ผลการเลือกตั้งที่ออกมาคงมิใช่แค่ “2 ลุง” เท่านั้นที่ผิดหวังสำหรับความพ่ายแพ้ “เพื่อไทย” ก็อีกพรรคหนึ่งที่อยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกันเพราะจากที่วาดหวังว่าจะแลนด์สไลด์ได้ ส.ส.มากที่สุดได้เป็นรัฐบาลกุมอำนาจรัฐแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด“ทักษิณ” กลับบ้านอย่างเท่ๆตรงกันข้ามกลับไม่ได้เป็นไปเช่นนั้น มิหนำซ้ำยังได้คะแนนเป็นอันดับ 2 ไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล“อุ๊งอิ๊ง–เศรษฐา” ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั่นคงเป็นเพราะมิอาจต้านกระแสต้องการความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยที่มาแรงแซงโค้งกับการเมืองเก่าๆและความคิดเดิมๆ“ก้าวไกล” ที่ได้รับชัยชนะพุ่งขึ้นอันดับ 1 นั้นนอกจากความสดใหม่แล้วยังมีพัฒนาการที่สอดรับกับสภาพความเป็นจริงด้วยบริบทการสื่อสารที่ทันสมัยส่งต่อผ่านถึงกันได้อย่างรวดเร็วสามารถเข้าถึงง่ายๆจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำมาซึ่งชัยชนะการสร้างรูปแบบการบริหารและวางตัวผู้นำได้อย่างเหมาะกับสถานการณ์จึงสามารถแสดงออกได้อย่างเต็มที่“พิธา” สามารถพูดแสดงความเห็นได้อย่างอิสระภายใต้แนวคิดที่ผ่านมาจากกลุ่มผู้บริหารพรรค พูดคำไหนเป็นคำนั้นไม่ต้องผ่านหลายปากหลายผู้คนทำให้โดดเด่นและน่าเชื่อถือ...เป็นความต่างที่ไม่สลับซับซ้อนทำให้สื่อสารกับประชาชนได้อย่างรวดเร็วและชัดเจนไร้ข้อกังขาหรือความไม่น่าเชื่อถือแต่ประเด็นหลักๆที่มองข้ามไม่ได้ “เพื่อไทย” นั้นเป็นพรรคใหญ่แต่การบริหารอยู่ภายใต้การสั่งการในระบบครอบครัวหรือรูปแบบบริษัทยิ่งไปกว่านั้นด้วยสภาพที่เป็นจริงคือการคิดว่าเป็นใหญ่มีความพร้อมทุกอย่างจึงต้องทำอะไรที่ใหญ่ๆไว้ก่อนที่สำคัญก็คือไม่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชนส่วนใหญ่ยิ่งกว่านั้นสภาพสังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาให้ทันสมัยที่ชอบย้ำคิดย้ำทำว่า “เพื่อไทย” คือพรรคการเมืองแนวหน้าของฝ่ายเสรีประชาธิปไตยแต่ในความเป็นจริงแล้วใช่หรือ?เพราะจริงๆแล้วก็คือฝ่ายอนุรักษนิยมนี่แหละ เพียงแต่ยืนอยู่ตรงข้ามกับฝ่ายอนุรักษนิยมที่มีเนื้อหาไม่ต่างกันการได้ร่วมรัฐบาลโดย “ก้าวไกล” เชิญชวนนั้นก็เพราะความจำเป็นทางการเมืองที่ต้องการเสียงสนับสนุนเพื่อสู้กับอีกฝ่ายไม่ได้มี “อุดมการณ์” ที่มีเนื้อเดียวกันแม้แต่น้อยที่จะเป็นปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นก็คือการที่ก้าวไกลจัดทำเอ็มโอยูให้พรรคร่วมยอมรับในกติกานี้คงไม่ยอมกันง่ายๆ“เพื่อไทย” นั้นคงต้องการที่จะเข้าคุมกระทรวงสำคัญๆ เพราะมีนักการเมืองหลายคนที่จ้องอยู่แล้วจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งเป็นเบื้องต้นเชื่อว่าหากตั้งรัฐบาลได้แต่คงอยู่กันได้ไม่นานนัก!“สายล่อฟ้า”