“บิ๊กตู่” ขอพรพระให้เลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม “พีระพันธุ์” ให้เลือกจะเอาเป๋าเงินวอลเล็ตหรือบัตรคนจน “เศรษฐา” เชื่อนโยบายถูกใจประชาชน พร้อมแจงไม่มีท้อ ให้ประชาชนชี้ขาด 14 พ.ค. “เจ๊เบียบ” ปลุกเมียหลวงเมียน้อยช่วยแลนด์สไลด์ “สมชัย” ชี้ประชานิยม พปชร.ถลุง มากสุด “จุรินทร์” ฉะแจกสะบัดไม่พ้นต้องรีดภาษี “ผู้กอง” โวย “เสธ.คนดัง-เจ๊ ล.” เล่นตุกติก ลั่นทหารถ้าไม่กลับกรมกองเจอกัน “เสธ.หิ” รีบออกตัวใครจะกล้าขู่เพื่อน ท้าไปแจ้งความ แฉ กกต.ดอดทัวร์นอกพร้อมกัน 6 คน วิจารณ์แซ่ดไม่เหมาะสม ละเลงงบฯ “เสรีพิศุทธ์” ยุฟ้อง กกต.ทำงานบกพร่อง เผยยอดลงทะเบียนใช้สิทธิล่วงหน้า 2.3 ล้านคน ป.ป.ช.เปิดกรุ “ชัช” รวยทะลุพันล้าน “กำนันป้อ” ปล่อยลูกกู้ 345 ล.วันเลือกตั้งใกล้เข้ามาทุกขณะท่ามกลางปัญหาความไม่พร้อมในกระบวนการจัดการของ กกต. ล่าสุดมีการเปิดเผยว่ากรรมการ กกต. 6 คน พากันพร้อมใจไปตรวจดูการเตรียมการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายใน กกต. ถึงความเหมาะสมและต้องใช้งบประมาณสูง “บิ๊กตู่” นำทำบุญสงกรานต์เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 12 เม.ย. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2566 ร่วมพิธีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ โดยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรวิทยาราม ประธานสงฆ์ และมีพิธีสรงน้ำพระ สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณี มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาทิ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและ รมว.พลังงาน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ นายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม นายอนุชา นาคาศัย รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายธนกรวังบุญ คงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ผู้บริหารส่วนราชการทำเนียบรัฐบาล ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ร่วมพิธีขอเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมพล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จพิธีว่า ขอพรพระให้บ้านเมืองสงบปลอดภัย นำไปสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และยุติธรรม รวมถึงได้รัฐบาลที่ดีอย่างที่ทุกคนต้องการ ประเทศชาติจะได้ก้าวหน้า แต่ไม่ใช่เดินหน้า 2 ก้าว ถอยหลัง 2 ก้าว ต้องคิดใคร่ครวญให้ดี จะรักใครชอบใครในทางการเมืองก็ว่ากันไป ดูว่าเราจะได้อะไร จะเสียอะไรในวันข้างหน้า อยากให้ปีใหม่นี้มีอะไรที่ดีสัมฤทธิผลมากกว่าปีเก่าไปเรื่อยๆ พรใดดีเลิศพรใดประเสริฐ ถ้าเราทำตัวทำใจให้พร้อมที่จะรับสิ่งเหล่านี้ มันก็จะเข้ามาอยู่ในตัวเรา ทุกคนพร้อมจะมีโชคอยู่แล้ว แต่ถ้าเราทำไม่ดี คิดไม่ดี จะไม่ได้รับพรเหล่านี้ และขอให้สนใจภูมิภาคกันบ้าง ไม่ใช่สนใจแต่เรื่องใกล้ตัวหรือการเมือง สนใจรอบบ้านบ้างว่ามีอะไรเกิดขึ้น มีความขัดแย้งตรงไหนบ้าง ทะเล บนบก รวมถึงภูมิภาคอื่นๆ ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาทำแต่การเมืองให้นึกถึงคุณูปการทหารบ้างนายกฯกล่าวว่า วันสงกรานต์เราอย่าพูดถึงสิ่งที่ไม่ดี ขอให้เดินทางด้วยความปลอดภัยและกลับไปอย่างมีสติ เจ้าหน้าที่ทุกคนช่วงนี้เหน็ดเหนื่อย 4-5 วันไม่ได้พัก ต้องตั้งจุดตรวจ เหมือนทหาร 3-4 หมื่นนายที่อยู่ชายแดนทั้งหมด ไม่ได้กลับบ้าน นี่คือความสำคัญจะต้องมีทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายพลเรือน ตำรวจและทหาร ต้องมีถึงจะอยู่กันได้ ขาดส่วนหนึ่งส่วนใดไปไม่ได้ นึกถึงเขาบ้าง ถ้าเราไม่มีทหารจะอยู่กันอย่างไร วันนี้ข้างในปลอดภัยได้ก็เพราะทหารปกป้องชายแดนไว้ให้เราลูกหลานเราทั้งนั้น ให้นึกถึงเขาบ้าง ไม่ว่าจะศาสนาใด เชื้อชาติใด เป็นคนไทยทั้งสิ้น อยู่บนแผ่นดินไทยต้องรักกัน เมื่อถามว่ามือนายกฯหายดีแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ชูมือขวาที่ฝ่ามือติดปลาสเตอร์ปิดแผล พร้อมกล่าวว่า “ดีขึ้นเยอะแล้ว เอาปลาสเตอร์ปิดกันเชื้อโรคไว้ ยังเจ็บที่แผลอยู่บ้างเพราะผ่ายาว” เมื่อถามว่าจะไปรดน้ำอวยพร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า อวยพรไปหมดแล้ว เดี๋ยวจะไปกราบท่านที่บ้าน“พีระพันธุ์” ปัดตั้งเป้า 100 ที่นั่งขณะที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวภายหลังเข้าสักการะพระภูมิเจ้าที่และศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ว่า เรื่องการลงพื้นที่หาเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมในการขึ้นเวทีปราศรัยแต่ละภาค ส่วนการขึ้นเวทีดีเบตขึ้นอยู่กับความเหมาะสม พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้พิจารณาเอง เมื่อถามถึงผลการทำโพลของ รทสช.ที่ผลออกมากระแสดี นายพีระพันธุ์ตอบว่า ก็ดี ส่วนที่ตั้งเป้าจะได้ ส.ส. 100 ที่นั่งนั้น ส่วนตัวไม่เคยกำหนดตัวเลข แต่ทำให้ได้เยอะที่สุดให้เลือก “วอลเล็ต-บัตรคนจน”เมื่อถามว่านโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลของพรรคเพื่อไทย อาจกระทบทำให้ยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง นายพีระพันธุ์ตอบว่า ประชาชนต้องพิจารณา มันไม่ใช่ว่าได้ไปหมด มีทั้งได้และเสีย ถ้าได้อันนี้มันต้องไปตัดอีกเยอะ ที่สำคัญได้จริงหรือไม่ และรูปแบบของเงินทำให้กระทบต่อภาวะความเชื่อมั่นระหว่างประเทศเรื่องค่าเงินบาทด้วยหรือไม่ เมื่อถามถึงควันหลงเวทีปราศรัยในกรุงเทพฯที่พูดถึงชังชาติ มีบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตในทางลบ นายพีระพันธุ์ตอบว่า ความคิดแต่ละคนแตกต่างกัน ตามสุภาษิตคับที่อยู่ง่ายคับใจอยู่ยาก ถ้าใครอึดอัดใจที่ไหนก็อยู่ไม่ได้ ถ้าอึดอัดก็อย่าอยู่ แค่นั้นเอง พูดไปตามสุภาษิต เมื่อถามว่า รทสช. เตรียมจับขั้วรัฐบาลไว้หรือไม่ นายพีระพันธุ์ตอบว่า ไม่มี ไม่เคยทำแบบนั้น เมื่อถามถึงความชัดเจนที่ไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล นายพีระพันธุ์ตอบว่า ไม่ได้พูดถึงพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่พูดเสมอว่าพรรคที่ทำงานด้วยกันได้ต้องมีหลักการและอุดมการณ์เดียวกัน คือชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประโยชน์ประชาชนเท่านั้นวางคิวปราศรัย “ลุงตู่” ทั่ว ปท.นายธนกร วังบุญคงชนะ กรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค รทสช. กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ รทสช. ว่า ได้ข้อสรุปว่าหลังสงกรานต์จะเดินสายหาเสียงพบปะประชาชนในรูปแบบเวทีหลัก และเวทีรอง เวทีหลัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯ รทสช. จะนำปราศรัย ซึ่งคิวปราศรัยค่อนข้างเต็ม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ยกเว้น จ.ตรัง และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีข้อจำกัดด้านความมั่นคง อาจใช้เวลากลางวันโดยขึ้นรถแห่ ส่วนภาคกลาง จ.เพชรบุรี ชลบุรี กทม. ภาคอีสาน จ.อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น ภาคเหนือ จ.พิษณุโลก เชียงใหม่ คณะกรรมการแต่ละภาคนำเสนอต่อหัวหน้าพรรค รทสช. แล้ว ต้องหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ถึงความเหมาะสมว่าจะลงพื้นที่ไหนบ้าง ทั้งนี้ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษา รทสช. นำเสนอว่าให้นอนค้างคืนในจังหวัดที่ใกล้เคียงกัน เช่น ไป จ.สงขลา ที่ใกล้ จ.นครศรีธรรมราช ควรต้องนอนหนึ่งคืนหรือไม่ รุ่งเช้าจะได้พบปะประชาชน และตอนเย็นก็ไปปราศรัยอีกที่หนึ่งปรับแผนหาเสียงเขตภาคใต้นายธนกรกล่าวว่า ส่วนการหารือกับแกนนำพรรคในหลายภาคพบว่า คะแนนความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคใต้ ผู้สมัครในพื้นที่ยังไล่ตามคะแนน พล.อ.ประยุทธ์ไม่ทัน ดังนั้น ต้องปรับยุทธศาสตร์หาเสียงผู้สมัครต้องไปเนื้อเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เช่น ปรับป้ายหาเสียงให้เลือกทั้งคนทั้งพรรค นอกจากนี้ ยังเสนอหัวหน้าพรรคให้ตั้งทีมโฆษกพรรค ที่มีคนรุ่นใหม่ รุ่นเก่า มีความเชี่ยวชาญแต่ละด้านผสมผสานกันไป เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไปร่วมเวทีดีเบตหรือไม่ นายธนกรตอบว่า ได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์บ้าง ท่านขอดูก่อน คิดว่าช่วงโค้งสุดท้ายไม่แน่ แต่ตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์เปิดให้สัมภาษณ์สื่อแต่ละสำนัก “ชัยวุฒิ” โยน พท. แก้ ม.112 ไหมนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ยืนยันจะไม่จับมือกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายหรือแนวคิดการแก้ไขมาตรา 112 นายชัยวุฒิตอบว่า พปชร.มีจุดยืนทางการเมืองชัดเจน หากพรรคไหนเสนอนโยบายแก้มาตรา 112 ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร คงไม่สามารถร่วมงานกันได้อยู่แล้ว นี่เป็นแนวหลักการไม่ได้มีอคติหรือความขัดแย้ง เมื่อถามว่า ทำไมจึงตัดโอกาสร่วมงาน ทั้งที่พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้แสดงความชัดเจนมาตรา 112 นายชัยวุฒิตอบว่า ตอบไม่ได้ ต้องไปถามพรรคเพื่อไทย พูดในหลักการ เมื่อถามว่าอุณหภูมิการเมืองจะร้อนแรงขึ้นหรือไม่ นายชัยวุฒิตอบว่า ตอนนี้น่าจะร้อนถึงจุดสุดยอดแล้ว ฝากประชาชนตัดสินให้ดีว่าอนาคตบ้านเมืองจะไปทางไหน ไม่ใช่ดูเฉพาะนโยบายพท.ถกผู้ประกอบการประมงเวลา 09.30 น. ที่ศาลหลักเมืองสมุทรสาคร นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร ทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย นายอุดม กันม่วง นายบุญมี นิลถนอม นายประยงค์ นอบน้อม เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาฤกษ์เอาชัยเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชน ต่อมานายเศรษฐาและคณะเดินทางไปยังสมาคมการประมงสมุทรสาคร เพื่อรับฟังปัญหากลุ่มผู้ประกอบการประมง นายเศรษฐากล่าวว่า ปัญหาของผู้ประกอบการประมงเป็นเรื่องใหญ่ เราจะทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ หากได้เป็นรัฐบาลจะเป็นตัวแทนชาวประมงเจรจาการค้าดูแลผู้ประกอบการการประมง จากนั้นได้เดินทักทายประชาชนที่ตลาดมหาชัยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเจ้าอาวาสวัดบ้านแหลมให้พรต่อมานายเศรษฐาและคณะเดินทางต่อไปยัง จ.สมุทรสงคราม ช่วย น.ส.ณิชาภา โกวิทานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคเพื่อไทย หาเสียง จุดแรกเป็นที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร (วัดบ้านแหลม) สักการะหลวงพ่อบ้านแหลม กราบนมัสการพระสมุทรวชิรโสภณ เจ้าอาวาสวัดบ้านแหลม ได้ให้พรนายเศรษฐาว่า “กุศลเจตนาที่จะทำเพื่อประเทศชาติ ขอให้สำเร็จบรรลุผล ตามที่มุ่งมาดปรารถนา” พร้อมมอบวัตถุมงคลเป็นหลวงพ่อวัดบ้านแหลม พร้อมทั้งเอ่ยทักทายนายพานทองแท้ว่า “นี่ลูกนายทักษิณใช่ไหม” จากนั้นนายเศรษฐาและคณะเดินเท้าต่อไปยังตลาดร่มหุบ พบปะประชาชน ได้รับการตอบรับที่ดีมีประชาชนเข้ามามอบดอกไม้ และขอถ่ายภาพกับนายเศรษฐาและคณะอย่างอบอุ่น ก่อนเดินทางไปยังสหกรณ์ประมงแม่กลอง เพื่อรับฟังปัญหาของผู้ประกอบการประมง14 พ.ค. ตัดสินกระเป๋าเงินวอลเล็ตนายเศรษฐาให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงการคลังชี้แจงต่อ ครม. ว่างบประมาณปี 67 หากหักงบประจำและงบต่อเนื่องแล้ว จะเหลืองบฯราว 2 แสนล้านบาท ว่า เราต้องมาปรับปรุงกันในเรื่องของการหารายได้งบที่เหลือ 2 แสนล้านบาท ยืนยันไม่เป็นปัญหา เมื่อถามว่าทั้งกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย มองว่าโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัลจะได้ไม่คุ้มเสีย นายเศรษฐาตอบว่า ทุกภาคส่วนเป็นห่วง แต่เรามั่นใจในนโยบายของเราว่าถูกต้องและโดนใจประชาชน ที่เป็นห่วงว่าจะใช้งบฯมากเกินไปนั้น บางพรรคที่ให้ต่อเดือนทั้งปีเมื่อคูณ 4 ปีเข้าไปอาจใช้งบฯมากถึง 7-8 แสนล้านบาทแล้ว แต่คิดว่าทำเช่นนั้นเป็นการหยอดน้ำข้าวต้ม ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจแบบที่เราอยากให้เป็น เพราะประชาชนเดือดร้อนกันมานาน เขาต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ วิธีที่เราใช้เป็นวิธีที่เราคิดมาแล้วว่าหาเงินได้ ผลตอบแทนกลับมาในรูปแบบภาษีก็ชัดเจน ไม่อยากไปเทียบนโยบายกับพรรคอื่น หน้าที่เราคือกระจายนโยบายดีๆให้พี่น้องประชาชนทราบ ให้พี่น้องประชาชนตัดสินกันวันที่ 14 พ.ค.ลั่นพร้อมเดินหน้าแจงไม่มีท้อเมื่อถามว่าหากโครงการนี้สะดุดจะมีโครงการอื่นมาเทียบเคียงหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า มีอยู่แล้ว เรามั่นใจว่านโยบายเราดีมีประโยชน์ต่อประชาชน วันที่ 14 พ.ค. ขอให้เข้าคูหากาพรรคเพื่อไทย เมื่อถามว่าโครงการนี้จะได้ภาษีกลับมาเพียงพอหล่อเลี้ยงโครงการต่อไปหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ยืนยันว่าอัตราการเก็บภาษีเท่าเดิม เม็ดเงินที่ได้เข้ามาจากการที่ห้างร้าน SME ภาคอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากรายได้สูงขึ้น ยืนยันว่าไม่ได้ขึ้นภาษี เราคิดไว้หมดแล้วว่าหากเราเก็บภาษีเท่าเดิมจะได้รายได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ตามที่เคยมีการชี้แจงไป และเงิน 10,000 บาทนี้ไม่มีการหักภาษีใดๆ อย่าให้ใครเบี่ยงเบนความจริง เมื่อถามว่าแปลกใจหรือไม่ว่าทำไม กกต. ถึงเพ่งเล็งพรรคเพื่อไทยเป็นพิเศษ นายเศรษฐาตอบว่า “ไม่ครับ ท่านทำตามหน้าที่ เราเคารพการตัดสินใจและการทำงานขององค์กรอิสระ ไม่มีปัญหา ยืนยันว่าพร้อมจะชี้แจงตลอด” เมื่อถามว่ายังไหวที่จะชี้แจงเรื่องนี้หรือไม่ นายเศรษฐายกแขนซ้ายเบ่งกล้าม พร้อมยิ้มที่มุมปากกล่าวว่า “ยังไหวครับ ไม่มีปัญหาครับ แข็งแกร่งครับ สู้”“เจ๊เบียบ” ปลุกพลังเมียช่วย พท.ช่วงเช้า ที่ จ.นครพนม นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช แกนนำครอบครัวเพื่อไทย พร้อมนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำทีมเสื้อแดง-กางเกงแดง เดินพบปะประชาชนในตลาดสดเทศบาลเมืองนครพนม นั่งซาเล้งตระเวนหาเสียงช่วยนางมนพร เจริญศรี ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 2 นางระเบียบรัตน์กล่าวว่า นครพนมเหมือนบ้านเกิดเนื่องจากนายเสริมศักดิ์ สามี เป็นอดีต ผวจ.นครพนม ตนและครอบครัวสนับสนุนพรรค พท.มาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย เจอสถานการณ์วิกฤติการเมืองมาหลายรูปแบบ ทั้งปฏิวัติรัฐประหาร เลือกตั้งครั้งนี้ยังต้องสู้กับ ส.ว. 250 เสียงที่มาจากเผด็จการ วันนี้นอกจากพี่น้องประชาชนและแกนนำเสื้อแดงยังไม่พอ ต้องเพิ่มทีมกางเกงแดงเข้าไปอีก เป็นสัญลักษณ์ที่ต้องระดมพลังทุกภาคส่วนสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นทีมเมียหลวงเมียน้อย ถึงเวลาแล้วที่ต้องแสดงพลังเลือกพรรค พท. สำคัญที่สุดต้องแลนด์สไลด์ถึงจะล้มอำนาจเผด็จการไม่ให้ 3 ป.กลับมามีอำนาจได้ เพราะ 8 ปีพิสูจน์แล้วว่า รัฐบาลบริหารล้มเหลวประชานิยม พปชร. ถลุงมากสุดวันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “รวมประชานิยม ใครจ่ายมากกว่าใคร ใครจะให้อะไรมากกว่านี้ ลุงป้อม 700 เติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาทต่อเดือน 14 ล้านคน ตกปีละ 116,600 ล้านบาท 4 ปี 466,400 ล้านบาท เพื่อไทยเติมเงิน 10,000 บาท ใส่กระเป๋าเงินดิจิทัลให้คนอายุ 16 ปีขึ้นไป 54 ล้านคน ให้ครั้งเดียว 540,000 ล้านบาท ลุงตู่ 1,000 เติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1,000 บาทต่อเดือน 14 ล้านคน ตกปีละ 168,000 ล้านบาท 4 ปี 672,000 ล้านบาท เสรีรวมไทย บำนาญประชาชน 65 ปีขึ้นไป เดือนละ 3,000 บาทต่อเดือน 8.3 ล้านคน ตกปีละ 298,800 ล้านบาท 4 ปี 1,195,200 ล้านบาท ก้าวไกล ไทยสร้างไทย บำนาญประชาชน 60 ปีขึ้นไป เดือนละ 3,000 บาท 12 ล้านคน ตกปีละ 432,000 ล้านบาท 4 ปี 1,728,000 ล้านบาท พลังประชารัฐ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 60 ปี 3,000 บาท 70 ปี 4,000 บาท 80 ปี 5,000 บาท 4 ปี คิดไม่ ออกแล้วว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ แต่มากกว่า 2 ล้านล้านบาท หรือนโยบายเดียวเท่ากับ 4 เท่าของนโยบาย 10,000 บาท เพื่อไทยสรุปเพื่อไทยเด็กๆ” “ผู้กอง” โวย “เสธ.คนดัง” ตุกติกขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา และประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “มีผู้นำทั้งท้องถิ่น ท้องที่ ตั้งแต่ อบจ. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน (ในพื้นที่ เขต 3) มารอพบที่บ้าน เกิดความวิตกกังวลในความปลอดภัยหลังถูกเรียกเข้าไปบ้านใหญ่ “เจ๊ ล.” ขาใหญ่ อ.ปง พี่สาวผู้สมัคร ส.ส.พะเยา เขต 3 พรรคการเมืองหนึ่ง ที่ตอนนี้ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลกร่าง ผู้นำท้องถิ่นเล่าให้ฟังว่าบ้านเจ๊ ล. มีกองกำลังทหารเกือบ 1 หมวด พกอาวุธ (ปืนสั้น) ภายใต้การควบคุมของ “เสธ. น.” (ลูกน้อง เสธ.นอกราชการคนดัง) ข่มขู่ว่าจะจัดการขั้นเด็ดขาดหากไม่ช่วยผู้สมัครรายนี้จะใช้กองกำลังทหารค้นบ้านผู้นำทุกรายที่เห็นต่าง”ลั่นถ้าไม่กลับกรมกองเจอกันร.อ.ธรรมนัสระบุอีกว่า “พี่น้องทหารทั้งหลายครับ ผมจบมาจากโรงเรียนนายร้อย จปร. ชีวิตผมผ่านอะไรมามากมาย พี่น้องอย่าเอาอนาคตการเป็นชายชาติมาทิ้งที่พะเยาเลย การที่พี่ๆน้องๆทหารเข้ามาในพื้นที่บ้านเกิดผม และมาข่มขู่พี่น้องชาวพะเยาของผม มันมากไปแล้ว จะไม่ยอมปล่อยให้พวกคุณทำอย่างนี้อีกแน่นอน ให้รีบกลับกรมกองต้นสั่งกัดด่วน ก่อนที่อนาคตรับราชการจะหมดไป ผมมีรายชื่อและต้นสังกัดของพวกท่านหมดแล้ว และวันนี้ผมสั่งให้แนวร่วมภาคประชาชนเก็บข้อมูลหลักฐาน เพื่อทำรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นต่อไป ผมให้โอกาสพี่น้องทหาร หากไม่เชื่อก็อย่ามาโทษกันภายหลัง พวกเราคนพะเยาจะไม่ยอมให้ผู้ใดชักศึกเข้าบ้าน”“เสธ.หิ” ออกตัวใครกล้าขู่เพื่อนด้านนายหิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้ ไปเกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 11 เม.ย. เดินทางไปที่ จ.เชียงราย ไปเตรียมหาเสียง และนั่งรถลงพื้นที่ไป จ.พะเยา เพื่อไปพบกับผู้สมัครของพรรค รทสช. เพียงแค่ 30 นาที ก่อนการดีเบต หลังจากดีเบตได้คุยกับผู้สมัคร ส.ส. และไปที่บ้านผู้สมัคร ส.ส. เพื่อพูดคุยวางแผนหาเสียง จากนั้นเดินทางกลับมานอนที่ จ.เชียงราย “ผมก็ได้ข้อความไลน์จาก ร.อ.ธรรมนัสส่งมาต่อว่า ก็ได้ปฏิเสธไปว่าไม่เคยทำ และให้ไปแจ้งความ เพราะไม่คิดจะทำอะไรโง่ๆแบบนั้นอยู่แล้ว ผมไม่มีเวลาจะไปไหนเลย จะไปขู่ใครได้ แล้วใครจะไปกล้าขู่คนของท่าน ร.อ.ธรรมนัส ผมก็เป็นเพื่อนท่านไม่เป็นไรปล่อยให้ว่าไป”ปชป.โอ่ไม่หวือหวาแต่รับผิดชอบช่วงสายที่ชุมชนหมู่บ้านเสนานิเวศน์ เขตลาดพร้าว กทม. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์หลังนำคณะช่วย น.ส.ปราณี เชื้อเกตุ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตสายไหม-บางเขน-ลาดพร้าว หาเสียง ถึงกรณี กกต.ขอให้ทุกพรรคชี้แจงที่มาของเงินที่ใช้ในนโยบายหาเสียงว่า พรรคได้ส่งรายละเอียดนโยบาย พร้อมแจกแจงที่มาและรายละเอียดตามเงื่อนไข กกต.ทุกอย่าง อยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบที่ต้องทำได้จริง ไม่ได้ออกนโยบายหลอกล่อเอาคะแนนเสียงจากประชาชน เราเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่มีนโยบายชัดเจน สร้างเงิน และหาเงินให้ประเทศ ไม่อยากเห็นการแจกเงินอย่างเดียวโดยไม่รับผิดชอบ สุดท้ายกรรมไปตกกับประชาชนฉะแจกสะบัดไม่พ้นต้องรีดภาษีนายจุรินทร์กล่าวอีกว่า เป็นคนสอบถามกับ ธปท. สภาพัฒน์ สำนักงบประมาณ และหน่วยงานเศรษฐกิจที่เข้าชี้แจง ครม. เกี่ยวกับงบประมาณปี 2567 จะเหลือวงเงินขับเคลื่อนนโยบายเท่าใด ได้คำตอบว่าไม่เกิน 2 แสนล้านบาท นโยบายแจกเงิน 4-5 แสนล้านบาท จะไปหาเงินมาจากไหน สุดท้ายต้องขึ้นภาษีหรือต้องไปกู้เงินมาเพื่อสนองนโยบายพรรคการเมือง สิ่งเหล่านี้ยังต้องผ่านอีกหลายด่าน ตนพูดอยู่บนพื้นฐานความจริงทั้งหมด เราต้องการอนาคตที่ยั่งยืนหรือต้องการอนาคตที่หวือหวา แล้วไปตายเอาดาบหน้า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องดำเนินการอย่างเที่ยงธรรม ทั่วถึง เท่าเทียม ไม่ใช่เลือกปฏิบัติเฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือละเว้นพรรคใดพรรคหนึ่ง เป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่ กกต.ต้องดำเนินการ “ชวน” กรีดคอร์รัปชันเต็มเมืองที่ จ.เพชรบุรี นายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยทีมผู้สมัคร ส.ส.เพชรบุรี พรรค ปชป. ได้แก่ นายอลงกรณ์ พลบุตร นายกัมพล สุภาแพ่ง นายอภิชาติ สุภาแพ่ง หาเสียง โดยนายชวนได้สรงน้ำพระ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ที่วัดมหาธาตุวรวิหาร และรับพรจากเจ้าอาวาส พระครูวาทีวรวัฒน์ เดินทักทายประชาชนและขึ้นรถแห่ตระเวนในตลาดเทศบาลเมืองเพชรบุรี มีประชาชนให้การต้อนรับมอบดอกไม้ พวงมาลัย ผลไม้ ข้าวแช่ ขนมหวานเมืองเพชร ให้ตลอดเส้นทาง นายชวนกล่าวปราศรัยว่า เป็นนายกฯสมัยแรกพร้อมกับนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ได้เป็น ส.ส.เพชรบุรี ครั้งแรก ส่งเสริม จ.เพชรบุรีเป็นเขตส่งเสริมการลงทุนพิเศษเขต 3 ทำให้มีการลงทุน สร้างงาน สร้างอาชีพเกิดขึ้นมาก ปัจจุบันน่าเป็นห่วงมากต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่รุนแรงขึ้น ก่อนหน้านี้มีคนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง แต่จริงๆกลับเป็นยุคโกงปราบรัฐธรรมนูญ ประชาชนร่วมแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันได้ด้วยการสนับสนุนนักการเมืองที่สุจริตเผยบางพรรคจับมือตั้งรัฐบาลจากนั้นนายชวนเดินทางไปช่วยนายมนตรี ปาน้อยนนท์ ผู้สมัคร ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ หาเสียงที่เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ก่อนขึ้นรถแห่ปราศรัยรอบเมืองประจวบฯ และเขตเทศบาลตำบลคลองวาฬ นายชวนกล่าวว่า ขณะนี้มีบางพรรคจับมือกันล่วงหน้าเพื่อจัดตั้งรัฐบาลแล้ว แต่ประชาธิปัตย์ต้องรอผลการเลือกตั้ง และต้องเร่งหาเสียงให้เต็มที่ เนื่องจากผลสำรวจคะแนนนิยมและการหยั่งเสียง ยังไม่เป็นที่น่าพอใจแฉ 6 กกต.ดอดดูงานเมืองนอกผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ขณะนี้เหลือเวลาอีกเดือนเศษ จะถึงวันเลือกตั้งตามไทม์ไลน์ วันที่ 14 พ.ค. ท่ามกลางบรรยากาศที่ทุกพรรคการเมืองลงพื้นที่หาเสียงทั่วประเทศ พร้อมออกสารพัดนโยบายขายฝัน บางพรรคออกนโยบายที่ใช้เงินจำนวนมาก กระทั่งมีผู้ยื่นร้องเรียนเร่งให้ กกต.ตีความวินิจฉัย และยังมีปัญหาติดขัดในกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่ไม่พร้อม แต่กลับมีรายงานว่า กกต. 6 คน ไม่ได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศ ทยอยเดินทางไปดูการเตรียมการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. เช่น นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ และนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี เดินทางไปประเทศฮังการีและสโลวะเกีย นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ไปแอฟริกาใต้ นายปกรณ์ มหรรณพ เดินทางไปประเทศเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ไปสหรัฐอเมริกา และนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ไปนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย จะทยอยเดินทางกลับมาวันที่ 14 เม.ย. และมีกำหนดนัดประชุม กกต.ครั้งต่อไปวันที่ 25 เม.ย. เหลือเวลาอีก 19 วันจะถึงวันเลือกตั้ง แม้ กกต.จะมองว่าหากมีเรื่องเร่งด่วนสามารถใช้วิธีประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้ก็ตามวิจารณ์แซ่ดไม่เหมาะสมจากกรณีที่ กกต.ทั้ง 6 คน เดินทางไปต่างประเทศพร้อมกัน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายใน กกต. ถึงความเหมาะสม เนื่องจากในอดีตจะมีการมอบหมายให้ กกต. 2-3 คนเท่านั้น เดินทางไปตรวจดูความพร้อมในต่างประเทศ เนื่องจากการไปแต่ละครั้งใช้งบประมาณสูง แต่ครั้งนี้ กกต.ทั้ง 6 คน เดินทางไปกันหมดและมองว่าช่วงเวลาที่เดินทางไปยังเป็นขั้นตอนการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร หรือการลงทะเบียนเพิ่งเสร็จสิ้น หากจะไปควรไปช่วงที่มีการส่งบัตรเลือกตั้งไปยังประเทศต่างๆและกระจายบัตรไปยังผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิไว้ หรือช่วงเวลาที่สถานทูตกำหนดให้มาใช้สิทธิจะเป็นประโยชน์มากกว่าหรือไม่ขอใช้สิทธิล่วงหน้า 2.3 ล้านมีรายงานว่า สำนักงาน กกต.สรุปจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร มีผู้ขอลงทะเบียนทั้งสิ้น 2,350,969 ราย จำแนกได้ดังนี้ 1.ลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตเลือกตั้ง 2,216,950 คน ผ่านทางอินเตอร์เน็ต 2,156,578 คน และลงทะเบียน ณ สำนักทะเบียนอำเภอ เขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น 60,372 คน 2.ลงทะเบียนขอใช้สิทธิในเขตเลือกตั้ง 18,880 คน 3.ลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักร 115,139 คน โดยลงทะเบียนทางอินเตอร์เน็ต 109,442 คน และลงทะเบียน ณสำนักทะเบียนอำเภอ เขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น5,697คนยุฟ้อง กกต.ทำงานบกพร่องที่ จ.สงขลา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวขณะลงพื้นที่ตลาดนัดเกาะหมี อ.หาดใหญ่ ช่วยนางสุวภัทร์ เหมโกทวีทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา พรรคเสรีรวมไทย หาเสียงตำหนิการทำงานของ กกต.เรื่องระบบลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าล่ม ทั้งที่ควรทราบล่วงหน้าว่าเหตุแบบนี้ใครควรรับผิดชอบกับการลงทะเบียนของประชาชนที่ระบบล่มได้บ้าง ประชาชน 2 ล้านคนที่ลงทะเบียนไปจะเอาผิดกับใคร เพราะหากไม่ไปเลือกตั้ง สิทธิทางการเมืองของพวกเขาก็ถูกตัดไป พวกเราจะใช้ป.อาญามาตรา 157 กับ กกต.ได้หรือไม่ แนะนำประชาชนที่เสียสิทธิในครั้งนี้ไปขออาศัยบารมีศาลเพิกถอน กกต.ชุดนี้ กรณีนี้ กกต.รับผิดชอบอะไรบ้าง มีแต่นิ่งและตีมึน ทำหน้างงๆ ทำงานแบบนี้ขอแนะนำว่าควรไปพักผ่อน เสียดายภาษีที่ประชาชนต้องจ่ายไปทสท.ตั้งเป้าฟื้นท่องเที่ยวไทยที่สถานีขนส่งหมอชิต คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ลงพื้นที่พบปะประชาชนและส่งผู้โดยสายเดินทางกลับภูมิลำเนาเทศกาลสงกรานต์ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ช่วงสงกรานต์จะสร้างรายได้ให้ประเทศมหาศาล ข้อมูลจาก ม.หอการค้าไทย ชี้ว่า ปีนี้เงินจะสะพัดกว่า 125,203 ล้านบาท แต่การท่องเที่ยวยังไม่กลับมาอย่างเต็มรูปแบบเหมือนกับช่วงที่ก่อนเกิดโควิด-19 พรรคทสท.จะเข้ามาสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการสร้างรายได้ใหม่ ตั้งเป้าส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการโดยเฉพาะการท่องเที่ยวเมืองรอง และชุมชนเน้นใช้ความเป็นไทย อัตลักษณ์ไทยทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต ศาสนา ความเชื่อ สายมูต่างๆ รวมทั้งสินค้าและบริการ เพิ่มเป็น 3 ล้านล้านบาทต่อปี“กรณ์” ทุ่มสุดตัวปักธง กทม.วันเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) ขึ้นรถแห่ตระเวนลงพื้นที่เขตบางคอแหลม-สาทร-ยานนาวา ช่วยนายวรนนท์ อัศวกิตติเมธิน ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 2 และนายปรัชญา อึ้งรังษี ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 3 ย่านมัสยิดดารุลอบีดีน ถนนจันทน์ ซอยกิ่งจันทน์ ซอยวัดไผ่เงิน นายกรณ์กล่าวว่า จากการพบปะประชาชนต้องการให้แก้ปัญหาของแพง น้ำมัน ไฟฟ้า ตรงกับชุดนโยบายของพรรค ชพก.เชื่อมั่นว่ามาถูกทาง หลายพรรคอาจมีนโยบายหวือหวา ลด แลก แจก แถมขึ้นเรื่อยๆ แต่พรรค ชพก.ตั้งธงยุทธศาสตร์จะหารายได้เข้าประเทศ 5 ล้านล้านบาทภายใน 4 ปี ด้วยนโยบายเศรษฐกิจ 12 เฉดสี เราตั้งใจแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง สร้างโอกาสทำมาหากิน ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ทั้งพลังงาน สินเชื่อ แม้ว่าจะต้องชนกับฐานอำนาจในบางกรณีก็ตาม เพื่อแก้ระบบอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความกล้าพช.ใจกว้างเอื้อเฟื้อพรรคเล็กที่ Live Policy center ศูนย์นโยบายมีชีวิต พรรคเพื่อชาติ (พช.) น.ส.ชุติมา กุมาร โฆษกพรรค พช.อ่านแถลงการณ์พรรค พช.ว่า การเลือกตั้งปี 66 ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนน้อยกว่าการเลือกตั้งปี 62 เห็นว่าพรรคการเมืองขนาดเล็กไม่มีที่ยืนในการรณรงค์หาเสียง ทั้งที่มีนโยบายที่ดีกว่าพรรคใหญ่ด้วยซ้ำ แต่กลับไม่เคยได้รับโอกาสจากสื่อให้ได้ใช้พื้นที่นำเสนอนโยบายกับประชาชน จึงได้จัดสร้าง Live Policy center ที่ปากซอยสุขุมวิท12 เพื่อสาธิตให้ทุกคนได้ดูก่อนที่จะตัดสินใจ ดังนั้น พรรคเพื่อชาติขอประกาศโดยทั่วกันว่า พรรคประสงค์จะให้พื้นที่นำเสนอนโยบายกับพรรคขนาดเล็กทุกพรรคให้สามารถเข้ามาใช้พื้นที่ของพรรค พช.ได้ ขณะที่นายจารุพล เรืองสุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพช. กล่าวว่า เราจะเปิดโอกาสเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้พรรคการเมืองอื่นๆที่ไม่มีโอกาสออกสื่อหรือขึ้นเวทีดีเบตมาใช้สถานที่ของเราได้และจะนำเครื่องหมายหรือโลโก้ที่สื่อถึงพรรค พช.ออกทั้งหมด เปิดกรุ “ชัช” รวยทะลุพันล้านด้านสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลายราย อาทิ นายชัชวาลล์ คงอุดม อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท มีทรัพย์สิน 1,067,773,945 บาท เป็นของนายชัชวาลล์ 677,024,721 บาท ของนางวงศ์เดือน คงอุดม คู่สมรส 390,749,224 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน 82 แปลง รวม 363,844,574 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 18 หลัง รวม 113,050,400 บาท พระเครื่อง 49 รายการ รวมมูลค่ากว่า 496 ล้านบาท อาทิ พระเครื่องเบญจภาคี 2 ชุด ชุดละ 100 ล้านบาท พระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย ศิลปะล้านนา หน้าตัก 22 นิ้ว มูลค่า 30 ล้านบาท พระสมเด็จวัดระฆัง พระนางพญาพิมพ์สังฆาฏิ วัดนางพญา จ.พิษณุโลก พระสมเด็จจิตรลดา 2 องค์ เป็นต้น มีหนี้สินเป็นเงินกู้สถาบันการเงิน 64,614,864 บาท โดยมีทรัพย์สินลดลง 20.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับขณะเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อเมื่อปี 62 ที่แจ้งมีทรัพย์สิน 1,088,573,006 บาท“กำนันป้อ” ปล่อยลูกกู้ 345 ล้านขณะที่นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล แจ้งบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นตำแหน่ง รมช.คมนาคม มีทรัพย์สิน 452,479,174 บาท เป็นของนายวีรศักดิ์ 247,437,171 บาท และของนางยลดา หวังศุภกิจโกศล คู่สมรส 205,042,003 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินให้กู้ยืมถึง 394,787,633 บาท โดยให้บุตรสาว 2 คนกู้ยืมรวม 345 ล้านบาท ส่วนนายสุพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร พรรครวมพลัง มีทรัพย์สิน 53,356,425 บาท นอกจากนี้นายอุดม รัฐอมฤต แจ้งบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 28 ม.ค.66 ทั้งสิ้น 35,776,988 บาท เป็นของนายอุดม 28,352,194 บาท ของนางวิชชุลดา รัฐอมฤต คู่สมรส 7,424,793 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 34,679 บาทค่ายส้มดาวกระจายหาเสียงที่สถานีขนส่งหมอชิตเวลา 16.00 น. แกนนำพรรคก้าวไกล นำทีมผู้สมัคร ส.ส. ลงพื้นที่ดาวกระจายในหลายจุดหาเสียงกับประชาชนที่กำลังทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายพรรคก้าวไกล พร้อมนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองเลขาธิการพรรค รณรงค์แจกใบปลิว “ภารกิจจักรวาล ชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล” กับประชาชนที่กำลังขอรถเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด ให้ไปบอกต่อคนที่บ้านกาลงคะแนนให้ ก.ก. ขณะที่คณะของนายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรค ก.ก. นำคณะไปที่ขนส่งสายใต้ ส่วนในพื้นที่ปริมณฑล คณะของก้าวไกลไปรณรงค์หาเสียงที่ท่ารถตู้ หน้าห้างเซียร์ รังสิต และท่ารถตู้ตรงข้ามห้างฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต เป็นต้น