ในหนังสือสำนวนไทย “กาญจนาคพันธุ์” อธิบายว่าคำ “ศาลาโกหก” เป็นสำนวนหมายความว่า พูดโกหกแต่เมื่อเจาะลึกเข้าไป กลายเป็นสำนวนทำนอง ชาวเมืองคอน หรือชาวนครศรีธรรมราช มีอารมณ์ขันพูดทั้งเรื่องโกหก และพูดเล่นๆเก่งขนาดไม่มีใครสู้เรื่องโกหก เล่าอีกเมื่อไหร่ก็ยังขัน มีต้นทุเรียนทั้งสูงทั้งใหญ่ ไม่มีทุเรียนเมืองไหนเทียบได้...ลูกทุเรียนหล่นจากต้นกว่าจะลงถึงพื้นดิน กินเวลาหลายเดือนเรื่องทุเรียนเมืองคอน อีกสำนวนเป็นกลอน พระราชสมบัติ แต่งไว้ในนิราศเกาะแก้วกาลกัตตา สมัย ร. 4 (สะกดตามต้นฉบับ)ที่ลางต้นใหญ่ไม่น้อยกว่าร้อยอ้อม ลูกเท่าพ้อมใหญ่กว่าไม้ทั้งไพรสาณฑ์ ระดูผลหล่นลงในดงตาล เอาช้างบ้านออกไปขนผลทุเรียน ประทุกช้างข้างละใบไปไม่รอด เล่นเอาทอดงวงรันอยู่หันเหียน...หลับตานึกเอา...ทุเรียนแต่ละลูกใหญ่แค่ไหนมาถึงเรื่องพูดเล่น ถึงวันนี้ก็ยังมีคนเล่นกันอยู่...ชาวเมืองคอนคุยว่าใบจากบ้านเขาใหญ่ขนาดปูนอนได้ ชาวกรุงทักโกหก ใบจากอะไรใหญ่ขนาดนั้น...พอชาวเมืองคอนว่า “ปูแสมปูนา จับมานอนได้” เรื่องก็จบชาวเมืองคอนกับชาวกรุงพายเรือไปด้วยกัน ชาวกรุงพายหัว ชาวเมืองคอนพายท้าย แต่คัดหัวเรือไม่เป็น หัวเรือก็ส่ายไปมา ชาวกรุงเอ็ดตะโร “ถือท้ายยังไง?” ชาวเมืองคอนย้อน “เอ็งอยู่หัวทำไมไม่ทำให้หัวเรือตรง”ชาวเมืองคอนกับชาวกรุงคุยกัน ชาวเมืองคอนชมชาวกรุงพูดจาได้หลักแหลม ชาวกรุงได้ทีตอบ “ถ้าหลักไม่แหลมมันก็ปักไม่ลงซีเพื่อน” นัดนี้ชาวนครยอมแพ้ก็ทั้งที่เรื่องศาลาโกหก เล่าขานกัน จนทำให้คนบ้านเมืองอื่นเชื่ออย่างนั้นมาเนิ่นนาน แต่พอฟังเรื่องแก้...ก็มีบันทึกเป็นหลักฐาน ประวัติพลเอกพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) มีตอนหนึ่งคราวที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง (รัชกาลที่ 5) เสด็จประพาสมลายู ได้แวะมานมัสการสมโภชพระบรมธาตุ ประทับพลับพลาใต้ต้นประดู่หน้าเมือง บรรยากาศร่มรื่นมาก เพราะอยู่ในบริเวณร่มเงาต้นประดู่ใหญ่หกต้นเมื่อเสด็จกลับ ทางการรื้อพลับพลาแล้ว จึงสร้างศาลาไว้แทนเป็นอนุสรณ์ศาลาหลังนี้ชาวเมืองคอน เรียกกันตอนแรกเต็มๆว่า ศาลาประดู่หก ต่อมาก็ตัดให้สั้นหรือ “ดู่หก” และพูดๆกันไป ก็เพี้ยนเป็น “โดหก”คนเมืองอื่น แวะเวียนผ่านมา ได้ยินคำเรียก “ศาลาโดหก” ก็ไม่ทันได้ทักถาม ทึกทักเอาเองว่า “ศาลาโกหก”ชาวเมืองคอนมากมาย พยายามบอกชื่อจริง ไม่อยากให้เล่าลือหรือเรียกกันผิดๆต่อๆไป แต่บางคนก็พลอยสนุกกับชื่อศาลาโกหกมีเรื่องเล่าถึงปฏิภาณ คนเมืองคอน เมื่อเพื่อนชาวเมืองกรุง ถามว่า ศาลาโกหกอยู่ไหน?ชาวเมืองบอกหน้าตาเฉย “ รื้อไปปลูกที่กรุงเทพฯแล้ว”เล่าแค่นี้ ก็ฮากันเต็มที่แล้ว อย่าถามต่อนะ!ว่า “รื้อมาในสมัยรัฐบาลไหน รัฐบาลที่แล้ว หรือรัฐบาลนี้”ผมหูแว่วๆจากทีวี ฟังผลโพลที่ถามถึง...การแถลงนโยบายของรัฐบาลนายกฯเศรษฐา เชื่อว่าทำได้จริงซักเท่าไหร่...ตัวเลขเป็นแถวยาวไม่เชื่อมากกว่า นี่คือหลักฐานยืนยัน ศาลาโกหก ย้ายจากนครศรีธรรมราชมาอยู่ในกรุงเทพฯแล้วจริงๆ.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม