วันนี้ (2 สิงหาคม 2566) เป็นวันสำคัญทางศาสนาอีกวันหนึ่งละครับ ได้แก่ “วันเข้าพรรษา” อันเป็นวันเริ่มต้นที่พระภิกษุสงฆ์จะ “จำพรรษา” ณ วัดใดวัดหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือนนับแต่นี้เป็นต้นไปเป็นประเพณีมาแต่โบราณกาลนับย้อนไปจนถึงสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีด้วยซ้ำว่า เทศกาลเข้าพรรษาจะเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 รวม 3 เดือนเต็มดังกล่าว...ทำให้ปีนี้วันเข้าพรรษาตรงกับวันอังคารที่ 2 สิงหาคม และวันออกพรรษาจะไปตรงกับวันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคมพุทธศาสนิกชนชาวไทยในทุกๆภาคทั่วประเทศต่างให้ความสำคัญแก่เทศกาลเข้าพรรษาอย่างยิ่งยวด แม้โดยหลักการจะเป็นห้วงเวลาสำหรับพระภิกษุสงฆ์ที่จะมุ่งมั่นศึกษาพระธรรมอย่างจริงจังแต่ประชาชนชาวไทยจะถือโอกาสร่วมบุญไปกับพระภิกษุสงฆ์ด้วย โดยเฉพาะผู้อาวุโสจำนวนมากมักจะเข้าวัดถือศีล 8 ไปตลอดพรรษาตามชนบทต่างๆรวมทั้งผู้ที่ชอบดื่มสุรา หรือติดสุราจำนวนมากก็จะถือโอกาสงดดื่มสุราโดยสมัครใจในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาจนเกิดประเพณีงดเหล้าอย่างไม่เป็นทางการมาเป็นเวลาเนิ่นนานตั้งแต่ผมจำความได้ก็พบเห็นผู้อาวุโสท่านปฏิบัติอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ต่อมาทางกระทรวงสาธารณสุขและเครือข่ายการรณรงค์เพื่อสุขภาพอนามัยต่างๆ รวมทั้ง สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ก็นำจุดนี้มารณรงค์ขอให้คนไทยงดดื่มสุราในช่วงเข้าพรรษาและในที่สุดเมื่อ พ.ศ.2551 รัฐบาลสมัยนั้นก็ประกาศให้วันเข้าพรรษาเป็นวัน “งดดื่มสุราแห่งชาติ” อย่างเป็นทางการผมเองแม้จะมีส่วนร่วมกับโครงการรณรงค์ของกระทรวงสาธารณสุขและ สสส.มาโดยตลอด แต่เมื่อรณรงค์มาระยะหนึ่งก็รู้สึกท้อแท้ใจ เพราะมีหลักฐานว่าบุคคลที่งดดื่มสุราได้ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษานั้นกลับมาดื่มอีกและดื่มทันที ณ วันออกพรรษานั่นเลยแถมบางรายยังดื่มชดเชยในช่วงเวลาที่งดดื่มไป 3 เดือน...กลายเป็นดื่มหนักขึ้นกว่าเดิมเสียอีกด้วยซ้ำทำให้ผมต้องหยิบมาเขียนประชดผ่านคอลัมน์นี้ว่า การรณรงค์ให้งดดื่มสุราในช่วงเทศกาลเข้าพรรษานั้นประเทศชาติอาจจะขาดทุน เพราะเข้าพรรษามีเวลาแค่ 3 เดือน...ที่เหลืออีก 9 เดือนกลับดื่มหนักขึ้นแบบนี้รณรงค์เสียใหม่คือ “ดื่มเหล้าให้หนักไปเลยช่วงเข้าพรรษา” แล้วมาเลิกเหล้าในช่วง “นอกพรรษา” ซะดีกว่า ประเทศชาติจึงจะมีกำไร เพราะช่วงนอกฤดูพรรษาเวลาจะยาวนานกว่ากันผมก็เขียนประชดไปอย่างนั้นเอง เพราะทราบว่าเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ก็หยิบมาเขียนเพื่อฝากเป็นข้อคิดว่า การรณรงค์เลิกเหล้าในช่วงเข้าพรรษานั้นดีแล้ว แต่ทำอย่างไรจะให้ผู้คนที่เลิกได้แล้วทั้งหลายจะไม่หันกลับมาดื่มอีกและดื่มหนักกว่าเดิม?แปลว่าคงจะต้องรณรงค์กันตลอดทั้งปีจะไปเจาะจงรณรงค์เฉพาะเข้าพรรษาเท่านั้นคงไม่พอเสียแล้วผมเพิ่งเข้าไปดูการรณรงค์ปีนี้ของกระทรวงสาธารณสุขผ่านระบบออนไลน์โดยเพจ noalcohol.ddc.moph.go.th ขอเชิญประชาชนมาร่วมลงนามปฏิญาณตนว่าจะงดเหล้าเข้าพรรษาปีนี้ด้วยกันตัวเลขขณะเขียนต้นฉบับ (วันที่ 30 ก.ค.) มีชาย 8,318 คน และหญิง 15,072 คนเท่านั้น ซึ่งก็แปลกอยู่อย่างกลับมีหญิงติดสุรามากกว่าชายและมาลงทะเบียนงดในช่วงเข้าพรรษามากถึงเกือบ 2 เท่าจังหวัดที่ลงทะเบียนสูงสุดได้แก่ น่าน (3,066 คน), บุรีรัมย์ (2,647 คน), มหาสารคาม (1,463 คน) น่าจะรวมทั้งชายหญิงผมไม่ทราบว่าปิดรับสมัครไปหรือยัง ท่านที่ประสงค์จะร่วมงดลองคลิกเข้าไปสมัครเพิ่มเติมกันนะครับ ที่เว็บไซต์ข้างต้นผมคาดว่าจำนวนผู้ประสงค์จะงดเหล้าในเทศกาลเข้าพรรษาปีนี้น่าจะมากกว่าตัวเลขนี้หลายเท่า เพราะจากตัวเลขของปีที่แล้วที่ สสส.สำรวจไว้ว่ามีสูงถึง 9 ล้าน 3 แสนกว่าคน ขอให้ปีนี้สำรวจต่อนะครับว่าจะสมัครใจเพิ่มขึ้นอีกกี่แสนคนถ้าเป็นไปได้ฝากสำรวจด้วยนะครับว่าผู้ที่สามารถงดได้เมื่อเข้าพรรษาไปแล้วและไม่ดื่มอีกเลยนับแต่นั้นเป็นต้นมารวมทั้งผู้ที่จะงดในปีนี้และจะงดไปตลอดกาลมีจำนวนมากน้อยเพียงใดผมยังยืนยันว่าความสำเร็จของการรณรงค์คือเมื่องดได้ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาแล้วก็ขอให้งดต่อได้ตลอดชีวิต ฝากกระทรวงสาธารณสุข และ สสส.ให้เดินหน้าต่อไป ที่นี่ขอให้กำลังใจเหมือนเดิมครับ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ "เหะหะพาที" เพิ่มเติม