เป็นอีกรูปแบบของ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ล่าสุดหลอกให้นักเรียนนักศึกษาถ่ายคลิปตัวเองเพื่อเรียกค่าไถ่จากพ่อแม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มอบหมาย พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกับ ผศ.ดร.ศุภกร ปุญญฤทธิ์ ช่วยราชการสำนักงาน รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแถลงเตือนภัยประชาชนพล.ต.อ.สมพงษ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. มีคดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน 20,000 กว่าเคส ข่มขู่ว่าเกี่ยวข้องยาเสพติด 2,000 กว่าเคส ซึ่งเดิมคนร้ายโทรศัพท์หลอกบุคคลทั่วไปโอนเงินแต่ช่วงนี้มีเคสที่น่าสนใจ 4 เคส มีรูปแบบการทำผิดในลักษณะเดียวกัน คนร้ายใช้วิธีการโทรศัพท์หาพ่อแม่แล้วส่งรูปบุตรหลานที่ถูกควบคุมตัวไว้มาให้ พ่อแม่ไม่สามารถติดต่อบุตรหลานได้ จำต้องโอนเงินให้ไปหลังพ่อแม่โอนเงินไปแล้วสามารถติดต่อบุตรหลานได้ พ่อแม่เชื่อว่า เป็นเรื่อง การเรียกค่าไถ่ แต่เมื่อสอบสวนพบว่าเป็นคดีที่บุตรหลานถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทร.ข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกระทำความผิดกลุ่มคนร้ายบังคับให้เหยื่อเด็กนักเรียนนักศึกษาถ่ายคลิปหรือภาพถ่ายส่งให้กลุ่มคนร้ายนำไปเรียกค่าไถ่จากพ่อแม่แผนประทุษกรรมกลุ่มคนร้ายใช้วิธีโทรศัพท์ผ่านระบบ Voip หรือระบบ Internet โทร.เข้าโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายหรือเหยื่อ สุ่มหรือเลือกกลุ่มนักศึกษาในระดับชั้นอุดมศึกษากลุ่มผู้เสียหายหรือ “เหยื่อ” ที่ถูกเลือกเป็นเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่ตั้งใจเรียนดีคนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วแต่จะอ้างเพื่อข่มขู่ทำให้เหยื่อตกใจกลัวว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องยาเสพติด มีหมายจับหรือมีความผิดมูลฐานฟอกเงินทำทีอ้างว่าช่วยเหลือไม่ให้ถูกดำเนินคดีได้ และเสนอให้ความช่วยเหลือ โดยให้ผู้เสียหายหรือเหยื่อโอนเงินมายังบัญชีธนาคาร “บัญชีม้า” ที่กลุ่มคนร้ายได้จัดเตรียมไว้และหลอกลวงเงินของผู้เสียหายไปหากนักศึกษาหรือเหยื่อไม่มีเงินกลุ่มคนร้ายแนะนำให้ไปย้ายหรือออกจากห้องพักหรือที่พักปัจจุบันใกล้สถานศึกษา ให้เหยื่อหรือผู้เสียหายไปเปิดซิมโทรศัพท์ใหม่ ซื้อเชือกมัด ผ้าเทปกาวจากร้านค้าเพื่อใช้พูดคุยโต้ตอบกับคนร้าย คนร้าย ยังสั่งการให้ผู้เสียหายหรือเหยื่อทำทีปิดโทรศัพท์และสั่งให้ใช้ผ้าเทปและเชือกมัดมือมัดเท้าตัวเองถ่ายคลิปวีดิโอโดยใช้เครื่องของผู้เสียหายหรือเหยื่อเองเก็บเอาไว้ เพื่อสร้างสถานการณ์ว่าถูกลักพาตัวและส่งคลิปให้คนร้ายทางโทรศัพท์ คนร้ายส่งคลิปให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองเพื่อเรียกค่าไถ่จากพ่อแม่เป็นภัยร้าย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์”.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม