“รพี ชำนาญเรือ” ผู้ประสานงานเหยื่อ “นางแอม” เข้าพบ “ทนายเดชา” แต่งตั้ง เป็นทนายสู้คดีถูกแอมยื่นฟ้องหมิ่นประมาทยันสู้คดีเต็มที่ ฟ้องกลับแน่ถ้าศาลยก และเตรียมยื่นร้องสภาทนายความตรวจสอบมรรยาท “ทนายพัช” ตั้งคำถาม 10 ข้อ รวมถึงกรณี ขู่ฟ้องทั้งตำรวจ เหยื่อ และสื่อมวลชนด้วย ด้านทนายเดชา เผยไม่กังวลรูปคดี เพราะนายรพีพูดความจริง เตรียมซักถามแอมในศาลว่า ลงมือฆ่าก้อยจริงหรือไม่ ถ้าไม่ตอบข้อเท็จจริง จะประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำคดีทั้งหมดไปเป็นพยานในคดีแอมด้วย “รองโจ๊ก” ย้ำอีกครั้ง ไม่กังวลคณะทำงานถูกฟ้องเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ยันสำนวนแน่นหนา เชื่อมโยงผู้ต้องหาได้ทุกคน กำลังตรวจสอบใครเกี่ยวข้องเพิ่มเติมกรณีการสืบสวนคลี่คลายคดีนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาภรณ์ อายุ 36 ปี ก่อเหตุสะเทือนขวัญวางสารไซยาไนด์เหยื่อนับสิบราย เกี่ยวพันการกู้ยืมเงิน รับจำนำรถ จำนำที่ดิน และวงแชร์ เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ ถูกจับดำเนินคดีข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนรวม 15 คดี การสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานใกล้เสร็จสมบูรณ์ การตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบหลักฐานการโอนเงินเกี่ยวโยงไปถึงเว็บพนันออนไลน์ถึง 78 ล้านบาท มีการเล่นได้เสียสูงถึงวันละหลัก 10 ล้านบาท ทำให้ชุดทำงานเชื่อว่านางแอมก่อเหตุเนื่องจากเป็นหนี้พนันออนไลน์ นอกจากนี้จากการสืบสวนยังพบว่า น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือทนายพัช ทนายความของนางแอม ยังมีส่วนในการกลบเกลื่อนหลักฐานคดีฆ่า น.ส.ศิริพร หรือก้อย ขันวงษ์ อายุ 33 ปี ถูกออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว พร้อมขู่ฟ้องกลับทั้งตำรวจและสื่อมวลชนด้วยความคืบหน้าจากสำนักงานทนายคลายทุกข์ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 พ.ค. นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานเหยื่อคดีนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิ วุฒาภรณ์ ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมวางยาล้างหนี้ เผยว่า ตนถูกนางสรารัตน์ฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาที่ศาลอาญา ศาลนัดพิจารณาคดีวันที่ 1 มิ.ย. หลังตนกล่าวหาว่าแอมโกหกเจ้าหน้าที่ตำรวจจนหัวปั่นในรายการโหนกระแส มาปรึกษานายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา ให้คำแนะนำพูดคุยกันมาตลอด วันนี้ทำเอกสารมายื่นทนายเดชาตรวจสอบ เตรียมตัวสู้คดีเต็มที่ ไม่ได้มีความกังวลอะไร“แอมเป็นคนฟ้องมอบอำนาจให้ น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือทนายพัช แต่ผมจะร้องเรียน กับสภาทนายความ เรื่องผิดมรรยาททนายความของทนายพัช ประเด็นแรกคือ การใช้เทคนิคด้านกฎหมายให้ผมรับโทษทางอาญา 2.ทนายให้สัมภาษณ์ข่มขู่ตำรวจ 3.ให้สัมภาษณ์ไปหัวเราะไป 4.ให้สัมภาษณ์ว่าแอมเป็นเท้าแชร์หรือไม่ 5.ให้สัมภาษณ์เหมือนอยู่ในเหตุการณ์ 6.เหมือนเยาะเย้ยถากถางวิธีการทำงานตำรวจ 7.กล่าวหาว่าญาติอุปทานหมู่หรือไม่ 8.ถูกดำเนินคดีช่วยผู้ต้องหาทำลายหลักฐาน 9.ไม่เคยพูดแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียหาย และ 10.ขู่ฟ้องสื่อ ญาติ และตำรวจ” นายรพีกล่าวนายรพีกล่าวว่า น.ส.ธันย์นิชา หรือทนายพัช ไม่ตอบสื่อเรื่องรู้จักกับ น.ส.แก้วหรือไม่ ทั้งที่ควรต้องตอบได้เพื่อให้การเป็นประโยชน์ ควรกล้าพูดหากเป็นเรื่องจริง ส่วนตัวไม่เคยคุยกับ น.ส.แก้ว ส่วนคดีที่ถูกฟ้อง หากศาลพิจารณาตนไม่ผิดจะฟ้อง กลับนางแอมและทนายพัชทั้งคู่ด้านนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ กล่าวว่า ตนได้รับการแต่งตั้งให้ว่าความ ยื่นไปในสำนวนหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา มีเข้าข่าย 2 คำพูดว่า หลอกตำรวจ และหลอกตำรวจจนหัวปั่น อ้างสารวัตร พ.ต.ท.มานพ น้ำประสานไทย รอง ผกก.สส.สภ.บ้านโป่ง นางแอมให้การไม่ตรงกับความจริง เช่น ให้การว่าทิ้งกระเป๋าไว้ข้างบ้านเพื่อน แต่ความจริงไม่ใช่ อ้างว่าเอาไปทิ้งขยะ ตรวจสอบ ไม่พบ นางแอมใช้รถตัวเองสวมทะเบียน ทั้งที่พูดไปก่อนหน้านี้ว่ายืมรถเพื่อน“ส่วนกรณีการต่อสู้ทางคดี ไม่กังวล นายรพีเป็นคนบอกเรื่องจริง สามารถแก้ต่างให้นายรพีได้ โดยมีพยานหลักฐานคลิปเสียง ในวันที่มีการไต่สวนคดีดังกล่าวจะซักถามแอมว่า ลงมือฆ่าก้อยจริงหรือไม่ เนื่องจากแอมบอกว่าบุคคลที่อยู่ในคลิปไม่ใช่ตนเอง สิ่งที่เบิกความต้องมัดทุกคดี ถ้าไม่ตอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ผมจะประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีทั้งหมดเป็นพยานในคดีนี้ด้วย” ทนายเดชากล่าวทนายเดชากล่าวด้วยว่า นายรพีเป็นตัวแทนรับมอบอำนาจแม่ของก้อย ผู้เสียชีวิต เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ส่วนการที่ทนายพัชไล่ฟ้องผู้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีตนไม่กลัว เพราะไม่ใช่คู่กรณีและทราบว่าทนายพัชไปยื่นคำร้องที่ศาลอาญาว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.พร้อมพวก พูดจาข่มขู่ทรมานผู้ต้องหาให้รับสารภาพ เตรียมฟ้อง ม.157 และ พ.ร.บ.อุ้มหายฉบับใหม่แล้ว ทั้งที่การกระทำของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล พร้อมพวก ดำเนินการด้วยความถูกต้อง ส่วนเรื่องร้องมรรยาทเป็นเรื่องส่วนตัวของนายรพีจะเป็นผู้ร้องร่วมกับมารดา น.ส.ก้อย ผู้เสียหาย ในวันที่ 29 พ.ค. เวลา 10.00 น.ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เผยกรณีนางแอมให้ น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือทนายพัช ฟ้องร้องชุดคลี่คลายคดีแอมว่า เรื่องนี้ถือเป็นสิทธิของทนายที่จะฟ้องร้องได้ เพราะเขาทำหน้าที่ทนายความต่อสู้คดีให้กับแอม สามารถฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐได้ แต่ต้องดูว่าการฟ้องเหล่านี้อยู่บนข้อเท็จจริงหรือไม่ ถ้าการฟ้องหรือนำข้อมูลไปให้ศาล เป็นความเท็จก็จะมีความผิด ส่วนนี้ไม่ได้กังวลใจ หรือเสียสมาธิอะไร ขณะนี้หน้าที่ของพนักงานสอบสวนกำลังขึ้นโครงสำนวน และเร่งรัดให้เสร็จสิ้นภายในฝากขังครั้งที่ 3 คดีนี้สามารถฝากขังได้ 7 ครั้ง สำนวนมีความสมบูรณ์มาก มีความรัดกุมมากมัดตัวแอม แต่กำลังไล่ความเชื่อมโยงว่านอกจากแอมแล้ว ทนายความ และรอง ผกก.ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว มีความเชื่อมโยงใครอีก ยืนยันคดีนี้ไม่มีความกังวล