สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า สุนทรภู่แต่งพระอภัยมณี ครั้งต้องโทษจำคุก โดยผูกเรื่องจากเรื่องที่ได้ยินได้ฟัง หรือได้อ่านจากวรรณคดีไทย วรรณคดีต่างชาติ ผสมผสานเข้าด้วยกันจินตนาการยิ่งใหญ่ ในศิลปวิชา 18 ประการ ที่ลูกกษัตริย์เลือกเรียนได้ แรงดลใจอะไร พระอภัยมณีเลือกเรียนวิชา “เป่าปี่” จนเป็นเหตุให้พระราชบิดาทรงพระพิโรธ ผลักไสไล่จากเมืองในละครบุษบาลุยไฟ ทีวีไทยพีบีเอสที่เพิ่งจบ คนแต่งเขียนให้ สุนทรภู่ ได้แรงใจจาก ครูมี สหายครูดนตรีเลื่องชื่อทางเป่าปี่...หรือเคยอ่าน พงศาวดารจีน...มีลูกอ๋องเมืองหนึ่ง เก่งวิชาเป่าปี่ในภูมิศาสตร์วัดโพธิ์...กาญจนาคพันธุ์ เขียนว่า พระเจ้าปโตเลมี เจ้าอียิปต์องค์พ่อ พระนางคลีโอปาตราก็เก่งวิชาเป่าปี่...เหมือนกัน แต่องค์นี้ไม่เก่งพอจะเอาเมืองให้รอดแต่พระอภัยมณี ในจินตนาการสุนทรภู่...แสดงสุดยอดวิชาเป่าปี่สะกดทัพ...ตอนถูก 12 กองทัพพันธมิตรฝ่ายลังกาล้อมเอาไว้ บทกลอนต่อไปนี้เป็นบทอาขยานภาษาไทย ระดับมัธยมศึกษา หลายคนคงยังพอท่องจำได้วิเวกหวีดกรีดเสียงสำเนียงสนั่น คนขยั้นยืนขึงตะลึงหลง ให้หวิววาบซาบทรวงต่างง่วงงง ลืมณรงค์รบสู้เงี่ยหูฟัง พระโหยหวนครวญเพลงวังเวงจิต ให้คนคิดถึงถิ่นถวิลหวัง ว่าจากเรือนเหมือนนกมาจากรัง อยู่ข้างหลังก็จะแลชะแง้คอย ถึงยามค่ำย่ำฆ้องจะร้องไห้ ร่ำพิไรรัญจวนหวนละห้อยโอ้ยามดึกดาวเคลื่อนเดือนก็คล้อย น้ำค้างย้อยเย็นฉ่ำที่อัมพร หนาวอารมณ์ลมเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยชื่น ระรวยรื่นรินรินกลิ่นเกสร แสนสงสารบ้านเรือนเพื่อนที่นอน จะอาวรณ์อ้างว้างอยู่วังเวงตามท้องเรื่อง...เสียงปี่พระอภัยมณี จี้หัวใจ ทั้งทหาร ขุนทหาร 12 ทัพลังกา...หมดแรงใจรบ เอาเป็นว่า พระอภัยใช้เสียงปี่...พลิกสถานการณ์สงครามคับขัน ให้กลายเป็นฝ่ายชนะได้ชนิดไม่เชื่อ ก็ต้องเชื่อแต่พระอภัยมณี ไม่เก่งวิชาเป่าปี่เท่านั้น ยังเก่งวิชาการพูดด้วยยังมีอาขยานมัธยมศึกษาอีกบท จับตอนอุศเรน แม่ทัพลังกายกทัพมาตีเมืองผลึก แก้แค้นพระอภัยมณีที่นำสุวรรณมาลีคู่หมั้นมาเป็นชายา...รบครั้งนี้อุศเรนเสียที...รบแพ้สลบไสล ฟื้นขึ้นมาจะฆ่าตัวหนีอายแต่ครั้งเมื่อพระอภัยมณีเรือแตก อุศเรน เคยช่วยชีวิตไว้ เป็นบุญคุณ ฝังใจกันอยู่...พระอภัยพิศดูก็รู้ทีจึงสุนทรอ่อนหวานชาญฉลาด เราเหมือนญาติกันดอกน้องอย่าหมองศรี เมื่อแรกเริ่มเดิมก็ได้เป็นไมตรี เจ้ากับพี่เล่าก็รักกันหนักครัน มาขัดข้องหมองหมางเพราะนางหนึ่ง จนได้ถึงรบสู้เป็นคู่ขันอันวิสัยในพิภพแม้รบกัน ก็หมายมั่นจะใคร่ได้ชัยชนะ ซึ่งครั้งนี้พี่พาเจ้ามาไว้ หวังจะได้สนทนาวิสาสะ ให้น้องหายคลายเคืองเรื่องธุระ แล้วก็จะรักกันจนวันตาย ทั้งกำปั่นบรรดาโยธาทัพ จะคืนกลับให้ไปเหมือนใจหมายทั้งสองข้างอยู่ตามความสบาย เชิญภิปรายโปรดตรัสสัตย์สัญญาอุศเรน เจอจอมยุทธสุดยอดวิชาการพูดเข้าแบบนี้...เรื่องก็จบแบบว่า พระอภัยมณี ชนะทั้งสนามรบสนามรักผมค้นเอาเรื่องพระอภัยมณี...มาเล่า...ก็เพราะเห็นว่าเข้าเรื่องรัฐบาลใหม่...ตั้งใจใช้กลยุทธ์การตลาด...ทางศิลปวัฒนธรรม...ที่เรียกซอฟต์เพาเวอร์ ฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองไทยอีกทาง โบราณว่า สู้ทางแข็งไม่ได้ ก็ต้องสู้ทางอ่อนผมเห็นนายกฯเศรษฐาทางทีวีทุกวัน วันละหลายครั้ง...ยังไม่ถึงกับเบื่อหน้าครั้งที่ท่านพูดที่ วปอ...ว่า อย่าใช้เครือข่ายความสัมพันธ์...ชื่อชั้นอำนาจ ไปหาประโยชน์ให้ตัวเอง....ผมถึงกับอึ้ง นึกไม่ถึง ท่านจะกล้า!งานนี้ คนชั้นนำเขาสุมหัวกันสนุกสนาน สุขสำราญบานใจกันมาเนิ่นนานจนเป็นประเพณีเมื่อมีโอกาสใช้สื่อ...มาก หากรู้จักใช้หาคะแนน...ลดความรู้สึกมืดๆมึนๆในใจ คนที่ไม่ชอบได้ก็นี่ล่ะ วิชาพระอภัย...ถึงเป่าปี่สะกดทัพยังไม่ได้ ผู้นำที่ผมได้ข่าว เป็นคนปากไวใจตรง รู้วิธีพูดจาซื้อหัวใจคนอย่างพวกผมได้บ้าง ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม