มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐบาลผสม 11 พรรค มี สส.สนับสนุน 314 เสียง ผู้จัดการจัดตั้งเรียกว่ารัฐบาลพิเศษ รัฐบาลสลายขั้ว เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง บางคน เรียกรัฐบาลข้ามขั้วนักวิชาการบางคนวิจารณ์ว่า หลายตำแหน่งเป็นการแต่งตั้งที่ขัดกันกับหลักแต่งตั้งผู้ที่เหมาะสมในตำแหน่งที่เหมาะสม รัฐมนตรีบางคนไม่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เหมาะสม เช่น พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็น สส.อนาล็อก แต่ได้รับตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจฯ มีเสียงวิจารณ์ด้วยว่า พรรค พท.ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลไม่ได้คุมกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะไม่ใช่พรรคที่คุมเสียงข้างมากเด็ดขาด ขาดอำนาจต่อรอง จึงต้อง ยอมให้พรรคอื่นๆ แต่ก็ยังดีที่ได้หมอมา เป็น รมว.สาธารณสุขเพื่อกำกับดูแลนโยบายกัญชาเสรี ที่มีรายงานข่าวว่าปล่อยให้ชาวบ้าน “ปลูก” และ “เสพ” กันอย่างเสรี ทั้งเพื่อ การแพทย์และสันทนาการจนน่าวิตกว่าจะทำลายสมองของเยาวชนของชาติ จนกลายเป็นผู้สมองพิการเกลื่อนเมือง แต่ยังน่า เบาใจได้ เมื่อนายกรัฐมนตรีรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังเสียเองกล่าวโดยรวม คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ไม่ถึงกับขี้ริ้วขี้เหร่ หรือเป็น “รัฐบาลยี้” แต่อยู่ในระดับที่พอรับได้ และเนื่องจากเป็นรัฐบาลผสมถึง 11 พรรค ที่ทำได้ระดับนี้ ภารกิจเฉพาะหน้าที่จะต้องเร่งแก้ไข ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งมีทั้งเงื่อนไขทางการเมือง ที่กระทบต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจ การรักษาแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจรวมไปถึงการสนับสนุนการฟื้นตัวทางด้านการท่องเที่ยว การดูแลภาค การเกษตร และรายได้เกษตรกร และหนี้ครัวเรือน เป็นต้น ยิ่งกว่านั้นยังมีปัญหาการเมืองที่สำคัญยิ่ง คือการจัดทำรัฐธรรมนูญ ใหม่ ตามคำสัญญาของนายกรัฐมนตรีที่ต้องดำเนินการทันทีในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกแต่ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ เนื่องจากเป็นรัฐบาลหลายพรรค และผสมข้ามขั้ว ระหว่างฝ่ายเสรีนิยมกับอำนาจนิยม เรื่องนี้จึงต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ อาจมีบางฝ่ายออกมาขัดขวาง ห้ามแตะ ม.112 แล้วยังห้ามแก้ไขทั้งรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ รัฐบาลอาจพังได้ เว้นแต่ พท.จะยอมศิโรราบเพื่อรักษาอำนาจ.คลิกอ่านคอลัมน์ "บทบรรณาธิการ" เพิ่มเติม