นโยบายใหม่ๆที่หวังจะขายหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายไม่น่าจะหากินได้แล้วเนื่องจากเวลาจำกัดและผู้มีสิทธิ ลงคะแนนเก็บไปคิดเรื่องอื่นประกอบการตัดสินใจดีกว่าเรื่องใหม่ๆจึงมีเพียง 2 เรื่องเท่านั้น1.กระแส2.กระสุนพูดถึง “กระแส” นั้น ไม่ว่าการเลือกตั้งยุคสมัยใดก็ตามนั้นมีความสัมพันธ์อย่างแยกไม่ออกถึงที่สุดมีผลต่อการเลือกตั้งอีกด้วยวันนี้มี 2 กระแสที่ถูกปลุกขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่ไม่เปรี้ยงปร้างเท่าใดนักโดยทั้ง 2 ฝ่ายต่างเริ่มงัดออกมาใช้ฝ่ายเสรีนิยมทั้งเพื่อไทยและก้าวไกลประกาศชัดเจนไม่เอา “2 ลุง” เพราะเป็นตัวแทนของผู้มีอำนาจที่ต้องการ “ต่อท่อ” ผ่านทางรวมไทยสร้างชาติและพลังประชารัฐโดยมี 250 ส.ว.เป็นกลไกผ่านรัฐธรรมนูญที่สามารถยกมือโหวตตั้งนายกรัฐมนตรีได้ถือเป็น “ไม้ตาย” ที่ไม่ต้องออกแรงอะไรก็สามารถหยิบขึ้นมาใช้ได้ยุทธศาสตร์สร้างกระแสนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อย “แรง” พอที่จะทำให้เกิดความคล้อยตามเท่าใดนักเพราะเป็นกระแสเก่าอีกทั้ง 2 พรรคในขั้วนี้คือ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” ยังไม่ตกผลึกที่จะสร้างความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันได้เพราะยังติดในความเป็นหนึ่งของขั้วนี้“กระสุน” ไม่ว่าขั้วซ้ายหรือขวาต่างก็มีความจำเป็นที่ต้องใช้เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึง “มวลชน” ที่จะกาบัตรให้ไม่ว่า “บ้านใหญ่-บ้านใหม่” เริ่มที่จะปูพรมด้วยการสู้กันด้วยจำนวนมากน้อยเพื่อเพิ่มแรงจูงใจเกทับกันจนกว่าอีกฝ่ายจะรามือไปโค้งสุดท้ายนี่แหละสำคัญนักใครยิงแม่นก็ชนะไปเรื่อง “กระแส” นั้น ฝ่ายขวาอนุรักษนิยมกำลังเริ่มปูพรมสาดใส่เพื่อไทย-ก้าวไกลเพื่อชี้ให้เห็นว่าถ้าหาก 2 พรรคนี้เป็นรัฐบาลมีอำนาจขึ้นบ้านเมืองที่เคยสงบร่มเย็นจะร้อนขึ้นมาทันทีพรรคหนึ่งโกงกินจนประเทศจะวอดวายพรรคหนึ่งเป็นพวก “ชังชาติ” บ้านเมืองไม่มีความสงบความพยายามที่จะสร้างกระแสนี้จะถูกปล่อยให้หนักขึ้นไปจนถึงวันสุดท้ายและถ้าจุดติดด้วยการสร้างวาทกรรมที่แสดงให้ภาพความเลวร้ายจุดติดเมื่อใดก็เมื่อนั้น...ว่าไปแล้วพฤติกรรมการหาเสียงชิงคะแนนนั้นถือเป็นเรื่องปกติในการเลือกตั้งอยู่ที่ว่าฝ่ายไหนจะทำให้คนลงคะแนนเชื่อหรือศรัทธานั่นคือความสามารถ...มีการพูดถึงรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ แม้จะสวนทางกับสิ่งที่ควรจะเป็นเพราะหากเลือกหนทางนี้จะเกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นมาได้แต่ความจริงทางการเมืองไม่มีกฎกติกาหรือมาตรฐานอะไรมารองรับได้ เพราะเมื่อมีช่องทางก็ย่อมมีคนพยายามเล็ดลอดไปให้ได้นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้หลังเลือกตั้ง!“สายล่อฟ้า”