่จริง ท่านพุทธทาส...เชื่อมโยงจากข้อตัณหา ย้อนไปหา “เวทนา” ที่แปล สุข ทุกข์ และไม่สุขไม่ทุกข์อย่าลืม ธรรมะทุกข้ออิงอาศัยกันและกัน เพราะสิ่งนี้เกิด สิ่งนี้จึงเกิด...ไม่มีสิ่งใด เกิดมาได้สิ่งเดียวขณะพระพุทธเจ้า สรุปธรรมะข้อนี้ ท่านตรัสถามพระอานนท์ พระพุทธอนุชาว่า“ถ้าไม่มีเวทนาแล้ว เรื่องทะเลาะวิวาทอันนี้ มันจะเกิดขึ้นได้หรือ?” พระอานนท์ก็ต้องทูลตอบว่า “ไม่ได้”คอการเมืองไม่ว่า การเมืองเรื่องรัฐบาล หรือการเมืองเรื่องตำรวจ อ่านถึงตรงนี้ อย่าเพิ่งผิดหวัง...ที่ผมไม่ได้เขียนเพื่อด่าประณามใคร...ใครดี ใครไม่ดี...ผมตั้งใจสื่อให้รู้ว่า เรื่องที่วิวาทบาดหมางกันหนักหนาตอนนี้ จำเลยสำคัญ คือตัณหา...ที่ทำให้เกิดการแสวงหา...ถ้าสิ่งที่แสวงหามีพอแบ่งปันกัน ก็คงไม่เกิดอะไรแต่เพราะเก้าอี้ ที่หลายคนแสวงหามีตัวเดียว เรื่องทะเลาะวิวาทบาดหัวใจชาวบ้าน...ตำรวจเขาเล่นกันถึงเอาเป็นเอาตายกันขนาดนี้ นี่ถ้าตำรวจหันมาเล่นชาวบ้านอย่างกู แล้วพวกกูจะสู้รบตบมือกับท่านยังไง?กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม