เอายังไง ต้องการอะไรกันแน่ ฉากซ้ำหนังเรื่องเดิม “อยากกลับบ้าน” อาการของ “โทนี่ ดูไบ” นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำเริบอีกครั้ง ในช่วงเวลาคาบลูกคาบดอก ประเทศไทยกำลังจะกาบัตรเลือกตั้งอีกไม่กี่วันข้างหน้าได้ยินแล้วไม่ตื่นเต้นเหมือนครั้งแรก และจำไม่ได้ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วครั้งนี้พูดชัดว่าจะกลับบ้านก่อนวันเกิดตัวเอง 26 ก.ค. เพื่อมาเลี้ยงหลานทั้ง 7 คน หลังจาก “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯและหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เพิ่งจะคลอด “น้องธาษิณ” เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ถามว่าเชื่อมั้ยก็ไม่แน่ใจเหมือนเดิม เพราะทุกครั้งที่ออกมาพูด ผลสุดท้ายก็ไม่ได้กลับ บางครั้งมีเหตุผลประกอบ แต่บางทีก็หายไปเฉยๆ มาครั้งนี้ต้องยอมรับว่ามีน้ำหนักจากถ้อยคำเปิดใจ “ผมจะเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย ทั้งหมดคือการตัดสินใจของผมเองด้วยความรักความผูกพันกับครอบครัว แผ่นดินเกิดและเจ้านายของเรา”ถึงไม่ติดคุกจริง แต่ความรู้สึกในใจอ้างว้างเหมือนติดคุกขนาดใหญ่มาตลอด 17 ปี รู้ว่าบ้านอยู่ไหน ครอบครัวความรักอยู่ที่ไหน แต่ไปหาไม่ได้ ทรมานแค่ไหนถามใจดูยอมติดคุกเพื่อแลกชีวิตที่เหลืออยู่ในประเทศไทย เมื่อดูปัจจัยแวดล้อม สถานการณ์การเมืองปัจจุบันแล้ว น่าเชื่อว่า “ทักษิณ” คงตัดสินใจแล้วจริงๆ เพราะมีสัญญาณบวกเกื้อหนุนหลายอย่างแต่แน่นอนว่าหนีไม่พ้นถูกตั้งข้อกังขาจากฝ่ายตรงข้าม หรือแม้แต่คนกลางๆ มองเป็นเกมการเมือง แฝงเล่ห์เหลี่ยมของนักการตลาดตัวพ่อมากกว่าตั้งข้อสงสัยว่าเป็นหมากแก้เกม หรือไม้ตายสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย เพื่อกู้คะแนนคืนจากที่เพลี่ยงพล้ำพลาดท่าให้พรรคก้าวไกลไปบานตะไทในห้วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมาอาจเป็นการทิ้งไพ่ชุดสุดท้าย เพื่อฉุดรั้งคะแนนของกลุ่มคนเสื้อแดง และฐานมวลชนให้อยู่ปักหลักภักดีกับพรรคเพื่อไทย ทำทุกวิถีทางเพื่อแลนด์สไลด์เพิ่มโอกาสเป็นรัฐบาลการขออนุญาตกลับบ้านตอนนี้ เป็นช่วงเดียวกับที่พรรคเพื่อนบ้าน “ก้าวไกล” กระแสแรงไปไกลสุดกู่ แม้กระทั่ง “อุ๊งอิ๊ง” ลูกสาวตัวเองที่คะแนนนำเหนือใครมาตลอดข้ามปี ยังโดนแซงปาดหน้า “ทิม” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯพรรคก้าวไกล แรงขึ้นมาจนเหลือเชื่อ ได้พลังมวลชนคนรุ่นใหม่ ที่ส่วนใหญ่ไม่ต้องจัดตั้ง เดี๋ยวจัดให้เอง คอยสนับสนุน จนแทบไม่ต้องทำอะไรมากกระแสสีส้มจึงฟีเวอร์ขั้นสุด จากวัยรุ่นฟันน้ำนมลามไปถึงกลุ่มฟันปลอม ยิ่งโลกโซเชียลไม่ต้องพูดถึง ถือเป็นตลาดที่มีวัยรุ่น สาวกค่ายสีส้มยึดครองทุกพื้นที่ พรรคอื่นที่ไม่ใช่ก้าวไกลเริ่มกลายเป็นของแปลก ไม่ว่ารายไหนรายนั้นไม่รอดโดนบูลลี่สักรายพรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อดับความร้อนแรงของก้าวไกล พร้อมดึงตัวเองกลับมาอยู่ในกระแส ดังนั้นต้องจับตาดูการขยับหมากถัดไปของ “โทนี่ ดูไบ” และจังหวะเคลื่อนของพรรคเพื่อไทยถ้านี่คือเกมการเมือง เพื่อไทยจะต้องพลิกเกม ปรับยุทธศาสตร์สู้กับพรรคเพื่อนบ้านแต่ถ้าคนแดนไกลออกมาพูดแล้วหายไป ไม่เดินเกมต่อ นั่นอาจหมายความว่าอยากกลับบ้านจนทนไม่ไหวจริงๆ ที่พูดออกมาคือความจริงสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจแค่นั้นแต่แน่นอนว่ายังไงการเคลื่อนไหวของ “ทักษิณ” ครั้งนี้ มีผลต่อการเมือง การเลือกตั้งแน่ แต่ดูแล้วตอนนี้มีผลกับพรรคการเมืองอื่นๆ มากกว่าพรรคเพื่อไทยสำหรับคนที่ตั้งใจจะเลือกพรรคก้าวไกล ก้าวข้ามคนชื่อ “ทักษิณ” ไปนานแล้ว และก้าวข้ามพรรคเพื่อไทยไปแล้วเช่นกัน แค่นี้ไม่มีผลอะไรให้เปลี่ยนใจแน่ แต่อานิสงส์อาจหล่นไปไกลข้ามฟาก ที่น่าจะได้ประโยชน์เต็มๆ คือพรรครวมไทยสร้างชาติ และ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและแคนดิเดตนายกฯพรรครวมไทยสร้างชาติเหมือนไปปลุกเสือหลับ สลิ่ม นกหวีด ให้ออกมาเคลื่อนไหวกาคะแนนให้ลุงแบบจำใจทั้งที่ก่อนหน้านี้ปันใจ เตรียมไปเลือกพรรคภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ในปีกรัฐบาลเก่าหมดแล้วอาจจำเป็นต้องไหลกลับไปรวมกันที่ “บิ๊กตู่” เพื่อแสดงออกให้เห็นถึงการคัดค้านการกลับเข้าประเทศของ “ทักษิณ” ที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม ยอมติดคุกประเดี๋ยวประด๋าว มันง่ายเกินไปมั้ยกระตุ้นมวลชนปีกขวาให้ย้อนกลับไปใช้บริการ “บิ๊กตู่” อีกครั้ง เพราะรวมไทยสร้างชาติคืออนุรักษ์นิยมตัวจริง ที่มั่นใจได้ว่าจะไม่ไปร่วมกับค่ายแดงหรือส้มแน่นอนถือเป็นโอกาสทองของพลพรรค “ลุงตู่” ที่กำลังนัวเนียย้อนรำลึกความขัดแย้ง กระตุกขวัญคนไทยจากประวัติศาสตร์การเมืองอันขมขื่น สยดสยอง โหนกระแสคนแดนไกลเข้าไปด้วยไม่ต้องนอนขนหัวลุก มโนความสงบต้องจบที่ “ลุงตู่” เจ้าเดียวเท่านั้น.ทีมข่าวการเมือง