สืบเนื่องจากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2566 ได้มีมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 1 งดออกเสียง 2 ให้นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. พ้นจากตำแหน่ง แต่ให้คงไว้ซึ่งตำแหน่งรองเลขาธิการ กสทช.ตามเดิม และให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัย โดยมติดังกล่าวสืบเนื่องจากที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการดำเนินการของสำนักงาน กสทช.เกี่ยวกับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรายการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ให้ความเห็นว่า อาจมีการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนั้นล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2566 พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำประธาน กสทช. ได้ลงนามในประกาศข่าวส่งถึงพนักงาน กสทช. ว่า ขณะนี้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ยังไม่ได้ลงนามยกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งตั้งนายไตรรัตน์เป็นรักษาการเลขาธิการ กสทช. และยังไม่ได้แต่งตั้งนายภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ รองเลขาธิการ กสทช.ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการแทนแต่อย่างใด ดังนั้น นายไตรรัตน์จึงยังคงดำรงตำแหน่งรักษาการอยู่พ.ต.อ.ประเวศน์ ระบุว่า มติบอร์ดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2566 ซึ่งเป็นข่าวเผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดความสับสน กระด้างกระเดื่อง และเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนและฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โดยไม่มีอำนาจและหน้าที่ในการออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยและรักษาการเลขาฯคนใหม่ หากปล่อยไปจะเกิดความเสียหาย เกิดความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายจนยากจะแก้ไข โดยภายใต้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ปี 2553 มาตรา 56 กำหนดให้สำนักงาน กสทช.อยู่ใต้กำกับดูแลของประธาน กสทช. ผู้มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเลขาธิการ โดยความเห็นชอบจากกรรมการ กสทช.