จากโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวรุนแรง 6.8 แมกนิจูด ในพื้นที่ห่างไกลจากเมืองมาร์ราเกชของประเทศโมร็อกโก ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 72 กิโลเมตร และมีศูนย์กลางแรงสั่นสะเทือนที่ระดับความลึก 18.5 กิโลเมตร เป็นเหตุให้บ้านเรือนที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยอิฐโคลน รวมถึงมรดกทางวัฒนธรรมเสียหายเป็นจำนวนมากทั้งนี้ เมื่อ 11 ก.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เหตุแผ่นดินไหวในหลายพื้นที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร น้ำ ไฟฟ้า และที่พักพิง โดยส่วนใหญ่เลือกหลับนอนบนทางเท้าและจัตุรัสต่าง ๆ เนื่องจากบางส่วนสูญเสียที่อยู่อาศัย หรือกลัวว่าจะเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการของโมร็อกโก ประกาศยุติการเรียนการสอนและปิดโรงเรียนตั้งแต่ 11 ก.ย. เป็นต้นไป ในจังหวัดอัล ฮาอูซ ซึ่งเป็นพื้นที่ในบริเวณศูนย์กลางแรงสั่นสะเทือนที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด โดยสื่อท้องถิ่นระบุว่า มีครอบครัวในพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวมากกว่า 18,000 ครอบครัวด้านกระทรวงมหาดไทยโมร็อกโกรายงานเมื่อ 11 ก.ย. ว่า มีผู้เสียชีวิต 2,497 ราย มีผู้บาดเจ็บ 2,476 ราย ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยยังเผยว่า ได้ตอบรับความช่วยเหลือจากสเปน อังกฤษ กาตาร์ และสหรัฐฯอาหรับเอมิเรตส์ ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงกลาโหมของสเปนได้ส่งหน่วยกู้ภัยจำนวน 86 คน รวมถึงสุนัขดมกลิ่นจำนวน 8 ตัว ขณะที่อังกฤษส่งทีมกู้ภัยชำนาญการจำนวน 60 คน สุนัข 4 ตัว และบุคลากรทางการแพทย์อีก 4 คน เช่นเดียวกับกาตาร์ที่ส่งหน่วยช่วยเหลือมาเพื่อสนับสนุนการค้นหาเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย สื่อต่างประเทศระบุว่ามีหลายประเทศที่พร้อมให้การสนับสนุน เช่น ฝรั่งเศสและตุรกี แต่ทางการจะตอบรับหากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมในอนาคต ด้านสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 กษัตริย์แห่งโมร็อกโก ทรงขอบใจนานาชาติที่ให้ความช่วยเหลือท่ามกลางวิกฤติครั้งนี้อย่างไรก็ตาม น.ส.แคทเธอรีน โคลอนนา รมว.ต่างประเทศของฝรั่งเศส ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือที่ว่า โมร็อกโกไม่รับข้อเสนอของฝรั่งเศสในการช่วยเหลือทางการเงินจำนวน 5 ล้านยูโร หรือราว 190 ล้านบาท เพื่อเยียวยาผู้ประสบภัย ทั้งระบุว่า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของโมร็อกโกว่ามีความต้องการหรือไม่ แต่อย่างไรก็พร้อมช่วยเหลือ หากอีกฝ่ายร้องขออย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่แย่ลงตั้งแต่ปี 2564.