กรมควบคุมโรคขยายเวลาสิ้นสุดโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากเดือน ก.ย. 2566 ไปเป็นเดือน มี.ค.2567 และเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนโควิดเปลี่ยนเป็นภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป หรือ LAAB แทน หลังสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น จนประชาชนเมินไม่ค่อยมาฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ส่วนวัคซีนที่องค์การเภสัชฯผลิตเอง เตรียมทดลองในมนุษย์ระยะ 3 ส่วนของจุฬาฯ เตรียมทดลองในมนุษย์ระยะ 2 หากได้ผลดีจะขอขึ้นทะเบียนกับ อย.ต่อไปที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 1 ก.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ได้รับทราบกรณีคณะรัฐมนตรี เห็นชอบผลการพิจารณาคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ อนุมัติให้กรมควบคุมโรคขยายเวลาสิ้นสุดโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากเดิมที่สิ้นสุดในเดือน ก.ย.2566 เป็นสิ้นสุดในเดือน มี.ค.2567ขณะเดียวกัน กรมควบคุมโรคและกระทรวงสาธารณสุข ได้เจรจากับผู้ผลิตวัคซีนโควิดในการลดเข็มบูสเตอร์ ขอเปลี่ยนเป็นภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปหรือ LAAB แทน เพราะสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น ประชาชนคลายความกังวล ไม่ค่อยมาฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นมากเท่าที่ควร การเปลี่ยนมาเป็นภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปแทนเพราะเป็นทั้งภูมิคุ้มกันและยารักษา ผู้ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนและติดเชื้อโควิดก็ใช้ได้ ในฐานะที่ยังเป็น รมว.สาธารณสุข อยากให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงมารับวัคซีนป้องกันโควิด-19 หรือฉีดเข็มกระตุ้น เพราะโรคนี้ยังคงอยู่ โดยฉีดพร้อมกับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ได้รับทราบความก้าวหน้าในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิดที่ผลิตในประเทศไทย โดยหน่วยงานที่พัฒนาได้ก้าวหน้าที่สุดในขณะนี้คือ วัคซีนที่พัฒนาโดยองค์การเภสัชกรรม หรือ วัคซีน HXP-GPOVAC ได้ทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 3 ในรูปแบบเข็มกระตุ้น ขนาด 10 ไมโครกรัม ในกลุ่มอาสาสมัครที่ จ.นคร พนม จำนวน 4,000 คน เรียบร้อยแล้ว ผลจะออกมากลางเดือน ก.ย. หากเป็นที่น่าพอใจ มีประสิทธิภาพดี ขั้นตอนต่อไปองค์การเภสัชกรรม จะยื่นขอขึ้นทะเบียนใช้กับ อย. หากกระบวนการเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือน ก.ย. จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตวัคซีน เบื้องต้นกำลังการผลิตอยู่ที่ 5-10 ล้านโดสต่อปี คาดว่าจะเริ่มให้บริการประชาชนเป็นเข็มกระตุ้นได้ต้นปี 2567 จากนั้นจะพัฒนาวัคซีนรุ่นที่ 2 เพื่อรองรับสายพันธุ์ใหม่ๆในอนาคตนพ.นครกล่าวต่อว่า วัคซีนโควิด-19 HXP GPOVac เป็นวัคซีนเชื้อตายที่ทำด้วยเทคโนโลยีไข่ไก่ฟัก เป็นเทคโนโลยีเดียวกับการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่ทำมากว่า 60 ปี แม้เชื้อโควิด-19 จะกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง แต่การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นที่เป็นสายพันธุ์เดิม ยังคงช่วยลดความรุนแรงของโรคได้อยู่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มที่มีโรคประจำตัวร่วม ที่ภูมิคุ้มกันขึ้นไม่ดี ทุกวันนี้ยังมีผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ โดยเฉพาะรายที่เป็นผู้สูงอายุ การฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคร่วม ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นน้อยกว่าคนทั่วไป หากฉีดวัคซีนกระตุ้นจะช่วยได้ส่วนความคืบหน้าของวัคซีนโควิดที่พัฒนาโดยคนไทยชนิดอื่นๆ นพ.นครกล่าวว่า วัคซีนชนิด mRNA ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย หรือ ChulaCov19 วัคซีนใบยา หรือ Baiya SARS-CoV-2 Vax โดยบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ที่เป็นบริษัทสตาร์ตอัพของจุฬาฯ ทั้ง 2 ชนิด อยู่ระหว่างการพัฒนา ได้ทดสอบในมนุษย์ ระยะที่ 1 แล้ว กำลังเตรียมทดสอบในมนุษย์ ระยะที่ 2 สำหรับใช้เป็นเข็มกระตุ้น