ม็อบบุก 3 กระทรวง รวมตัวค้านตัด “เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 600 บาท” ยื่น 5 ข้อเรียกร้องและขอให้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติออกมาปกป้องสิทธิ อย่าทำนิ่ง ไปจุดแรกกระทรวงการคลัง ปิดประตูไม่รับม็อบและปลัดกระทรวงไม่ออกมาพบ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมต้องพับกระดาษข้อเรียกร้องเป็นจรวดปาข้ามรั้ว ด้านปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯออกมารับหน้า ยันอยู่เคียงข้างผู้สูงอายุร่วมปกป้องสิทธิ ย้ำทุกคนยังได้รับเบี้ยตามเกณฑ์เดิม รอรัฐบาลใหม่ตัดสินถือเป็นเรื่องกระทบใจผู้สูงอายุทั่วประเทศอย่างแรง หลังกระทรวงมหาดไทยแอบลักไก่ปรับเปลี่ยนระเบียบการจ่ายเงินผู้สูงอายุจำนวน 600 บาท โดยระบุในระเบียบใหม่ที่มีการประกาศลงในราชกิจจา นุเบกษาแล้วว่า ผู้สูงอายุที่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการรัฐจำนวน 600 บาท ต้องพิสูจน์ได้ว่า เป็นผู้ที่ไม่มีรายได้และมี “ความจนอย่างชัดเจน” ถึงจะได้รับเงินก้อนนี้ไปยังชีพ ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านล้นหลามที่หน้ากระทรวงการคลัง เมื่อตอนสาย วันที่ 17 ส.ค. กลุ่มเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ, เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) และเครือข่ายสลัมสี่ภาค กว่า 60 คน เดินทางมาชุมนุมเรียกร้องคัดค้านการตัดสิทธิเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุผู้มีฐานะร่ำรวย จากการประกาศปรับระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น พ.ศ.2566 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค. 2566 มีตัวแทนจากสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังมารอรับหนังสือร้องเรียนดังกล่าว แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันว่าจะยื่นหนังสือกับมือนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลังเท่านั้น แต่ปลัดกระทรวงการคลังไม่ได้ออกมาตามคำเรียกร้อง ผู้ชุมนุมจึงไม่ยื่นหนังสือ แต่ใช้วิธีพับหนังสือเรียกร้องเป็นจรวดกระดาษร่อนผ่านรั้วกระทรวงคลังเข้าไป จากนั้นเวลา 10.45 น. ผู้ชุมนุมได้ตั้งขบวนเคลื่อนไปยังกระทรวงมหาดไทย คัดค้านการตัดสิทธิดังกล่าวสำหรับเนื้อหาในหนังสือเรียกร้อง ระบุว่า 1.ให้กระทรวงมหาดไทยยกเลิกระเบียบดังกล่าวแล้วกลับไปใช้ระเบียบเดิม ซึ่งคงสิทธิถ้วนหน้า โดยไม่ต้องพิสูจน์ความยากจน 2. คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ต้องออกมาปกป้องสิทธิของผู้สูงอายุทุกคน ไม่ให้ถูกลิดรอนต่ำลงไปกว่าที่เคยเป็น 3. พม.ต้องมีบทบาทสำคัญในการยกระดับการเปลี่ยนเบี้ยยังชีพให้เป็นระบบบำนาญถ้วนหน้า ด้วยการออกเป็นกฎหมายรองรับ 4. กระทรวงการคลังทำหน้าที่ศึกษาตัดงบรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และหาแหล่งรายได้ใหม่ๆเข้ารัฐ เพื่อเพิ่มรายได้มาเติมเต็มการจัดสวัสดิการให้กับประชาชนแบบถ้วนหน้า และ 5. รัฐบาลใหม่ต้องผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญมีเรื่องรัฐสวัสดิการเป็นสิทธิแบบถ้วนหน้าภายหลังกลุ่มเครือข่ายทั้งหมดไปกระทรวงมหาดไทยแล้ว เวลา 12.30 น.ได้มาที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ยื่นข้อเรียกร้องกับนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง พร้อมอ่านแถลงการณ์ให้ฟัง นายอนุกูลกล่าวกับเครือข่ายว่า กระทรวงยืนเคียงข้างผู้สูงอายุ ในฐานะที่กระทรวงเป็นฝ่ายเลขานุการในคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ขอให้มั่นใจว่าจะปกป้องสิทธิผู้สูงอายุโดยไม่ทำให้ผิดหวัง ผู้สูงอายุรายเดิม รวมทั้งผู้ที่กำลังจะลงทะเบียนรับสิทธิรายใหม่ ยังคงได้รับสิทธิตามเกณฑ์ระเบียบมหาดไทยฉบับเดิม เป็นไปตามบทเฉพาะกาลในระเบียบฉบับใหม่ที่กำหนดถึงเกณฑ์คุณสมบัติจะต้องเป็นไปตามมติ คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ยังต้องรอรัฐบาลใหม่ที่จะกำหนดทิศทางนโยบาย เชื่อมั่นว่าทุกรัฐบาลคงให้ความสำคัญกับคนทุกช่วงวัยที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้าน ได้เรียกประชุมอธิบดีทุกกรม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการทั้งหมดให้สื่อสารความเข้าใจกับผู้สูงอายุทุกคนว่ายังคงได้รับเบี้ยเช่นเดิม