การลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 มีความหมายต่อคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ใครจะเป็นนายกฯ หรือใครจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้น แต่มีความหมายกับประเทศไทย โดยเฉพาะ เสถียรภาพและความมั่นคง ของประเทศชาติในอนาคตที่ผ่านมาจะนับตั้งแต่ปี 2549 หลังการยึดอำนาจรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ความเชื่อมั่นของประเทศลดลง จากความขัดแย้งภายในและความไม่สงบทางการเมือง จนเกิดการยึดอำนาจอีกครั้งเมื่อปี 2557 สมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งในระหว่างปี 2549-2557 จนปัจจุบัน ไฟการเมือง คุกรุ่น อยู่ตลอดเวลาพร้อมที่จะถูกจุดขึ้นมาทุกเมื่อกันชนระหว่าง ประชาชน กองทัพ และนักการเมือง โดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ว่าจะเป็น รัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ กระบวนการยุติธรรมของประเทศ และสถาบันสูงสุด ถูกวิกฤติการเมือง บิดเบือนให้เกิดความเข้าใจผิด ทำให้ความขัดแย้งฝังรากลึก จากรุ่นสู่รุ่นขาดความสงบและสามัคคีในชาติเกือบจะถาวรไม่ว่านักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดก็ตาม ไม่ว่าจะมีเจตนาดีต่อประเทศและประชาชนแค่ไหนก็ตาม เมื่อลงมาสู่สนามการเมืองแล้ว กลับเต็มไปด้วย โคลน ที่สาดใส่กัน เพียงเพื่อชนะใจประชาชนเข้าสู่การมีอำนาจแต่ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะทำให้วิกฤติการเมืองยุติลงด้วยความเข้าใจและเสียสละของทุกฝ่าย ปลดแอกทิฐิ ทัศนคติส่วนตัวออกไปให้หมดวิกฤติ ประเทศจะคลี่คลายได้เสียทีทวิตเตอร์ Thaksin Shinawatra ทวีตข้อความไว้ดังนี้ “ผมขออนุญาตอีกครั้ง ผมตัดสินใจแล้วว่า จะกลับบ้านไปเลี้ยงหลานภายในเดือนกรกฎาคมนี้ก่อนวันเกิดผมครับ ขออนุญาตนะครับเกือบ 17 ปีแล้ว ที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว ผมก็แก่แล้วครับ”“ไม่ต้องกังวลว่าผมจะเป็นภาระพรรคเพื่อไทย ผมจะเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย และวันที่ผมกลับยังเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการของ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ ทั้งหมดคือการตัดสินใจของผมเองด้วยความรักผูกพันกับครอบครัว แผ่นดินเกิดและเจ้านาย”จุดนี้อาจถึงเวลาที่ประเทศต้องยุติความขัดแย้งทั้งหมด เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งเสียทีผลของการเลือกตั้ง คือการแสดงเจตนารมณ์ของประชาชน อยากได้พรรคใดพรรคหนึ่งมาบริหารประเทศ มาเป็นตัวแทนเป็นปากเป็นเสียง เป็นผู้แทนในสภา ที่กำหนดขั้นตอนเอาไว้ตามกติกาในรัฐธรรมนูญอยู่แล้วการเลือกตั้งคือจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยที่แท้จริง.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th